ประกาศให้รู้โดยทั่วกัน!! สุดยอดของดี 18 อย่าง ขับพิษในกาย ดีท็อกซ์ตับ เหมือนได้ร่างใหม่ กระตุ้นระบบเผาผลาญ ช่วยผอม รู้แล้วจะไม่กล้าเขี่ยทิ้ง

ประกาศให้รู้โดยทั่วกัน!! สุดยอดของดี 18 อย่าง ขับพิษในกาย ดีท็อกซ์ตับ เหมือนได้ร่างใหม่ กระตุ้นระบบเผาผลาญ ช่วยผอม รู้แล้วจะไม่กล้าเขี่ยทิ้ง

Publish 2018-06-08 03:02:45


การใช้ชีวิตในสังคมสมัยใหม่ทำให้ร่างกายของเราทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อเรารับประทานอาหารแปรรูปมากเกิน ทานแต่ของทอด บวกกับการเผชิญกับมลภาวะจากสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงความเครียด ตับก็จะทำงานหนักจนเกินกำลัง เมื่อถึงจุดหนึ่งตับก็จะหมดความสามารถในการกรองสารพิษและไขมันต่างๆ แต่มีอาหารอยู่หลายชนิดที่ช่วยชำระล้างพิษ โดยกระตุ้นความสามารถตามธรรมชาติเพื่อขับไล่ของเสียที่เป็นพิษออกจากร่างกาย

นอกจากนี้อาหารที่ว่ายังเป็นตัวช่วยเผาผลาญพลังงานสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักได้อีกด้วย ซึ่งการมีรูปร่างที่ดีนั้น 80% ขึ้นอยู่กับเลือกรับประทานอาหาร และ 20% ขึ้นอยู่กับการออกกำลังกาย โดยในวันนี้จะพามาดูอาหารชั้นดีที่จะช่วยให้ร่างกายนั้นเผาผลาญพลังงานได้ดียิ่งขึ้น เรียกได้ว่ากินแล้วไม่อ้วนยิ่งขึ้น แถมผอมลงกว่าเดิมอีกด้วย!!

 



1. หอมหัวใหญ่ เนื่องจากหอมหัวใหญ่มีวิตามินบี 1 ซึ่งช่วยในการเผาผลาญอาหาร และยังช่วยขับสารพิษในร่างกายออกมาทางปัสสาวะอีกด้วย

 

 

2. น้ำส้มสายชูหมัก มีสรรพคุณช่วยลดคลอเลสเตอรอลที่ไม่ดี และยังช่วยเพิ่มปริมาณคลอเลสเตอรอลตัวที่ดีอีกด้วย นอกจากนี้ยังกระตุ้นการเผาผลาญไตรกลีเซอไรด์ที่สะสมใต้ผิวหนังอีกด้วย

 

 

3. มะนาว เปลือกมะนาวมีสารที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของร่างกาย กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต เพียงแค่ดมกลิ่นก็ช่วยได้แล้ว ลองฝานมะนาวเป็นชิ้นบางๆ แล้วใส่ลงน้ำอุ่นดื่ม ก้จะช่วยให้ได้ผลเร้วยิ่งขึ้น

 

 

4. ขิง ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ขับเหงื่อ แก้ภาวะตัวเย็น เพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย เพิ่มการเผาผลาญด้วย  ดื่มน้ำขิงร้อนๆ เป็นประจำก็ช่วยได้ หรือจะทานอาหารที่มีขิงประกอบก็ยิ่งดี

 

 



5. กระเทียม นอกจากจะช่วยขับสารพิษและเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคแล้ว กระเทียมยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันและน้ำตาลในร่างกาย ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก

 

 

6. มะเขือเทศ เป็นผักที่มีแคลอรี่ต่ำ เส้นใยสูง ทานแล้วรู้สึกอิ่มเร้ว ทำให้ทานอาหารได้น้อยลง ลองทานมะเขือเทศร่วมกับน้ำอุ่นจะช่วยได้มาก

 

 

7. งา มีแร่ธาตุต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะวิตามินซี และแร่ธาตุที่ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ กินร่วมกับน้ำอุ่นจะช่วยลดน้ำหนักได้

 

 

8. แตงโม เผ็นผลไม้ที่ช่วยดับกระหายเวลาเหนื่อยได้ดีแล้วยังมีคุณสมบัติช่วยขับปัสสาวะ และยังแก้ท้องผูก เลือดหมุนเวียนไม่สะดวก และอาการบวมน้ำได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยล้างพิษลำไส้และในช่องท้อง เหมาะกับการลดน้ำหนักอย่างยิ่ง

 

 

9. เห็ด นอกจากเห็ดจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค ป้องกันมะเร็งแล้ว ยังมีเส้นใยอาหารที่ช่วยขจัดสารพิษในร่างกายอีกด้วย

 

 

10. มะเขือม่วง มีคุณสมบัติต้านมะเร็ง บำรุงหลอดเลือดแล้ว ยังช่วยดูดซับไขมันและของเสียในกระแสเลือด ยับยั้งไม่ให้คลอเลสเตอรอลสุงขึ้น ปรับสมดุลไขมันในร่างกายเรา และยังแก้ท้องผูกได้อีกด้วย

 

 

11. แอปเปิ้ล ช่วยขับปัสสาวะ ป้องกันท้องผูก กระตุ้นการเคลื่อนตัวของลำไส้ ขจัดอาหารที่หมักหมมตกค้างในลำไส้ ซึ่งเป้นสาเหตุที่ทำให้ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ

 

 

12. ส้ม นอกจากสรรพคุณที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าส้มมีวิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันท้องผูกแล้ว เปลือกส้มยังมีสรรพคุณในการย่อยไขมันด้วย ลองนำเปลือกส้มตากแห้งมาต้มชาดื่ม จะช่วยลดน้ำหนักและช่วยให้ผิวสวยได้ด้วย

 

 

13. ผักกาดขาว อุดมไปด้วยเส้นใยและแคลเซียม ทานมากๆ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ป้องกันท้องผูกและมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย

 

 

14. พริก มีสรรพคุณในการกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน ซึ่งช่วยให้น้ำหนักลดลงนันเอง

 

 

15. พริกหวาน มีวิตามินบีสุงกว่ามะเขือเทศ และมีวิตามินซีสูงกว่ามะนาวอีก การกินพริกหวานมากๆ จะช่วยกระตุนการเผาผลาญไขมัน ลดคลอเลสเตอรอลในเลือด ฯลฯ

 

 

16. ถั่วแดง มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก และยังช่วยในการกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญน้ำตาล ช่วยขับปัสสาวะ ลดอาการบวมน้ำ ขับความชื้น แก้ท้องผูก และล้างพิษได้อีกด้วย เหมาะกับการลดน้ำหนักมากๆ

 

 

17. ฟักทอง อุดมด้วยแป้งและน้ำตาลและวิตามินและเกลือแร่จำนวนมาก กินฟักทองช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน จึงช่วยลดการทานอาหารให้น้อยลง ทั้งยังช่วยขจัดสารพิษที่ตกค้างในร่างกายอีกด้วย

 

 

18. หอมแดง หอมแดงเป็นยาเร่งขับปัสสาวะ ขับเสมหะและขับประจำเดือน เป็นยาแก้ไข้ลดความร้อน หอมแดงยังเป็นยารับประทานขับลมในลำไส้ ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่าย แก้ท้องอืดแน่นเฟ้อ แก้ปวดท้อง ช่วยรักษาโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ลดคอเรสตอรอลในเส้นเลือด

 

 

ทั้งนี้แต่ละอย่างล้วนแล้วจะมีประโยชน์ แต่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากเกินไป เพราะหากรับประทานมากเกินไปหรือเกินความจำเป็น นอกจากจะได้ประโยชน์แล้วอาจกลายเป็นได้โทษตามมาด้วยนะ ควรรับประทานด้วยความระมัดระวัง เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดี อย่าลืมแชร์บอกต่อด้วยนะ

 

 

 


ขอบคุณข้อมูลจาก : sharesidotcom

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุริยวงศ์ หิรัญเตโช