"หนุ่ม" ถูกยัดยาซึ้งใจ ตำรวจมั่วของกลาง จนศาลจับพิรุธได้ ลั่นฟ้อง 30 ล้านให้ชดใช้กรรม!

Publish 2018-09-29 10:03:16


จากกรณี นายราชศักดิ์ เจริญรุ่งเรือง อายุ 31 ปี ชาว จ.ปราจีนบุรี อดีตจำเลยที่ศาลฎีกาพิพากษาถึงที่สุด ให้ยกฟ้อง ฐานครอบครองยาบ้า มอบอำนาจให้นายธนากร เจริญรุ่งเรือง บิดา และทนายความมายื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นจำเลยในความผิด เรื่องละเมิด พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทนจำนวน 30 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ทั้งนี้ ศาลได้ประทับรับฟ้องไว้แล้วนั้น



 

ล่าสุด (28 ก.ย.) รายการทุบโต๊ะข่าว รายงานว่า นายธนากร เจริญรุ่งเรือง พ่อของนายราชศักดิ์ เปิดเผยว่า ตนฟ้องร้องค่าสินไหมทดแทนถึง 30 ล้านบาท เพราะตำรวจได้ผลงานจากคราบน้ำตาของตนและครอบครัว และให้ตำรวจเห็นว่าผลกรรมที่เขาจะได้จากการกระทำครั้งนี้นั้นคืออะไร ซึ่งตนก็ไม่คิดว่าการเรียกเงิน 30 ล้าน จะมากเกินไป เพราะว่าถ้าคำนวณความเสียหายที่ลูกของตนต้องออกจากงาน อีกทั้งความเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อวงตระกูลแล้ว ตนก็เห็นว่าเป็นเรื่องเหมาะสม

 

 

ทั้งนี้ ระหว่างที่ลูกของตนอยู่ในเรือนจำ ค่อนข้างเครียดมาก แต่ตนจะคอยให้กำลังใจอยู่เสมอ ซึ่งกระบวนการต่อสู้บนชั้นศาล แม้ว่าฝั่งของตนจะไม่มีหลักฐาน แต่ตนก็ใช้หลักฐานของตำรวจมัดตัวตำรวจเอง เช่น ตำรวจลงบันทึกการจับกุมไว้ เวลา 17.00 น. และดำเนินการเสร็จตอน 18.00 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่า ใช้เวลาเดินทางไปที่จุดค้นยาเสพติดเพียง 10 นาที ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่า เวลาค่อนข้างมีพิรุธ เพราะตนไม่เชื่อว่าการจับ และพาตัว น.ส.ศิริวรรณ ผู้ต้องหาอีกราย ไปค้นที่บ้าน จะดำเนินการเสร็จภาย ใน 1 ชั่วโมง
 

 



อีกทั้งภาพถ่ายขณะจับกุมนั้น ลักษณะของแสงก็ไม่ตรงกับภาพที่ปรากฏ โดยแสงภายในภาพมีลักษณะคล้ายเวลาเที่ยง มากกว่าจะเป็นเวลาเย็น ส่วนอีกพิรุธคือ การที่ปรากฏรูปถ่ายที่เป็นชุดที่มีการขุดหายาเสพติดที่มีการนำใส่กล่อง แล้วฝังดินไว้ โดยตำรวจชี้แจงว่าให้ทั้งนายราชศักดิ์และน.ส.ศิริวรรณ ทำการขุดขึ้นมา แต่ในภาพไม่พบว่ามีรอยขุด อีกทั้ง มีการใส่กุญแจมือของทั้ง 2 คน จึงมองว่ากระทำไม่ได้ยาก

 

 

ทั้งนี้ ยังมีรูปที่นายราชศักดิ์สวมสร้อยคอ แต่อีกรูปที่ปรากฏเมื่อไปชี้จุดที่ซ่อนยาเสพติด นายราชศักดิ์ไม่ได้สวมสร้อยคอ ทั้งที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมชี้แจงว่า เป็นการค้นหายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นข้อพิรุธในคดีดังกล่าว

 

 

 


นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานการกดเงินของน.ส.ศิริวรรณ 3 ครั้ง โดยครั้งแรกจำนวน 20,000 บาท ครั้งที่ 2 จำนวน 20,000 บาท และครั้งที่ 3 อีกจำนวน 10,000 บาท โดยพบว่าเป็นเวลา 15.00 น. ของวันเกิดเหตุ

นายธนากร กล่าวต่อว่า ตนได้แรงบันดาลใจจากการดูละครจีนเรื่อง เปาบุ้นจิ้น หลังดูจบ ทำให้ตนมีกำลังใจยิ่งขึ้น และเชื่อว่าความยุติธรรมนั้นมีจริง เพราะตนไม่อยากให้เหมารวมว่า หากผู้กระทำความผิดอยู่กับผู้บริสุทธิ์แล้ว ผู้บริสุทธิ์จะเป็นคนที่กระทำความผิดด้วยเช่นกัน ซึ่งหากฝั่งตำรวจจะมาไกล่เกลี่ยกับตนนั้น ตนก็ยินดีที่จะพูดคุย เพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ต่อไป

 

 

 

ขอบคุณ รายการทุบโต๊ะข่าว อัมรินทร์ทีวี HD34


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อติ บุญเสริม