มาแล้ว !! "ทนายตั้ม"ผลสืบพยานนัดแรก รอยยิ้มนี้แทนทุกคำตอบ!

Publish 2018-05-01 12:42:04

1 พ.ค. 2561 ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด พาครอบครัว ร.ต.ท.จรูญ พร้อมทนายพันธมิตร เดินทางมาตามนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกหลังจากเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2561 ทนายตั้ม ได้เดินทางไปที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีหมายเลขดำที่ พ.1230/2560 กรณีนายปรีชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ



โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2561 ทนายตั้มได้โพสต์แสดงความพร้อมในการนัดสืบพยานครั้งนี้ว่า พรุ่งนี้นัดสืบพยานโจทก์คดีแพ่งนัดแรก ศาลจะจำหน่ายคดีรึเปล่ายังไม่รู้ แต่ถ้าสืบก็ #พร้อมมาก ฝ่ายนู้นพยานเพียบเกือบทั้งตลาด ฝ่ายผมมีแค่ลุงกะป้าแค่นั้น เรียกได้ว่าอาจจะเสียเปรียบเรื่องพยาน แต่หาก #พยานเยอะแพ้ขึ้นมาหมานะครับ พรุ่งนี้พบกันจ๊ะ

ล่าสุดวันที่ 1 พ.ค. 2561 ทนายตั้มโพสต์หลังจากการเข้าพบศาลเป็นรูปรอยยิ้มของทีมร.ต.ท.จรูญ  พร้อมข้อความว่า 

วันนี้ศาลจังหวัดกาญจนบุรี เห็นพ้องด้วยกับที่ผมยื่นคำร้องขอให้จำหน่ายคดีชั่วคราว เพื่อให้รอผลในคดีอาญาก่อน โดยศาลเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา จึงนัดพร้อมอีกครั้งวันที่ 12 กันยายน 2561 เวลา 09.00 น.

ตอนนี้ก็รอสืบคดีอาญาที่ครูปรีชาฟ้องคุณลุงมา ซึ่งจะมีการไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 4 มิถุนายน 2561 เวลา 09.00 น.ที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีครับ

รอยยิ้มนี้แทนคำตอบทุกคำตอบถึงความสบายใจและมั่นใจของทีมร.ต.ท.จรูญ รวมถึงเป็นการส่งกำลังให้แก่กัน ซึ่งบรรดาชาวเน็ตที่ติดตามคดีนี้ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจทนายตั้มและทีมร.ต.ท.จรูญกันเป็นจำนวนมากด้วย


สำหรับจุดเริ่มต้นการรวมทีมในครั้งนี้ ย้อนไปที่โพสต์แรกของทนายตั้มเกี่ยวกับคดีนี้ โดยเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2560 ทนายตั้ม หรือ ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด  เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้โพสต์เรื่องราวคดีความของนายตำรวจเกษียณคนหนึ่ง ซึ่งก็คือร.ต.ท.จรูญ ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่1 งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวนเงิน30ล้านบาท ทว่าจู่ๆผ่านไปเกือบ1เดือนคุณลุงกลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวเข้าพบและอายัดเงินรางวัลโดยอ้างว่ามีผู้เสียหายแจ้งความว่าคุณลุงท่านนี้ขโมยลอตเตอรี่ของตนไป แต่ทว่าจากการสืบสวนข้อหลักฐานต่างๆพบพิรุธจำนวนมากและยังได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่การเงินระดับสูงว่าอาจเป็นขบวนการสมอ้างที่มีนายตำรวจระดับสูงอยู่เบื้องหลัง

#ทุกขลาภถูกหวย30ล้านกลับจะต้องมาเป็นผู้ต้องหา

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา มีคุณลุงซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจเกษียณคนนึงถูกหวย 30 ล้านบาท ได้เอาเงินฝากเข้าบัญชี แล้วแบ่งส่วนนึงใช้หนี้บ้าน หนี้รถ เงินที่เหลือตั้งใจเก็บไว้ให้ลูกและใช้ในบั้นปลายชีวิต แต่แล้ววันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 ได้มีตำรวจเชิญไปพบ แล้วแจ้งว่า คุณลุงเป็นผู้ต้องสงสัยว่าขโมยล็อตเตอรี่ของคุณครูท่านนึงไป เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการอายัดเงิน 20 กว่าล้าน ของคุณลุงไป คุณลุงพยายามบอกแล้วว่าตนซื้อมาเองด้วยเงินสุจริต แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อ อ้างว่ามีหลักฐานว่าคุณครูไปซื้อเพราะมีแม่ค้าล็อตเตอรี่มายืนยันว่าขายให้ครูจริง!!

คุณลุงทุกข์ใจมากที่จู่ๆก็จะต้องเป็นผู้ต้องหา ต้องติดคุกเพราะมีคนมาอ้างว่าตนขโมยล็อตเตอรี่ไป มีเจ้าหน้าที่ธนาคารระดับสูงท่านหนึ่งเห็นถึงความไม่ชอบมาพากล ว่าน่าจะเป็นขบวนการสมอ้างมาเป็นคนถูกหวย จึงแนะนำให้คุณลุงมาหาทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ จนวันที่ 3 ธันวาคม 2560 คุณลุงได้เดินทางจากกาญจนบุรีมาหาผม เพื่อมาขอความเป็นธรรม อยากจะให้ช่วยสืบหาความจริง และ อยากจะให้สื่อมวลชนรับรู้เรื่องนี้

วันที่ลุงมาหา ผมก็พยายามค้นหาความจริง โดยขู่คุณลุงว่าหากโกหก ผมจะไม่ช่วย และเรื่องอาจจะเลวร้ายกว่าเดิม คุณลุงอาจต้องติดคุก แต่คุณลุงก็ยืนยันว่าสิ่งที่ตนพูดเป็นความจริง ผมจึงต้องไปหาหลักฐานถึงกาญจนบุรีและฟังความอีกครั้งหนึ่งเพื่อพิจารณา ว่าเรื่องที่คุณลุงเล่ามาเป็นความจริงหรือไม่?

วันที่ 3-4 ธันวาคม ผมจึงต้องลงพื้นที่ เพื่อสอบถาม บุคคลข้างเคียงซึ่งรู้จักกับทั้งสองฝ่าย ว่าลักษณะนิสัยของทั้งคู่เป็นอย่างไร และมีโอกาส ได้ไปคุยกับคุณครูซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ซื้อลอตเตอรี่ตัวจริง!! คุณครูกล่าวว่า ตนเป็นผู้ซื้อรางวัล โดยมีหลักฐานแน่นหนา เพราะว่าเคยคุยไลน์กับทางคนขายลอตเตอรี่ว่าจะซื้อเลข 26 และคนขายลอตเตอรี่ก็ยืนยันว่าตนได้ซื้อเลข ที่ถูกรางวัลที่ 1 จริง โดยสามารถจำเลขที่ขายให้คุณครูได้ทุกตัวทุกฉบับ แต่ถ้าคุณลุงจะเจรจา ตนยินดีที่จะแบ่งเงินให้ คุณลุงจำนวน 15 ล้าน เพราะถือว่าเคยทำบุญร่วมกันมา ประกอบกับตนเป็นผู้โอบอ้อมอารีและชอบแบ่งปัน จึงอยากจะให้จบเรื่องราว

เมื่อผมถามว่ายินดีจะออกสื่อเพื่อให้สังคมตัดสินไหม คุณครูบอกว่าไม่สะดวกเพราะตอนนี้เรื่องอยู่ในชั้นตำรวจแล้ว เมื่อผมขอดูไลน์ ว่าในวันที่ 31 ตุลาคม 2560 ได้มีการคุยกับแม่ค้าขายลอตเตอรี่ว่าจะเอาเลขนี้จริงหรือไม่ คุณครูก็เอาโทรศัพท์มาให้ผมดู แต่เมื่อย้อนกลับไปในวันนั้น กลับไม่มีข้อความดังกล่าว ผมจึงถามคุณครูว่าข้อความดังกล่าวหายไปไหน คุณครูอ้างกับผมว่า ตำรวจไม่ต้องการให้เผยแพร่ จึงเก็บข้อความนั้นไว้ เป็นหลักฐานหมดแล้ว ผมจึงถามต่อไปว่า แล้วทำไมต้องลบออก คุณครูตอบกับผมเพียงว่า ตำรวจบอกว่าไม่อยากให้คนเห็นข้อความนี้เยอะ จึงกลัวคุณครูจะเอาไปให้ใครดูจึงลบออกเฉพาะวันที่ 31 ตุลาคม

จากการคุย กับทั้งสองฝ่าย ทำให้ผม เห็นข้อพิรุธ หลายๆอย่างในคดีนี้ แล้วจึงตัดสินใจ เป็นทนายให้กับคุณลุงและครอบครัว วันที่ผมลงพื้นที่ หาข้อมูล ผมได้คุยกับเจ้าหน้าที่การเงินระดับสูงคนหนึ่งซึ่งเขาได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับผม เราทั้งสองฝ่ายได้ข้อมูลมาเหมือนกันว่าขบวนการนี้ มีนายตำรวจระดับสูงรับงานมาหากว่าสำเร็จ จะมีค่าดำเนินการ 15 ล้านบาท ซึ่งผมจะเปิดโปงขบวนการนี้ ให้สังคมได้รับรู้ในเวลาต่อไปครับ

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณ 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล