โคตรงามหน้า!!!ผู้กำกับแค่ตักเตือน รองผกก.กร่าง ?!? เรื่องถึงหูผบ.ตร.ไม่ยอม สั่งฟันวินัยพ่วงอาญา!!!ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง...ปลาเน่าตัวเดียว???

Publish 2018-04-21 13:07:19

จากกรณีผู้ใช้เฟบุ๊คชื่อว่า ไชยยศ ไชยพฤกษ์ โพสต์คลิปนายตำรวจจะสั่งปิดร้านโทรศัพท์ พาลูกน้องมาตรวจค้น ต่อมาหลังจากข้อความดังกล่าวได้โพสต์ไปแล้วได้มีชาวโซเชียลแห่แชร์และแสดงความคิดเป็นจำนวนมาก รวมทั้งนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่โพสต์ข้อความว่า ใหญ่เหลือเกินเป็นแค่รองผกก.เจ้าของร้านติดต่อมาทางชมรมเดียวจัดให้ตำรวจแบบนี้



 

 


 

 

       ขณะที่พ.ต.ท.เอกราช หุ่นงาม รอง ผกก.ป.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กด้วยว่า “ตำรวจกรุณาดูนะครับ ภาพของผม และข่าวตามภาพขวามือ เป็นตำรวจมีตำแหน่งรองผู้กำกับป้องกันปราบปรามเหมือนกัน ผมโพสต์การทำงานวันสงกรานต์ไปมีคนกดถูกใจสี่พันกว่าคน แต่ไม่มีข่าวช่องไหนเอาไปนำเสนอ

 

 

แต่พอคนตามภาพด้านขวามือเขาเอาไปนำเสนอหลายต่อหลายช่องทาง นี่แสดงให้เห็นชัดๆแล้วว่าพวกคุณควรประพฤติตนเช่นไรในฐานะตำรวจ ภาพข่าวแบบนี้ควรได้รับการลงโทษและแก้ข่าวโดยเร็ว มิเช่นนั้นจะเข้าทางผู้ไม่รัก และไม่หวังดีกับตำรวจโดยรวม นำมาแชร์ให้คนด่ากันอย่างเมามัน และไม่ด่าเพียงคนที่ทำเท่านั้น ด่าหมดทั้ง ตร.เลยทีเดียว น่าอนาจใจจริงๆ!!”

 

 

 ล่าสุดวันนี้(21เม.ย.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาเปิดเผยด้วยว่า ได้รับรายงานจาก บช.ภ. 4 บุคคลปรากฏตามวีดีโอคือ คือ พ.ต.ท. ยุทธนา บรรจงปรุ รอง ผกก.ปป.สภ.พยัคฆภูมพิสัย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2560  ที่ร้านขายอุปกรณ์มือถือ ภายในห้างโลตัส สาขาพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม จากนั้นมีการเผยแพร่วีดีโอดังกล่าวในกลุ่มสังคมออนไลน์ในพื้นที่

 

       พ.ต.อ.วีระยุทธ ใบภักดี ผกก.พยัคฆภูมิพิสัย ได้ให้ พ.ต.ท.ยุทธนา รายงานชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมทั้งถามไปยังเจ้าของร้านแจ้งว่าได้ทำความเข้าใจกับ พตท.ยุทธนา จนเป็นที่พอใจแล้ว และไม่ติดใจในประเด็นข้อพิพาท และไม่ประสงค์ให้ดำเนินคดีอาญาและดำเนินการทางวินัยกับ ทาง พ.ต.อ. วีระยุทธ จึงได้ว่ากล่าวตักเตือน พ.ต.ท. ยุทธนา ให้ใช้ความระมัดระวังในการแสดงออกและวางตัวกับประชาชน ให้คำนึงถึงภาพลักษณ์ของข้าราชการตำรวจที่ดี

 

 

       “ได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ทราบแล้ว ซึ่งผบ.ตร. กำชับดำเนินการตามกฎหมาย พยานหลักฐานเป็นหลัก หากพบมีความผิดจริงจะดำเนินการเฉียบขาดทั้งทางอาญา และวินัย ต้องให้พนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานให้เพียงพอก่อน ผบ.ตรเน้นย้ำนโยบายมาตลอดว่าข้าราชการตำรวจต้องมีจิตสำนึกของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ต้องเป็นมิตรและมนุษยสัมพันธ์อันดี สุภาพอ่อนโยนกับประชาชน แต่หากพบตำรวจนายใดไม่ปฏิบัติตามอย่างเช่นกรณีที่เกิดขึ้นนี้ จะดำเนินการอย่างถึงที่สุด ทั้งวินัยและอาญา เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ปล่อยไว้ให้เกิดความเสื่อมเสียต่อองค์กรและหมู่คณะ”

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว