น้องเทนนิส ยอดนักเทควันโดสาว โพสต์ซึ้งถึงพระคุณพ่อ 11 ปีก่อนเคยรถคว่ำเจ็บแต่ไม่ทิ้งฝันลูก สัญญาอีก2ปีจะคว้าเหรียญทองโอลิมปิกมาให้ได้

"น้องเทนนิส" ยอดนักเทควันโดสาว โพสต์ซึ้งถึงพระคุณพ่อ 11 ปีก่อนเคยรถคว่ำเจ็บแต่ไม่ทิ้งฝันลูก สัญญาอีก2ปีจะคว้าเหรียญทองโอลิมปิกมาให้ได้

Publish 2018-12-17 23:32:30


เรียได้ว่าเป็นการแข่งขันท้ายปีที่สร้างความภาคภูมิใจของครอบครัวเเละประเทศชาติเป็นอย่างมาก สำหรับน้องเทนนิส พาณิภัค นักเทควันโดสาวทีมชาติไทย ซึ่งเพิ่งจะคว้าแชมป์ อู๋ซี เวิลด์ เทควันโด แกรนด์สแลม แชมเปี้ยนชิพ ซีรีส์ 2018 รายการสุดท้ายของปีที่เมืองอู๋ซี ประเทศจีน พร้อมกับรับเงินรางวัล  2.1 ล้านบาท

 

(น้องเทนนิส)

(น้องเทนนิส)

 

สำหรับ เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ เกิดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2540 แต่เพื่อนๆ หรือคนรู้จักจะเรียกเพียงสั้นๆ ว่า “นิส” เป็นบุตรสาวของนายสิริชัย วงศ์พัฒนกิจ  น้องเทนิส เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 3 คน ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นปริญญาตรี ที่คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

(น้องเทนนิส)

 

 

(น้องเทนนิส)

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : น้องเทนนิส โชว์ฝีมือสุดยอด ถล่มคู่ต่อสู้สาวเกาหลีใต้ คว้าเหรียญทองเทควันโดโลก Wuxi 2018 world taekwondo 

 




ล่าสุด เทนนิส พาณิภัค ได้โพสต์ข้อความถึง นายศิริชัย วงศ์พัฒนกิจ (พ่อ) ว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จ เป็นนักเทควันโดมือ 1 ของโลกได้อย่างทุกวันนี้  โดยเธอได้เล่าเหตุการณ์ที่ย้อนกลับไปตอนที่เธออายุ 10 ขวบกว่าๆ ว่าพ่อเป็นคนพาไปตระเวณแข่งตามจังหวัดต่างๆ ถึงแม้ว่าตอนนั้นพ่อของเธอได้ประสบอุบัติเหตุก็ยังทำทุกทางเพื่อให้ลูกสาวไปแข่งทัน และเธอีก 2 ปีข้างหน้า เธอจะไปโอลิมปิกเกมส์ ที่โตเกียวให้ได้ อยากให้พ่อภูมิใจ หลังจากเธอทำให้พ่อผิดหวังจากการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ที่ริโอ เดอ จาเนโร

 

โดยเธอได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุข้อความว่า “เมื่อ 11 ปีก่อน ตอนหนูอายุ 10 ขวบ พ่อขับรถพาหนูจากสุราษฎร์ฯ ขึ้นมาแข่งชิงแชมป์ประเทศไทยที่กรุงเทพฯ แต่ดันเกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำที่ จ.ชุมพร ถ้าเป็นคนอื่นคงกลับบ้านไปแล้ว “

 

(น้องเทนนิสคุณพ่อ)

 



“เพราะพ่อบาดเจ็บที่แขน ข้อศอก มีแผลเต็มไปหมด หนูก็เจ็บแผลถลอกที่ขา แต่พ่อบอกหนูว่า ยังไงก็ตั้งใจมาแข่งแล้ว ต้องไปต่อพ่อซื้อตั๋วรถทัวร์คืนนั้น เพื่อให้หนูไปชั่งน้ำหนักให้ทัน ขอบคุณความทุ่มเทของพ่อที่เป็นแบบอย่าง สอนหนูให้ไม่ยอมแพ้ พ่อไม่ได้แค่สอนหรือสั่งๆอย่างเดียว แต่พ่อจะทำไปกับหนูด้วย”

 

“หนูยังจำทุกๆเช้าวันเสาร์อ าทิตย์ได้อยู่เลย พ่อปลุกหนูตอน 8โมงเช้า เพื่อไปวิ่งด้วยกันกับแดดที่แสนจะร้อน กับทางที่ยาวไกลในถนนชนบท และการ์ตูนตอนเช้าที่หนูไม่เคยได้ดูเลย ตอนนั้นก็คิดนะพ่อไม่มีเพื่อนไปวิ่งด้วยเหรอ แต่ตอนนี้รู้แล้วนะพ่อพ่ออยากให้หนูมีร่างกายที่แข็งแรงมีสุขภาพดี”

 

“แล้วตอนนั้นก็เคยไม่เข้าใจพ่อนะ พ่อจะบังคับให้เล่นกีฬาทำไม ตอนเย็นหลังเลิกเรียน การบ้านก็เยอะ ทำไม่ทัน แล้วยังต้องไปซ้อม เหนื่อยจากการเรียนแล้วไม่พอ ทุกๆเย็นหนูต้องไปซ้อมที่ยิม หนูงอแง หนูร้องไห้ หนูไม่อยากเล่นกีฬา แต่พ่อก็บังคับหนูไปได้ทุกวัน”

 

(พ่อมาเชียร์)

 

"อยากขอบคุณพ่อคนนี้ที่ผลักดันลูกมาจนถึงวันนี้ ตอนนี้มันเกินฝันของเราแล้ว แต่ยังเหลืออีกหนึ่งอย่างที่พ่อฝันไว้ อีก 2 ปีข้างหน้า หนูอยากทำมันให้ได้ หนูจะพยายามให้มากที่สุดเท่าที่ลูกคนนี้จะทำได้"

 

(พ่อลูก)

 

หลังจากเรื่องรางดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปทำให้เพื่อนๆและชาวเน็ตต่างก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บ้างก็บอกว่ายอดเยี่ยมเลยและก็เข้ามาให้กำลังใจเธอ และยังบอกอีกว่า สุดยอดลูก น้องนิส บางทีวันนั้นเราไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอย่างนี้ ทำไมน้องอย่างนั้น แต่ทุกอย่างมันมีเหตุผลในตัวตนของคนที่รู้เหตุผลผลครับ บ้างก็บอกว่า ชีวิตคือการต่อสู้ ถ้าร่างกายยังพร้อมอยู่ จิตใจต้องไม่ท้อ เมื่อมีโอกาส ปัจจัย พ่อและสังคม หนุนนำ ความเจริญจะบังเกิดต่อไป

 

(คอมเม้นต์แสดงความคิดเห็น)

 

(คอมเม้นต์แสดงความคิดเห็น)

(คอมเม้นต์แสดงความคิดเห็น)

 

ขอบคุณ panipak wongpattanakit




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม

;