ภาพถ่ายดาวเทียม แบบเคลื่อนไหว พายุไต้ฝุ่นจ่ามีลูกที่ 28!

ภาพถ่ายดาวเทียม แบบเคลื่อนไหว พายุไต้ฝุ่น"จ่ามี"ลูกที่ 28!

Publish 2018-09-23 13:27:28


พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนลดลง ส่วนภาคอื่นๆ มีฝนใกล้เคียงกับเมื่อวาน 
อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “จ่ามี” (TRAMI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเกาะไต้หวันในช่วงวันที่ 28-30 กันยายน 2561 นี้ ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย 

หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันใกล้ฝั่งไทย ได้เคลื่อนออกไปเข้าใกล้เกาะสุมาตรามากยิ่งขึ้น ในขณะลมตะวันออกยังคงพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนลดลง

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ภาคตะวันออก    มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

 

พยากรณ์อากาศ

 



พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 23 กันยายน 2561 - 29 กันยายน 2561 ในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 61 บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนในช่วงวันที่ 27-29 ก.ย. 61 ประเทศไทยตอนบนมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อนึ่ง พายุโซนร้อนจ่ามี” (TRAMI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเกาะไต้หวันในช่วงวันที่ 28-30 กันยายน 2561 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ข้อควรระวัง   ในช่วงวันที่ 27-29 ก.ย. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

 

ภาพถ่ายจานดาวเทียม

 

ในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 61 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนในช่วงวันที่ 27-29 ก.ย. 61 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง



ด้าน นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ เปิดเผยว่าระหว่างวันที่ 22 - 27 ก.ย. 61 เป็นช่วงที่ฝนน้อยลง เกือบทุกภาค มีบ้างบางพื้นที่แต่ไม่มากนัก เนื่องจากระยะนี้ลมมรสุมที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังอ่อน ทั้งนี้จะมีมวลอากาศเย็นปกคลุม และอาจจะแผ่ลงมาอีกกระลอกช่วงวันที่ 28 - 29 ก.ย. 61 ซึ่งจะมีฝนและฝนฟ้าคะนองในระยะแรก ๆ แต่ปริมาณฝนที่จะตกลงมาเติมน้ำในเขื่อนหรือลุ่มน้ำต่าง ๆ นั้นไม่มีผลมากนักขณะที่การติดตามสถานการณ์พายุในมหาสมุทรแปซิฟิกลูกที่ 28 ชื่อว่า "จ่ามี" (Trami) ล่าสุดได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนแล้ว กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกค่อนไปทางเหนือ คาดว่าไม่มีผลกระทบกับประเทศไทย

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษมีน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ จำนวน 7 แห่งปัจจุบันยังเร่งพร่องน้ำเพื่อให้กลับสู่ระดับควบคุมปกติอย่างต่อเนื่อง เช่น เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ปริมาณน้ำ 526 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 101% ปริมาณน้ำไหลเข้า 2.61 ล้าน ลบ.ม. ระบายออก 4.33 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ปริมาณน้ำ 684 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 96% ปริมาณน้ำไหลเข้า 5.64 ล้าน ลบ.ม. ระบายออก 8.67 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนกิ่วคอหมา จ.ลำปาง ปริมาณน้ำ 159 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 93% ปริมาณน้ำไหลเข้า 2.33 ล้าน ลบ.ม. ระบายออก 1.92 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี ปริมาณน้ำ 270 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 92% ปริมาณน้ำไหลเข้า 2.96 ล้าน ลบ.ม. ระบายออก 6.52 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ปริมาณน้ำ 202 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 90% ปริมาณน้ำไหลเข้า 2.65 ล้าน ลบ.ม. ระบายออก 1.34 ล้าน ลบ.ม. น้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้นสูง 2.78 ม. เขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา ปริมาณน้ำ 263 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 84% ปริมาณน้ำไหลเข้า 1.99 ล้าน ลบ.ม. ระบายออก 0.32 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทราปริมาณน้ำ 347 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 83% ปริมาณน้ำไหลเข้า 2.12 ล้าน ลบ.ม. ไม่มีปริมาณน้ำไหลออก

ขณะที่สถานการณ์น้ำในแม่น้ำต่าง ๆ ที่มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่ง ได้แก่ แม่น้ำป่าสัก อ.หล่มสัก อ.เมืองเพชรบูรณ์ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ แนวโน้มเพิ่มขึ้น แม่น้ำสงคราม จ.สกลนคร แนวโน้มลดลง ห้วยหลวง จ.อุดรธานี แนวโน้มลดลง แม่น้ำนครนายก บริเวณ อ.องครักษ์ จ.นครนายก แนวโน้มทรงตัว แม่น้ำบางปะกง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา แนวโน้มทรงตัวและคลองพระปรง อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว แนวโน้มลดลง ทั้งนี้ ให้เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำภาคตะวันออกเนื่องจากปริมาณฝนที่ตกสะสมที่ผ่านมา และยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนภาคกลางและภาคใต้ไม่มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่ง



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน