Behind-the-scene เบื้องลึกบุกจับ!?!ทำไมต้องกองกำกับการ5 สายลับซุกวัด เมื่อกองปราบเรียกพระพุทธะอิสระ:นายสุวิทย์?!? ก่อนหน้าคำเตือนถึงบิ๊กตู่?

Publish 2018-05-27 07:49:49

จากกรณีเมื่อช่วงเช้าวันที่24พ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบปราม อาวุธครบมือ พร้อมหมายศาลเข้าตรวจค้นวัดอ้อน้อย จังหวัดนครปฐม คือ พระพุทธอิสระ ต่อมาเมื่อวีดีโอเหตุการณ์บุก ได้ถูกเผยแพร่ออกมา ก็ปรากฏว่ามีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ โดยตั้งคำถามว่าทำเกินกว่าเหตุหรือไม่กับการจับกุมพระรูปเดียว



 

 

 

ขณะที่นายกนก รัตน์วงศ์สกุล  ผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง โพสต์ข้อความลงใน Kanok Ratwongsakul Fan Page  ว่า "สืบเนื่องจากคลิปจู่โจมจับหลวงปู่ ผมมีอะไรจะสอบถาม "พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด" ผู้บังคับการกองปราบ หรือถามลอยๆไปถึงคนที่รับผิดชอบทุกระดับ เช่น พล.ต.ต.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ รอง ผบช.ก. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ ผกก.ปพ.บก.ป. ที่คุมกำลังไปวัดอ้อน้อย

 

 


 

 

       ทั้งนี้ทีมข่าว Deeps Tnews ได้ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังไปก็พบว่า เมื่อวันที่ 9 ม.ค.61 พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือ พระพุทธอิสระ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองกำกับการ5 กองบังคับการปราบปราม เพื่อชี้แจงพร้อมแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อพนักงานสอบสวน กรณีมีผู้ร้องเรียนตนกระทำผิดต่อระเบียบมหาเถรสมาคม ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ.2539 โดยการเชิญอักษรพระปรมาภิไธย หรือ อักษรพระนามาภิไธยประดิษฐานที่หน้าบันอุโบสถ

 

       ต่อมา วันที่ 10 ม.ค.61  พระพุทธะอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ถึงกรณีการเดินทางไปกองปราบ และยังได้บอกเล่าถึงเหตุการณ์แจ้งความต่อพระธัมมชโยถึงความคืบหน้าในคดี รวมทั้งกรณีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เตือนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ก่อนหน้านี้ โดยข้อความทั้งหมดระบุว่า

 

 

ไม่สงสัยเลยว่า ทำไมป๋าเปรมถึงได้เตือนนายกลุงตู่ว่า กำลังหนุนกำลังจักหมดแล้ว

 

 ๑๐ มกราคม ๒๕๖๑

 

 วันนี้ต้องหอบสังขารที่อิดโรย แถมยังไม่ได้ฉันข้าวเช้า เดินทางไปกองปราบ เพื่อสอบถามถึงเป้าประสงค์ ที่พวกเขาพยายามสร้างแรงกดดันเดือดร้อน รำคาญให้แก่พระเณร และคนใกล้ชิดฉันอยู่เป็นระยะๆ ตัวอย่างเช่น เรียกคนใกล้ชิดเข้าไปสอบถามหาข้อมูลส่วนตัวเช่น ใครเป็นคนรับใช้ใกล้ชิดของพุทธะอิสระ

 

พุทธะอิสระไปเอาเงินมาจากไหน ถึงได้สามารถทำโน่น ทำนี่ได้มากมายหลายเรื่องหลายอย่าง ใครเป็นนายทุนให้พุทธะอิสระ ในการทำกิจกรรมต่างๆ  พุทธะอิสระเคยมีครอบครัวมาหรือเปล่า  ระหว่างบวชอยู่มีใครเข้ามารับใช้ใกล้ชิดอยู่บ้างและอะไรๆ อีกหลายอย่าง หลายเรื่อง ซึ่งพิจารณาดูจากหลากหลายคำถามและพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่กองปราบกอง ๕ ที่แสดงออกเริ่มตั้งแต่พยายามส่งสายเข้ามาสืบความเคลื่อนไหวของพุทธะอิสระทั้งภายในและนอกวัด แถมยังส่งคนไปตรวจค้นธุดงคสถานของวัดที่ลำอีซู ทั้งที่ไม่มีหมายค้น แต่อาศัยป่าไม้ให้พาเข้าไป โดยอ้างว่ามาตรวจประจำปี ทั้งยังกำชับว่า วันต่อไปจักไปตรวจที่สถานปฏิบัติธรรมทองผาภูมิอีก

 

 

ต่อมาก็โทรมานัดให้พุทธะอิสระเข้าไปให้สอบปากคำ ในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา  พอพุทธะอิสระรับปากว่าจะไป วันต่อมาก็โทรมาบอกทนายว่า ขอเลื่อนเนื่องจากเจ้านายไม่อยู่ไปนอก  พุทธะอิสระจึงให้ทนายโทรไปถามว่า สรุปแล้วจะเอาอย่างไร จะแจ้งข้อหาอะไรก็แจ้งมา อย่ามาสร้างความเดือดร้อน รำคาญอยู่เช่นนี้  วันนี้จึงเดินทางไปถามเจ้าหน้าที่กองห้าว่า สรุปแล้วพวกคุณไปได้ข้อมูลอะไรมา ถึงได้ทำกับฉันอย่างนี้ หากพวกคุณอยากรู้อะไร เอาข้อมูลที่คุณได้รับมาจากพวกลิ่วล้อธรรมกาย มาถามฉันในเวลานี้ได้เลย

 

อย่าทำเป็นหลบๆ แอบๆ คนอย่างพุทธะอิสระไม่ชอบให้ใครมาข่มขู่คุกคาม สร้างความเดือดร้อน รำคาญอยู่เช่นนี้ เป็นเหตุให้ชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องต้องมาพลอยเดือดร้อนไปด้วย  มิใยว่าจักถามไปซักกี่ครั้ง สิ่งที่ได้คือการนิ่งเฉย  ฉันพยายามสอบถามทั้งเจ้าพนักงานสอบสวน และรองผู้กำกับการกอง ๕ แต่สิ่งที่ได้รับคือ ไม่รู้ ไม่ทราบ เปิดเผยไม่ได้  พุทธะอิสระ จึงตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่กองปราบดูจะกระตือรือร้นต่อการที่พวกลิ่วล้อธรรมกายมาแจ้งความเสียเหลือเกิน  ถึงขนาดเขามาแค่ชี้เบาะแสให้ตรวจสอบกรณีพระปรมาภิไธย พวกเจ้าหน้าที่ก็รีบเต้นรับทำหนังสือไปขอความเห็นจากสำนักพระราชวังในวันรุ่งขึ้นในทันที

 

 

แต่ทีพุทธะอิสระไปแจ้งความร้องทุกข์ กรณีธัมมชโยแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์  แถมยังลงชื่อ พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม เป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์เองด้วย แต่ท่านทั้งหลายรู้ไหม ๖ เดือนต่อมา พุทธะอิสระถึงได้รับหนังสือแจ้งว่า ให้ไปแจ้งความในพื้นที่ตั้งวัดธรรมกายเอง และที่น่าตกใจคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบกองหนึ่งผู้รับแจ้งความ เขาจ่าหน้าซองส่งหนังสือว่า ส่งถึงนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ  เท่ากับว่า ในสายตาของตำรวจกองปราบ เขาไม่ได้มองพุทธะอิสระเป็นพระเลย

 

จึงไม่รู้สึกแปลกใจเลยต่อพฤติกรรมของตำรวจกองปราบที่ทำต่อพุทธะอิสระในเวลานี้  พอฉันเล่าให้รองผู้กำกับฟัง เขาก็ตอบฉันกลับมาว่า  จริงหรือใครเป็นคนส่งหนังสือแบบนั้น เอาชื่อมาให้ผม  ฉันจึงแจ้งว่าจดหมายฉบับนั้น ฉันสั่งให้ทนายเก็บเอาไว้แล้ว  ที่จริงก็ไม่อยากเอาเรื่อง

 

 

แต่พอมาเจอเหตุการณ์ก่อกวน คุกคามต่อตนเองเช่นนี้ มันทำให้ฉันต้องมานั่งคิด  ว่าสิ่งที่พวกเขากำลังเฝ้าจับผิดเราเช่นนี้อาจจะเป็นเพราะอำนาจบารมีของลัทธิธรรมกาย สยายเข้ามาครอบคลุมถึงกองปราบด้วยหรือเปล่า  สรุปแล้ว วันนี้ไปถามหาเหตุ ว่าเจ้าหน้าที่กองปราบกองห้า คุณมีข้อมูลอะไรจากใคร ถึงได้มาคอยจ้องจับผิดฉันอยู่ทุกวันนี้

 

วันนี้ฉันมานั่งให้คุณสอบถามแล้ว มีอะไรก็ถามมา คำตอบที่ได้คือเฉย  ไม่ใช่พุทธะอิสระเป็นบุคคลเหนือกฎหมายตรวจสอบไม่ได้ แต่การตรวจสอบ ก็ให้มันมีข้อมูลที่ชัดเจนถูกต้องและควรให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกตรวจสอบ ไม่ใช่ฝ่ายตรงข้ามกับพุทธะอิสระเอาข้อมูลอะไร ไปยัดใส่ให้ก็เต้นไปตามเขา ทั้งที่ไม่รู้ว่าข้อมูลนั้นจริงเท็จอย่างไร อีกทั้งวิธีตรวจสอบกลายเป็นการคุกคามสร้างความเดือดร้อน รำคาญให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง ทีเวลาพุทธะอิสระไปแจ้งความร้องทุกข์ในกรณีธรรมกายกลับนิ่งเฉย เฉื่อยชาทิ้งเรื่องไว้ครึ่งปี แล้วจึงแจ้งกลับมาว่าให้ไปแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ในท้องที่เอง

 

 

พอมีเรื่องนี้เข้ามา จึงทำให้ถึงบางอ้อว่า ทำไมป๋าเปรมถึงได้เตือนนายกลุงตู่ว่า ได้ใช้กองหนุนหมดแล้ว

 

จึงเข้าใจเลยว่า ที่กองหนุนของนายกตู่หมดไป ก็เพราะลูกน้องนายกนี่เอง

 

แต่ไม่ต้องกลัวคนอย่างพุทธะอิสระ รู้จักแยกดีแยกชั่ว รู้ถูกรู้ผิดชัดเจน

 

ถึงยังไงท่านนายกประยุทธ์ และ คสช. ก็ยังมีประโยชน์ต่อบ้านเมืองอยู่อีกมากถ้าจะดีมากๆควรจักต้องเตือนลูกน้องเสียบ้างว่า ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างระมัดระวัง ตรงไปตรงมา อย่าเลือกปฏิบัติ

 

ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นเครื่องมือของฝ่ายที่ไม่เอารัฐบาล คสช. เพื่อมาทำลายกองหนุนของรัฐบาลเสียเอง

 

 พุทธะอิสระ

 

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน