สั้นๆแต่เจ็บหนัก !!! "ทนายตั้ม" จัดเบาๆ "คนใจเสาะ"....โค้งสุดท้ายหวย 30 ล้าน จุดจบคือถอนฟ้อง?!

Publish 2018-04-14 10:07:17

ยังคงเป็นที่จับตามองอย่างต่อเนื่องสำหรับคดีหวย30ล้านอลเวงที่คาราคาซังกันมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2561 ระหว่างร.ต.ท.จรูญ และ ครูปรีชา ที่แม้ว่าคดีความในทางอาญานั้น เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2561 สำนักอัยการสูงสุด ได้มีมติสั่งไม่ฟ้องร.ต.ท.จรูญในข้อหายักยอกของตก และ รับของโจร ตามที่ครูปรีชาได้แจ้งความดำเนินคดีเอาไว้ 




โดยในวันนั้นที่สำนักอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก คณะพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ในชุดทำคดีล็อตเตอรี่ 30ล้าน นำโดย พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะหัวหน้าชุด พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม ได้นำสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐาน จำนวน 3ลัง และแฟ้มคดี 2 สำนวน จำนวนกว่า 2 พันหน้า 

โดยแบ่งเป็น สำนวนที่ ครูปรีชา ใคร่ครวญ กล่าวหา ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ว่ายักยอกของตก รับของโจร และสำนวน ที่ ร.ต.ท.จรูญ กล่าวหา ครูปรีชา และนางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น ผู้ต้องหาคดีล็อตเตอรี่30ล้าน ฐานแจ้งความเท็จ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา  โดย พล.ต.ต.ชาญ ระบุว่า คดีนี้เริ่มทำสำนวนมาตั้งแต่รับโอนมาจากตำรวจภูธรภาค7 โดยยึดเนื้อหาเดิมเป็นหลัก และทางกองปราบปรามได้ทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลัก 

ด้าน นายพิทักษ์ อบสุวรรณ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา และคณะทำงานสำนักงานคดีอาญา ได้ระบุว่า สำนวนที่ ร.ต.ท.จรูญ กล่าวหาครูปรีชาและเจ๊บ้าบิ่นนั้น มีการดำเนินการฝากขังไปแล้ว  ส่วนสำนวนที่ ครูปรีชา ผู้กล่าวหา ร.ต.ท. จรูญ ยักยอกของตก รับของโจร ซึ่งสำนวนนี้ พนักงานสอบสวน สั่งไม่ฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ    

แต่ยังไม่วาย ครูปรีชาก็ยังเดินหน้าฟ้องร.ต.ท.จรูญอีกครั้ง พร้อมพูดถึงฝั่งร.ต.ท.จรูญว่าหากซื้อล็อตเตอรรี่ชุดนั้นไปจริงทำไมจึงไม่มีแม้ค้าออกมาช่วยยืนยันให้เหมือนกับตน ยืนยันหวยเป็นของครูปรีชา และมีการเบิกตัวพยานคนใหม่อีกด้วย

หลังครูปรีชาเดินหน้าฟ้อง ตัวละครสำคัญในคดีนี้อย่างทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความของร.ต.ท.จรูญ ก็ได้โพสต์ผ่านทางเฟซบุ๊กระบุ ตอนนี้ผมกลัวอยู่อย่างเดียวครับ กลัวว่าครูจะไป.....ถอนฟ้อง

 


ล่าสุดความเคลื่อนไหวของฝั่งทนายตั้ม ได้โพสต์ข้อความสั้นๆอีกครั้งพร้อมแชร์บทวิเคราะห์คดีจากคุณศุภภัทร์พจน์ ที่พูดถึงทนายฝั่งครูปรีชาและพยานทั้งหลาย โดยเตือนว่าการเบิกพยานให้การเท็จผลเป็นอย่างไร หากรู้แล้วยินดีเสี่ยงก็ตามสบายแต่ไม่ว่าจะพิจารณาอย่างไรก็ไม่เห็นทางที่ครูจะชนะคดี

โดนใจทนายตั้มสุดๆ จึงโพสต์ข้อความว่า อย่างที่ผมเคยบอก ตอนนี้กลัวอย่างเดียว กลัวมีคนใจเสาะ.....ถอนฟ้อง เมื่อถึงวันสืบจะเหลือพยานซักกี่คน 4 มิถุนายน เจอกันครับ

และข้อความของศุภภัทร์พจน์นั้นระบุไว้ว่า

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา..........
มาตรา 46 ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา
มาตรา 28 บุคคลเหล่านี้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล (1) พนักงานอัยการ (2) ผู้เสียหาย
………เริ่มเห็นอะไรบ้างหรือยังครับ.....
...........ยกหลักกฎหมายและลำดับเหตุการณ์ให้ฟัง...(สำนวนจะโอนไปไหนต่อไหนอย่าไปสนใจ)
..........ต่อจากนี้ไปจะมีการสืบพยานในคดีแพ่งที่ครูปรีชายื่นฟ้องหมวดจรูญ ติดตามเงินที่ถูกรางวัล และไต่สวนมูลฟ้องคดีที่ครูปรีชาฟ้องคดีเองว่าหมวดจรูญยักยอกทรัพย์สินหาย หรือรับของโจร............
.......ขอนำเรียนว่า.... “ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา” แปลว่าคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา(เช่นคดีนี้) คดีแพ่งกับคดีอาญามีประเด็นเดียวกันว่าครูทำหวยตกและหมวดจรูญเก็บได้หรือไม่.....
...... กรณีอย่างนี้ ศาลในคดีแพ่งจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคดีอาญา แปลว่าในคดีแพ่งถึงแม้จะนัดสืบพยานก่อน โดยหลักศาลจะต้องจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว รอฟังคดีอาญา (ที่ครูฟ้องเอง)ว่า ศาลในคดีอาญาจะชี้ว่า ครูทำหวยตกและหมวดจรูญเก็บได้จริงหรือไม่................
........ ฟังทนายครูออกรายการพูดอย่างมั่นอกมั่นใจว่า “ทนายครูที่ทำคดีแพ่ง อย่าแถลงศาลให้จำหน่ายคดีชั่วคราว รอฟังข้อเท็จจริงในคดีอาญานะครับ สืบพยานไปเลย...ว่างั้น...........
........ท่านทนายคงจะลืมไปว่า....การจำหน่ายคดีชั่วคราวในคดีแพ่งเพื่อรอฟังข้อเท็จจริงในคดีอาญานั้น กฎหมายบัญญัติไว้ชัดเจน ศาลมีอำนาจจำหน่ายคดีชั่วคราวเองได้....ไม่ต้องให้คู่ความแถลง.....ท่านน่าจะปล่อยไก่ไปแล้วหนึ่งฝูง........ฮา
.....ถ้าศาลในคดีอาญาพิพากษายกฟ้องเพราะคดีไม่มีมูล ไม่ประทับฟ้องไว้พิจารณา.........คดีส่วนแพ่งก็จำต้องถือตาม หมายฟามว่าคดีแพ่งศาลจะต้องยกฟ้อง.....ไม่ต้องสืบพยาน.........แต่ถ้าคดีอาญาศาลสั่งว่าคดีมีมูล ศาลก็จะประทับฟ้องไว้พิจารณา นัดสืบพยานกันต่อไป (คดีแพ่งรอฟังต่อ)
...........ไม่ได้ก้าวล่วงอำนาจการพิจารณาคดีของศาลส่วนอาญานะฮะ.....เท่าที่พิจารณาดูทุกซอกทุกมุมแล้ว ความเห็นผม ยังหาไม่เจอว่าครูจะชนะคดีได้ตรงไหน.......ศาลส่วนอาญาน่าจะพิพากษาว่าคดีไม่มีมูล...ยกฟ้อง ซึ่งคดีแพ่งต้องถือตามโดยการยกฟ้อง.....ไม่ต้องสืบพยาน...............
.......ถามว่า เมื่อเป็นอย่างนี้...ทำไมท่านทนายครูจึงฟ้องคดีอาญาเอง.....เข้าใจว่าท่านคงมั่นใจว่า...สามารถเอาชนะในคดีอาญาได้......ไม่รู้ท่านไปเอาความมั่นใจนี้มาจากไหน..........
.......มีบางคำบางประโยคที่ฟังท่านทนายแล้วไม่ค่อยสบายใจคือ.........
......พยานทนายหามาเอง....พยานไม่ใช่เห็ดนะครับ ที่จะเปิดหาได้ตามป่า สุมทุมพุ่มไม้...หรืองอกได้เหมือนถั่วเขียว
......นายแผนไม่ได้อยู่ในแผน.....นายแผนช้ำแล้ว....การสืบพยานบุคคลคือการนำพยานเข้าเบิกความเพื่อให้เล่าข้อเท็จจริงตามที่ไปรู้ไปเห็นมาให้ศาลทราบ....มันมีช้ำ ไม่ช้ำด้วยเหรอครับ....แล้วไม่อยู่ในแผน...แผนอะไรเหรอฮะ.....
........ไม่ได้ประเมินพยานของท่านต่ำนะครับ...แต่อยากให้ท่านเตือนพยานด้วยว่า...การเบิกความเท็จมีโทษตามกฎหมาย...เมื่อพยานทราบแล้ว...ที่เหลือก็เป็นการเสี่ยงภัยเอง..........

 

 

 

ขอบคุณ ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ  และ  Subpatpoj Patr Nitisasathorn‎ 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล