"น้องฟาง" เหยื่อทอมโหด แฉความแสบ หลังกระทืบแอบย่องกลับมา ขอลบภาพกล้องวงจรปิด ยันไม่ได้โกรธแต่จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด!!!

Publish 2018-07-23 08:07:39


จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กThikampron Kaain โพสต์ภาพเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างสาวคนหนึ่งกับแฟนทอม โดยจากภาพในคลิปเป็นทอมที่ลงมือทำร้ายร่างกายแฟนสาวก่อน จากนั้นทั้งคู่จึงมีการใช้กำลังกัน ก่อนที่ทอมคว้าหมวกกันน็อกฟาดที่ศีรษะแฟนสาวจนล้มลงแล้วเข้าไปเตะต่อยไม่ยั้ง จากนั้นมีผู้เห็นเหตุการณ์เข้ามาห้ามทั้งคู่
 



ขณะที่ทางด้าน น.ส.พิมพ์พิไล ปักษี อายุ 22 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยกับทีมข่าวรายการทุบโต๊ะข่าวยอมรับว่าผู้ก่อเหตุเป็นแฟนของตน รู้จักกัน 7 ปีแล้ว แต่เพิ่งมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้ปีกว่าๆ โดยเมื่อคืนวันพุธ (18 ก.ค.) ที่ผ่านมา ตนและแฟนได้ไปดื่มเบียร์ที่หอพักของเพื่อนในย่านพหลโยธิน หลังจากนั้นเพื่อนและแฟนก็มีอาการเมาหลับไป ตนได้หยิบโทรศัพท์มือถือแฟนขึ้นมาเพื่อจะเช็กข้อความในไลน์ แต่เปิดไม่ได้เนื่องจากแฟนเปลี่ยนรหัส

จากนั้นก็ปลุกแฟนเนื่องจากจะชวนกลับหอพัก แล้วถามแฟนว่า “เปลี่ยนรหัสทำไม” ซึ่งแฟนไม่ตอบและคว้าโทรศัพท์เข้าห้องน้ำไป จากนั้นเมื่อแฟนออกจากห้องน้ำตนก็ถามซ้ำอีกครั้งว่า “เปลี่ยนรหัสทำไม” โดยแฟนตนตอบว่า “ไม่ชอบให้มาเช็ก” ซึ่งตนก็ตอบกลับไปว่า “งั้นก็ต่างคนต่างอยู่” จากนั้น ตนจึงเดินออกจากห้องเพื่อนและลงลิฟต์มายังชั้นล่างของหอพัก

 

 

น.ส.พิมพ์พิไล เล่าต่อว่า เมื่อตนลงมาที่ชั้นล่างของหอพัก ตนก็ดูมอนิเตอร์กล้องวงจรปิด เห็นแฟนกำลังลงลิฟต์มาเช่นกันจึงอยู่รอ เมื่อแฟนลงมาตนจึงเปิดประตูหอพักทิ้งไว้แล้วนำคีย์การ์ดขึ้นไปคืนเพื่อน เนื่องจากหอพักต้องใช้คีย์การ์ดเข้าออก จากนั้นก็กลับมายืนรอหน้าหอ แต่แฟนยังนั่งอยู่ไม่ยอมลุกไปเอารถจักรยานยนต์ ตนจึงเดินไปหาและดึงกุญแจรถมาตั้งใจว่าจะกลับเอง แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมให้ ยื้อแย่งกันไปมาจนกระทั่งแฟนผลักตน ตนจึงตบหน้ากลับ จากนั้น แฟนก็เอาหมวกกันน็อกฟาดหน้าตนแล้วเตะต่อยตามที่เห็นในคลิปวิดีโอจนกระทั่ง มีผู้มาช่วยไว้



น.ส.พิมพ์พิไล เผยอีกว่า ขณะที่เกิดเหตุ ผู้ดูแลหอพักได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ซึ่งได้แจ้งต่อมายังเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้พาตนส่งโรงพยาบาลในวันเกิดเหตุ (19 ก.ค.) ซึ่ง น.ส.พิมพ์พิไล กล่าวว่า หากไม่มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยพาส่งโรงพยาบาลในวันนั้น ตนคงไปโรงพยาบาลด้วยตัวเองไม่ไหวอย่างแน่นอน

 

 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเหตุแฟนของตนได้ขี่จักรยานยนต์ กลับมาไม่เจอตน แต่เจอเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเจ้าหน้าที่ก็ได้พาแฟนไปสอบปากคำ ซึ่งแฟนตนก็ถามเจ้าหน้าที่ว่าตนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอะไร แต่ตำรวจไม่เปิดเผยข้อมูล โดยเมื่อตนตรวจรักษาเรียบร้อยแล้วก็กลับมานอนพักที่หอพัก แฟนของตนก็มาขอโทษ ทั้งยังช่วยกันกับแม่ตนทำแผลและใส่ยาให้ ซึ่งตนก็ให้อภัยแฟนในสิ่งที่ทำตน แต่เรื่องคดีความก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายซึ่งแฟนก็มีลักษณะเหมือนจะยินยอม จนกระทั่งเมื่อวานนี้ (21 ก.ค.) ตนไปขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดในสถานที่เกิดเหตุ พบว่าแฟนแอบมาขอภาพไปก่อนแล้วโดยที่ไม่ได้บอกตนว่าจะมา เมื่อตนเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดก็รู้สึกรับไม่ได้เนื่องจากภาพที่เห็นรุนแรงกว่าที่ตนคิด และตนก็ไม่เข้าใจว่าแค่เรื่องรหัสไลน์ทำไมจึงต้องทำรุนแรงขนาดนี้ จึงตัดสัมพันธ์กับแฟนในวันนั้น (21 ก.ค.) แล้วไม่ได้พูดคุยกันอีก

 


เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ในระหว่างที่คบกันเคยมีการทำร้ายร่างกายหรือไม่ น.ส.พิมพ์พิไล ตอบว่าไม่เคย มีเพียงเล่นกันรุนแรงจนฟกช้ำดำเขียวเท่านั้น ไม่เคยลงมือหนักขนาดนี้ โดยขณะนี้ตนก็ยังรู้สึกปวดระบมแผลอยู่ โดยเฉพาะบริเวณปากและตา แต่มีอาการดีขึ้นมากจากวันแรกที่แทบจะลืมตาไม่ขึ้น

สำหรับเรื่องค่ารักษาพยาบาล น.ส.พิมพ์พิไล ตอบว่า ขณะนี้ตนใช้สิทธิ์ประกันสังคม ซึ่งทางคู่กรณีเคยเสนอยื่นเงินให้ 50,000 บาท แต่ทางแม่ของตนปฏิเสธไม่รับเงินแต่จะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด โดยจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุในช่วงเย็นของวันนี้ (22 ก.ค.)

 

 

ขอบคุณ  รายการทุบโต๊ะข่าว อัมรินทร์ทีวี HD34
 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อติ บุญเสริม