บิ๊กโจ๊กทลายแก๊งขโมยข้อมูลราชการขายผ่านเฟซบุ๊ก รวบ"ร.ต.ท."ตัวการใหญ่

Publish 2018-12-07 15:57:24



จากกรณีที่ได้มีแก๊งมิจฉาชีพ แอบอ้างเปิดเฟซบุ๊ก รับเช็คทะเบียนรถยนต์ออนไลน์ เช็คอายัด รวดเร็ว 24 ชม. ได้แอบอ้างเปิดเพจ มีการรับจ้างตรวจสอบข้อมูลและประวัติบุคคลผ่านออนไลน์ว่าสามารถเช็คหรือตรวจสอบข้อมูลได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายก่อให้เกิดการร้องเรียนในที่สุด 


ต่อมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. รองผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีเฟซบุ๊คชื่อ "รับเช็คทะเบียนรถยนต์ ออนไลน์ เช็คอายัดรวดเร็ว 24 ชม." มีการรับจ้างตรวจสอบข้อมูลและประวัติบุคคลผ่านออนไลน์ โดยนำข้อมูลทางหน่วยงานราชการมาเปิดเผยทีก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น เป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร.ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ร.ต.ท.บุญเสริม เป็นผู้ใช้งานสืบค้นในกรณีดังกล่าว

 

(จับกุมแก๊งขโมยข้อมูลทางราชการ)


 



แถลงการจับกุม

เมื่อทำการสืบค้นข้อมูลเสร็จแล้วจะส่งให้กับลูกชายของตนเองคือ นายทรงศักดิ์ อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ "รับเช็คทะเบียนรถยนต์ ออนไลน์ เช็คอายัด รวดเร็ว 24 ชม." โดยมีไลน์ไอดีชื่อ @2car เพื่อไว้ให้กับผู้ที่ต้องการตรวจสอบประวัติบุคคลสามรถติดต่อแอดไลน์มาติดต่อสอบถามได้ 

 

โดยชื่อไลน์ได้มีผู้ใช้ว่า "ตรวจสอบสถานะรถยนต์" เป็นไลน์ที่สามารถเข้ามาตรวจสอบเช็คประวัติบุคคลได้ทั้งหมดโดยคิดค่าบริการในการตรวจสอบ 1,000 บาท แต่ถ้าต้องการตรวจสอบว่ามีรถยนต์กี่คัน หรือเคยจดทะเบียนสมรสหรือไม่จะต้องจ่ายเพิ่มอีก 1,000 บาท โดยจ่ายค่าบริการผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลขบัญชี 038-X-XXXXX-X ซึ่งเป็นบัญชีชื่อ น.ส.จินดารัตน์ อายุ 31 ปี (ภรรยาของนายทรงศักดิ์) 

(จับกุมแก๊งขโมยข้อมูลทางราชการ)

(จับกุมแก๊งขโมยข้อมูลทางราชการ)

 



จากนั้นผู้ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ "ตรวจสอบสถานะรถยนต์" จะส่งภาพข้อมูลบุคคลจากการตรวจสอบในระบบทะเบียนราษฎร์มาให้กับผู้ใช้บริการ ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อ ร.ต.ท.บุญเสริมและนายทรงศักดิ์(ลูกชาย) และน.ส.จินดารัตน์ (ภรรยาของลูกชาย) ว่า "ห้ามเปิดเผยข้อความหรือตัวเลขนั้นแก่บุคคลใดๆ ซึ่งไม่มีหน้าที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้หรือแก่สาธารณชน 

 

(ผังความสัมพันธ์แก๊งมิจฉาชีพ)


เว้นแต่ผู้มีส่วนได้เสียขอทราบเกี่ยวกับสถานภาพทางครอบครัวของผู้ที่ตนจะมีนิติสัมพันธ์ด้วยหรือมีความจําเป็นเพื่อประโยชน์แก่การสถิติหรือเพื่อประโยชน์แก่การรักษาความมั่นคงของรัฐหรือการดําเนินคดีและการพิจารณาคดีหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและไม่ว่าในกรณีใดจะนําข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรไปใช้เป็นหลักฐานที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูลไม่ได้ ตามมาตรา 17 ของพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 และจะดำเนินคดีต่อบุคคลที่กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป

 

(จับกุมแก๊งขโมยข้อมูลทางราชการ)

 

ขอบคุณ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม

;