เถ้าแก่โรงน้ำดื่ม ขอโอกาสพูด หลังไล่หนุ่มพลเมืองดีช่วยด.ญ.โดนตาขืนใจออกจากงาน ลั่น วางแผนจะให้เขามีกิจการส่งน้ำเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ!

เถ้าแก่โรงน้ำดื่ม ขอโอกาสพูด หลังไล่หนุ่มพลเมืองดีช่วยด.ญ.โดนตาขืนใจออกจากงาน ลั่น วางแผนจะให้เขามีกิจการส่งน้ำเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ!

Publish 2018-12-04 12:25:25

จากกรณีที่คุณตาวัย 62 ปี เกิดอาการเมาเหล้าแล้วล่อลวงหลานสาวแท้ๆ อายุ 15 ปี ไปพยายามข่มขืนในป่าละเมาะ ในพื้นที่ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แต่โชคดีที่เด็กยังไม่ได้ถูกตาแท้ๆ ของตนเองขืนใจนั้น เนื่องจากเด็กได้ร้องเสียงดัง และมีพลเมืองดีผ่านมาช่วยเหลือไว้ได้นั้น 
 



 

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ได้ทำการสอบปากคำชายวัย 62 ปี แต่เจ้าตัวยังปฎิเสธว่าไม่ได้ลงมือข่มขืน เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีใน 3 ข้อหา คือ พาบุคคลอื่นไปกระทำการอนาจาร,กระทำอนาจารบุคคลอายุเกินกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน18 ปี,และความผิดตาม พรบ.ความรุนแรงและครอบครัว ขณะนี้ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่ห้องขัง สภ.หาดใหญ่ เพื่อเตรียมนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสงขลาในวันพรุ่งนี้

 

ขณะที่เด็กสาววัย 15 ปี ตอนนี้สภาพจิตใจยังย่ำแย่และตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่อยากกลับไปอยู่ที่บ้านของตากับยาย เจ้าหน้าจึงนำตัวไปพักที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดสงขลา ชั่วคราวเนื่องจากพ่อกับแม่ก็แยกทางกัน และกำลังประสานให้ทั้งพ่อและแม่มารับไปดูแลตามความต้องการของเด็กว่าจะอยู่กับใคร จากนั้นจะได้ประสานทีมสหวิชาชีพมาร่วมทำการสอบสวนตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป

ทางด้านนายทิพกร ทองขาว อายุ 30 ปี พนักงานส่งน้ำของโรงงานผลิตน้ำดื่มแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นพลเมืองดีที่เข้าไปช่วยเหลือเด็กวัย 15 ปีได้ทันนั้น ได้เดินทางไปที่สภ.หาดใหญ่ เพื่อปรึกษากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังต้องเป็นพยานจนถูกนายจ้างไล่ออกจากงาน เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา และตอนนี้ต้องเดือดร้อนเพราะไม่มีที่ไปและไม่มีที่พัก เนื่องจากก่อนหน้านี้ก็อาศัยอยู่ที่บ้านของเถ้าแก่ หลังจากที่มาทำงานส่งน้ำได้ 2 เดือนแล้ว 
 

นายทิพกร ทองขาว อายุ 30 ปี (พลเมืองดีช่วยเหลือเด็ก)

 

โดยนายทิพกร เปิดเผยว่าวันเกิดเหตุตนได้ขับรถไปส่งน้ำที่แคมป์คนงานก่อสร้างบริเวณจุดเกิดเหตุ และได้ยินเสียงเด็กหญิงร้องขอความช่วยเหลือมาจากในป่าจึงได้วิ่งเข้าไปดู และพบว่าผู้ชายกำลังจะข่มขืนเด็กหญิง จึงเข้าไปช่วยเหลือเด็กเอาไว้ได้ และรีบแจ้งตำรวจให้มาจับกุมคนร้าย หลังเกิดเหตุตำรวจได้ขอเบอร์โทรศัพท์ตน เพื่อเป็นพยานในคดีนี้เพราะเป็นคนเดียวที่เข้าไปช่วยและเห็นเหตุการณ์ ตนจึงได้ให้เบอร์โทรที่ทำงานไปเพราะโทรศัพท์เสีย จนถูกเถ้าแก่ต่อว่า ว่าทำให้งานเสียหาย 

 


"ผมไม่เหลืออะไรแล้ว เมื่อวานผมโดนเถ้าแก่เนี๊ยไล่ออก คือวันเกิดเหตุผมขับรถไปส่งน้ำแล้วได้ยินเสียงเด็กหญิงร้องให้ช่วย จึงจอดรถแล้วตามหาต้นเสียง ไปเจอเหตุการณ์เข้าแบบคาตา ชายแก่กำลังจะข่มขืนเด็ก จึงเข้าไปช่วยเอาไว้ หลังเสร็จเรื่องตำรวจได้ขอเบอร์โทรไว้ เพราะผมเป็นพยานเพียงคนเดียว จึงให้เบอร์โทรที่ทำงานไป แลัวในวันนั้นผมก็ไปส่งน้ำให้ลูกค้าไม่ทันรวม 50 ถัง จากลูกค้า 50 เจ้า"

ทั้งนี้เรื่องราวดังกล่าวได้เกิดเป็นกระแสดราม่าตามมาทันที และสังคมรู้สึกคนใจหนุ่มพนักงานคนนี้ ที่เสียสละหน้าที่การทำงานเพื่อช่วยเหลือชีวิตเด็กหญิงวัย 15 ปี ให้รอดพ้นถูกขืนใจจากตาแท้ๆ แต่ทำไมถึงมีจุดจบไม่สมกับความดีที่ทำ 
 


ล่าสุด เถ้าแก่เจ้าของโรงงานผลิตน้ำที่นายทิพกร ทำงานอยู่ ชี้แจงถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าได้ไล่นายทิพกรออกเนื่องจากไปเป็นพยานในคดีดังกล่าวและทำให้เสียงานเสียการว่า ขณะนี้ยังไม่พร้อมจะเปิดเผยตัวเพราะกลายเป็นจำเลยของสังคมไปแล้ว ยืนยันว่า สาเหตุที่ให้ นายทิพกร ออกจากงาน ไม่ได้มาจากการไปเป็นพยานในคดีนี้ จนทำให้เสียการเสียงานส่งน้ำไม่ทัน ซึ่งตนและภรรยายังชื่นชม นายทิพกร ด้วยซ้ำ

 

สาเหตุจริงมาจากเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ซึ่ง นายทิพกร ขอรถคันใหม่ไปส่งน้ำให้ลูกค้าที่ค้างอยู่อีก 50 ถัง เพราะส่งให้ไม่ทันในวันเกิดเหตุ โดยอ้างว่ารถคันเก่าที่ขับส่งน้ำเป็นประจำกระจกแตกขับไม่ได้ ซึ่งผมก็ให้ไป และก่อนไปส่งน้ำก็ได้เข้าไปให้ปากคำกับตำรวจที่ สภ.หาดใหญ่ เสร็จประมาณบ่าย 2 โมง และไปส่งน้ำต่อ ซึ่งเวลาที่ใช้ในการส่งน้ำจริงๆราว 1 ชั่วโมงก็เสร็จ แต่ นายทิพกร นำรถกลับมาส่งที่โรงน้ำตอน 4 ทุ่ม ภรรยาของผมจึงโมโหมาก เพราะในวันนั้นจำเป็นต้องใช้รถไปย้ายหอให้กับลูกสาวและเพื่อนที่ อ.เมืองสงขลา ในช่วงเย็น จึงทำอะไรไม่ได้เลยเพราะไม่มีรถ จึงให้ นายทิพกร ออกจากงาน ความจริงแล้วได้วางแผนที่จะซื้อรถและเซ้งน้ำให้ นายทิพกร มีกิจการส่งน้ำเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ ซึ่งได้คุยกันไว้แล้วเพื่อสร้างตัวเอง และส่วนตัวก็ไม่ได้คิดจะไล่ แต่วันนั้นภรรยาโมโหมากที่นำรถไปใช้ส่วนตัวและกลับมาล่าช้า ซึ่งทราบว่าขับไปบ้านญาติที่ จ.พัทลุง หากมาเร็วก็จะไม่โดนไล่ออก ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการที่ นายทิพกรเป็นพลเมืองดีช่วยเหลือด.ญ.ที่กำลังจะถูกข่มขืนแต่อย่างใด จึงขอความเห็นใจกับสังคมด้วย

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย