ใจไม่พิการ!?! พี่หนูพอแล้ว...สาวตาบอด ขอหยุดรับเงิน ให้ผู้ใจบุญไปช่วยคนไม่มีกินอื่นๆบ้าง?!?เผยนำเงินบริจาคโรงพยาบาลซื้อเครื่องมือแพทย์(คลิป)

Publish 2018-06-08 09:48:58

จากกรณีจากเรื่องราวของ น.ส.สุนิสา มุ่งรวยกลาง หรือ ยุ้ย อายุ 26 ปี ชาวบ้านกลันทา ม.10 ต.กระสัง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ที่พิการตาบอดทั้งสองข้างมานานกว่า 7 ปี เพราะผลข้างเคียงจากการทำงานโรงงานหลอมเหล็ก ซ้ำยังถูกสามีหนีไปบวช ทิ้งให้เลี้ยงลูกชายวัย 1 ขวบ 3 เดือนตามลำพัง



 

 

 

ทั้งนี้โดย น.ส.สุนิสา อาศัยเพิงเล็ก ๆ ที่มุงด้วยสังกะสีเก่าผุพัง มีเพียงเบี้ยคนพิการเดือนละ 800 บาท และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนเดือนละ 300 บาท ซื้อข้าวและอาหารกินประทังชีวิต ต้องอยู่อย่างยากลำบากอดมื้อกินมื้อ ต่อมานายพายัพ รอดเมือง อายุ 59 ปี ชาวบ้านหนองหว้า อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งพิการเป็นอัมพฤกษ์นอนป่วยติดเตียงมานานกว่า 20 ปี  ได้ติดต่อไปยัง น.ส.สุนิสา เพื่อขอบริจาคดวงตาให้ 1 ข้าง ให้น้องมีโอกาสกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง เพื่อจะได้ทำงานหาเลี้ยงลูกได้ด้วยตนเอง

 

 


 

 

ล่าสุดมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า มนัญญา ม่วงสมมุข ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพ เปิดเผยถึงการของดรับบริจาคของสาวคนดังกล่าว โดยระบุไว้ในข้อความที่โพสต์ว่า

 

"พี่..หนูพอแล้ว หนูได้เยอะมากแล้ว พี่ช่วยให้นักข่าวมาทำข่าวว่าหนูพอแล้ว หนูอยากขอบคุณผู้ใจบุญที่ช่วยหนู"....

หลังจัดรายการบอกกล่าวเล่าแจ้ง สวท.บุรีรัมย์ เช้านี้(7มิย.61) สุนิสา มุ่งรวยกลาง อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 หมู่ที่ 10 ตำบลกระสัง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ หญิงตาบอด มีลูกอายุ 1 ปี 3 เดือน โทรมาเพื่อขอให้เราให้ผู้สื่อข่าวไปทำข่าวเธอแจ้งงดรับบริจาคเงิน เพราะเธอคิดว่ามันเกินพอแล้วสำหรับเธอ เธอขอให้ท่านผู้ใจบุญได้ไปช่วยคนที่ไม่มีจะกินเช่นเธอซึ่งยังมีอีกมากมายต่อไป ส่วนเธอของดรับบริจาคเงินตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

 

 

“เพียงพอสำหรับที่จะใช้เลี้ยงดูแม่ ลูกชาย และตัวเองแล้ว ทั้งนี้ยังมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้มีจิตศรัทธา นำข้าวสารและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันมามอบช่วยเหลือที่บ้านด้วย ทั้งอยากจะให้ผู้มีจิตศรัทธาได้แบ่งปันความช่วยเหลือให้กับคนอื่น ที่ประสบชะตากรรมลำบากเหมือนกับตนเองด้วย ส่วนเงินที่ได้รับบริจาคก็ตั้งใจว่าส่วนหนึ่งจะเก็บไว้สร้างบ้านให้สามารถกันแดดกันฝน และปลอดภัยกว่าเดิม เพราะปัจจุบันอาศัยอยู่ในเพิงสังกะสีเก่า ทั้งเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาลูก และใช้จ่ายในการดำรงชีวิต และตั้งใจว่าจะแบ่งปันเงินที่ได้รับบริจาคจำนวน 50,000 บาท มอบให้กับทาง รพ.บุรีรัมย์ เพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์ หรือเวชภัณฑ์ยา สำหรับใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยคนอื่นด้วย เพราะที่ผ่านมาทาง รพ.บุรีรัมย์ก็ให้ดูแลรักษาตนเองเป็นอย่างดีมาตลอด”

 

 

ได้ประสานผู้สื่อข่าวคุณสุรชัย พิรักษา และคุณพิกุล ไปติดตามบันทึกเทปเธอเพื่อเผยแพร่การประกาศงดรับบริจาคเงินจากผู้ใจบุญต่อไปแล้ว

ส่วนยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีเธอ แจ้งมา ณ เวลา 19.00 น. มีจำนวน 1,576,728 บาท

ขอขอบพระคุณผู้ใจบุญทุกท่าน ที่ให้ความเมตตาต่อเธอและลูก เธอพ้นทุกข์แล้วคะ ทุกท่านคงรู้สึกมีความสุข อิ่มเอิบใจที่ได้เห็นคนที่ทุกท่านได้ช่วยฉุดเธอขึ้นจากปลักแห่งความทุกข์ พ้นจากทุกข์ยากแล้ว นี่คือบุญที่พวกเราได้รับคะ...ความปิติ

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : มนัญญา ม่วงสมมุข



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว