อดีตครู ที่มากับ ผอ.โรงเรียน ลั่น เด็ก 12 ขาดเรียนเป็นประจำ ชอบเล่นแต่โทรศัพท์ โซเชียลถาม...ต้องการสื่ออะไร!

อดีตครู ที่มากับ ผอ.โรงเรียน ลั่น เด็ก 12 ขาดเรียนเป็นประจำ ชอบเล่นแต่โทรศัพท์ โซเชียลถาม...ต้องการสื่ออะไร!

Publish 2018-12-22 18:00:52


จากกรณีเฟซบุ๊กชื่อว่า ก๊อดส์ เดนด์เด้ฮ์ ร้านสัก สระบุรี ได้โพสต์เตือนภัยที่เกิดขึ้นในจ.สระบุรี โดยระบุว่า “อยากเตือนภัย ชาวสระบุรี บ้านเรา อยู่ยากแล้ว” พร้อมเล่าว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นกับลูกสาวของตนเอง โดนวัยรุ่น 5 คน ฉุดไปรุมโทรม ข่มขืน เบื้องต้นรู้เพียงว่า ลูกสาวเดินอยู่ข้างถนนแล้ว ถูกฉุดเข้าไปในร้านขายของ 20 ทุกอย่าง แล้วร่วมกันกระทำชำเรา พร้อมระบุด้วยว่า ยังมีอีก 2 คลิป ช่วงแรก ประมาณ 23.00 ของวันที่ 16 ธันวาคม ซึ่งตนเองอยู่ กทม.เพื่อนโทรมาบอกว่า ลูกสาวเราถูกข่มขืน แต่จับตัวเด็กที่ทำได้หมดแล้ว ตอนนี้กำลังเคลียร์กับพ่อแม่ของเด็กอยู่ โดยหนึ่งในนั้น มีชายคนหนึ่ง เป็นญาติของเด็กทั้ง 5 อ้างว่าเป็น อบต. แล้วจะมายัดเงินให้เรื่องจบ ตอนแรกบอกว่าจะให้ 30,000 คุยไปคุยมาต่อรองเหลือ 10,000 ตนบอกเพื่อนให้แจ้งความ เพราะจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

 



ต่อมาเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 21 ธันวาคม ทางพ่อเด็กได้ออกมาไลฟ์สดว่าลูกสาวอยากฆ่าตัวตาย เพราะอายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

 

 

วันที่ 22 ธันวาคม 2561 ในเพจ ล่า โพสต์ข้อความระบุว่า Story เดือด  #ทรชนข่มขืนเด็กหญิง 
ผอ.รร./ เทศบาล / ตำรวจ / พม.จังหวัด ... #ทราม #ศาลโซเชียล มาช่วยกันตัดสิน
"ผอ.เขาเป็นผู้หญิง เขาพาป้าแก่ๆ 2 คน ทำงานที่เทศบาล มาคุยกับหนู ให้หนูลาออก เพราะหนูทำโรงเรียนเสียชื่อเสียง"
"หนูคิดอะไรไม่ออก หนูบอกพ่อ หนูฆ่าตัวตายได้ไหม"
ยาวนะ เเต่อ่านให้จบ จะได้รู้ความอัปยศ ที่ลูกเราก็มีสิทธิ์พบเจอ ... เคสนี้นอกจากทรชน เดนนรกเเล้ว ก็ยังมีผู้ใหญ่ชั่วๆ ที่มีพฤติกรรม ข่มขืนเด็กซ้ำๆ ทางจิตใจ #ขอพื้นที่ยืน #ขออ้อมกอด #ขอกำลังใจ ให้เด็กบ้าง ให้ไม่ได้ ?!

เฮ่ย !! ป้าคะ !! เด็กหญิงคนนี้เธอไม่ได้ทำอะไรผิด ซ้ำเธอเป็นเหยื่อ ใครทำให้เธอต้องเป็นเเบบนี้ ไอ้พวกชั่วนั้นต่างหาก ที่ผิด ที่เป็นผู้กระทำให้เกิดเรื่องราวสุดอัปยศนี้ขึ้น ป้า คิดใหม่นะคะ ป้าควรปกป้องใคร

ป้าเป็น ผอ.เป็นครู เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งป้าแก่ๆ ที่เป็นเจ้าหน้าที่เทศบาลทั้ง 2 คนนั้นด้วย เเถมยังเป็นผู้หญิง เเละด้วยวัย น่าจะมีหัวใจของความเป็นเเม่ ทำไม ?! สุดชั่วร้าย กับเด็กขนาดนี้

#เริ่มกันที่ ... ผอ.โรงเรียน "ครู" มีหน้าที่คุ้มครองเด็กตามกฎหมาย เเต่นี่ ผอ.พาคนเเปลกหน้า เข้ามาในโรงเรียน มาคุย มากดดัน มาข่มขู่นักเรียนชั้น ป.5 ที่อยู่ในความปกครองของตัวเอง โดยที่พ่อเเม่เด็กเองก็ไม่รับรู้ข้อมูลนี้ เเละไม่ได้รับการอนุญาตจากพ่อเเม่ของเด็กด้วย

 มาที่ ... ป้าแก่ๆ 2 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เทศบาล ถ้ามาตามหน้าที่ ก็คงจะเป็นฝ่ายกองการศึกษา

เรื่องมันเป็นอย่างนี้ ... เด็กเล่าว่า วันนี้เธอตัดสินใจไปโรงเรียน เมื่อไปถึง ผอ.ก็เรียกเข้าไปในห้อง ผอ.เเล้วในนั้นมีคนเเปลกหน้ามาด้วย 2 คน บอกว่ามาจากเทศบาล ถามต่อว่า จำชื่อได้ไหมเธอบอกไม่ได้ เเต่จำได้ว่า เป็นป้าแก่ๆ ในห้องนั้นมี ผอ.โรงเรียนอยู่ด้วย

เขาบอกหนูว่า เขารู้จักกับพวกผู้ชายพวกนั้น พวกผู้ชายพวกนั้นบอกว่าเขารู้จักหนูมาก่อน เเล้วเขาก็พูดกับหนูว่า ก็เธอยอมเขาเองไม่ใช่เหรอ จะให้เป็นเรื่องเป็นราวทำไม ให้ยุติเรื่องนี้ โรงเรียนเสียชื่อเสียง หนูบอกเขาว่า หนูไม่เคยรู้จักพวกผู้ชายพวกนั้นเลย เเต่เขาไม่เชื่อ เขาพูดว่า ก็หนูยอมเอง เเต่หนูก็เถียงเขาว่า หนูไม่ได้ยอม ไม่รู้จักกันมาก่อนเลย เขาให้หนูลาออก วันนี้หนูก็ไม่ได้เรียน จนเเม่มารับ

อยากให้เป็นลูก ผอ. อยากให้เป็นลูกเจ้าหน้าที่เทศบาล ที่ถูกรุมโทรมข่มขืน ไม่ได้เเช่ง เเต่ต้องการสื่อความว่า จะได้เข้าใจว่า คนที่มันถูกย่ำยีจนบอบช้ำไปทั้งกายใจ รู้สึกอย่างไร

ผอ.ไม่ควรเป็นครูอีกต่อไป ควรโดนไล่ออก หรือ ไปทำงานเอกสาร ไม่เหมาะจะอยูากับคนที่ต้องบริหารจิตใจ ควรอยู่กับ สัตว์ หรือ สิ่งของ

เจ้าหน้าที่เทศบาล 2 คน ควรให้ออกจากการเป็นพนักงานราชการ เเละใครที่เป็นผู้อนุมัติลงนามหรือสั่งให้มาคุยกับเด็ก คนนั้นต้องรับผิดชอบพฤติกรรมของป้าแก่ๆ 2 คนนี้ด้วย ท่านนายกเทศมนตรี สั่งมาหรือเปล่าคะ หรือ #ป้าเผือก มาเอง เพราะรู้จักหรือเป็นญาติทรชน

ยังไม่จบ .... 

 



มากันที่ ... ตำรวจ เป็น ผกก.พูดกับพ่อเด็ก ซึ่งมีพยานเป็นเพื่อนพ่อเด็ก เเละมีคลิปเสียง บอกว่า ผู้ต้องหาไม่ได้มี 9 คนนะ มีเเค่ 5 คน พ่อเด็กถามว่า อ่าว ? เเล้วอีก 4 คน รวมทั้งเจ้าของร้านที่นั่งเล่นเกมอยู่ในร้านตอนที่ลูกผมถูกรุมโทรมล่ะ ตำรวจบอกว่า

"จะไปเอาผิดเขาไม่ได้หรอก เหมือนกับคดีทะเลาะวิวาท เวลามีคนต่อยกัน เเล้วเราไปยืนดู ถามว่าเรามีความผิดไหมล่ะ คดีนี้ก็เหมือนกัน เจ้าของร้านจะไปผิดได้ไง"

"คดีนี้ไม่ต้องจ้างทนายหรอก ทนายไม่มีเงินเดือนนะ เขาก็มาขูดรีดเอาค่าว่าความจากเรา เเต่พี่เป็นตำรวจ พี่มีเงินเดือน มีอะไรต้องเชื่อพี่นะ"

"เรื่องนี้ ไม่ต้องให้สัมภาษณ์นักข่าวเเล้ว ให้เรื่องมันเงียบๆ ไปเถอะ จะทำให้เรื่องมันใหญ่โตไปทำไม"

... เอาคดีข่มขืน ไปเปรียบเทียบกับคดีทะเลาะวิวาท ก็ได้เหรอ ? งั้นคดีอื่นๆ เขาจะสาวเส้นทางการเงิน หาตัวบงการ หาผู้จ้างวาน ทำไม

... เรื่องมีทนาย หรือ ไม่มีทนาย มีทนายมันดีกว่าอยู่เเล้ว ที่ไม่อยากให้มี เพราะจะได้ไม่มากดดัน การทำงานของตำรวจไง ถ้าโปร่งใส ก็ทำงานรวบรวมหลักฐานร่วมกันได้นี่

... ไม่ต้องให้สัมภาษณ์นักข่าวเเล้ว ให้เรื่องเงียบๆ จะทำเป็นเรื่องใหญ่ทำไม นี่เป็นนโยบายของผู้บังคับการจังหวัดคนใหม่สิ่นะ เพราะวันก่อนมาเเถลงข่าวก็บอกว่า อยากให้เรื่องเงียบๆๆๆๆๆ ทำเป็นความลับๆๆๆๆ เดี๋ยวเด็กเสียหาย เเต่คำพูดของลูกน้องท่าน ไม่ได้เห็นแก่ประโยชน์ของผู้เสียหายเลย ท่านเเถลงข่าว ท่านเงียบเเม้กระทั้ง เเจ้งกี่ข้อหา กี่คน อะไรบ้าง มันผิดปกติ ตำรวจมืออาชีพเขาทำกัน ไม่อยากทำคดีนี้ใช่ไหม ..... ด้ายยยยยย 

ส่อคดีล้ม ผู้กระทำผิด 4 ราย หายไปจากสำนวน

ยังมีอี้กกกก .....

--------------------------------
ไปกันที่ ... เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม จังหวัดสระบุรีไม่รู้ว่าทำท่าไหน ต้องหอบเสื้อผ้าพาลูกหนีเพราะกลัวว่าเจ้าหน้าที่จะมาเอาตัวไปกักขัง นักสังคมสงเคราะห์ เบื้องต้นต้องทำให้เหลือรู้สึกว่าปลอดภัย ได้รับการคุ้มครองรู้สึกไว้ใจและสบายใจ

หลังจากวันที่เด็กและแม่เข้าไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ต่อหน้าสหวิชาชีพแม่และเด็กไม่ได้เจอเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมอีกเลย
แต่วันนี้นักข่าวไปสอบถามเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมว่าสภาพจิตใจเด็กเป็นอย่างไรเด็กได้รับการคุ้มครองอย่างดีแล้วหรือไม่มีการโกหกหน้าด้านๆ ว่า"เด็กจิตใจดีมาก วันนี้ไปโรงเรียนได้เเล้ว"

มโนเอาจากขันน้ำมนต์หรือ ? คุณไม่ได้เจอเด็กอีกเลยแต่ตอบคำถามสังคมแบบนั้นได้อย่างไร คำที่เเรงกว่าคำว่า "โกหก" คือคำว่สอะไร อยากพูดใส่หน้ากลับไป จริงๆ

เจ้าหน้าที่ซ้ำเติมสังคมและสั่นคลอนความมั่นคงของชีวิต... ออกจากราชการไปเถอะ คุณไม่เหมาะสมจะทำงานด้านนี้ ไม่มีหัวใจทำงานเปลืองงบราชการ ภาษีประชาชนต้องเลี้ยงเจ้าหน้าที่แบบนี้ไปจนเกษียณอายุราชการหรือ ?!

ที่เล่ามาทั้งหมดต้องการให้เห็นว่า ผู้เสียหายหรือเด็กหญิงคนหนึ่ง ซึ่งตกเป็นเหยื่อเขาไม่มีที่ยืนในสังคมนี้อีกแล้วและคนที่ทำให้เขาไม่มีที่ยืน ก็คือเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการให้ความคุ้มครองตามกฏหมาย เขาน่าจะตายไปเสียดีกว่า ที่จะต้องมีชีวิตอยู่อย่างกล้ำกลืนเหมือนตายทั้งเป็น ...

วันนี้ทีมแอดมินเพจล่าได้ลงพื้นที่ไปให้การช่วยเหลือด้วยการเป็นตัวกลางประสานระหว่างเจ้าหน้าที่หน่วยงานเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญ คือ มูลนิธิ A21 เข้ามาดูเเลเคสนี้เรียบร้อย ดำเนินการ 2 เรื่องทันทีคือ

การคุ้มครองดูเเลน้อง ให้อยู่ในที่ปลอดภัย ให้มีจิตใจที่เเข็งเเกร่ง หลังจากนั้นก็จะให้มีชีวิตใหม่ที่ดี ให้การศึกษา ให้มีอนาคตต่อไป

การดำเนินคดี ไม่จำเป็นต้องให้ โรงพักสระบุรี ทำคดีนี้อีกต่อไป เพราะประเมินเเล้ว ไร้ศักยภาพ เเละส่อล้มเหลวตั้งเเต่ต้นกระบวนการยุติธรรม

วันนี้ ได้เห็นรอยยิ้ม พ่อ เเม่ เเละเด็ก นิดนึงเเล้ว

หมายเหตุ : ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริง ที่ได้มาจากการลงพื้นที่ของทีมเเอดมิน

#ทีมลูกเพจ สัญญาได้ไหมคะถ้าคดีนี้ ไม่ได้รับความเป็นธรรม เราจะไม่ทิ้งกันไปไหน


 

ต่อมา  นางสาวนารีรัตน์ ปุวรัตน์ ผอ.โรงเรียนเทศบาล1วัดทองพุ่มพวง พร้อม นางประภัสสร วงศ์ถนอม อดีตครูและประธานชุมชนหลังวัดทอง เข้าแจ้งความกับ ตร.สภ.เมืองสระบรี หลังเพจดังลงรูป-ข่าว ไม่เป็นจริง เนื่องจากทำให้เกิดความเสียหายและเข้าใจผิด พร้อมแจงข้อมูลจริงเกี่ยวกับตัวเด็กและผู้ปกครอง เด็กหญิงอายุ 12 ปี ที่ถูกรุมโทรม 

 

 

 

 

 

 

ด้าน ดร.ภาณุพงศ์ พิพยเศวต นายกเทศมนตรีเมืองสระบุรี กล่าวถึงกรณีนี้ว่า มีเพจดังลงรูปและข่าวโจมตีการทำงานของผอ.โรงเรียน ในสังกัดเทศบาลเมืองสระบุรี ก่อนได้รับรายงานจากผอ.โรงเรียนถึงเรื่องราวทั้งหมดและทราบว่าไม่เป็นความจริง โดยผอ.โรงเรียนได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สภ.เมืองสระบุนี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเพจดังกล่าวและผู้โพสต์แล้ว เนื่องจากทำให้เกิดความเสียหายและเข้าใจผิด

ดร.ภาณุพงศ์ กล่าวอีกว่า จากการสอบถามผอ.โรงเรียน ทราบว่าเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา เด็กหญิงในคดีนี้ยังเดินทางมาโรงเรียนและผอ.โรงเรียนดูแลเด็กเป็นพิเศษ เพราะเกรงอาจเกิดความอับอาย จึงสอบถามเด็กถึงสภาพจิตใจ

โดยยังถามว่า กินข้าวเช้ามาหรือยัง เด็กบอกว่ายัง ผอ.โรงเรียนจึงนำอาหารเช้ามาให้ พร้อมให้กินยาที่เด็กติดตัวมาด้วย ก่อนเด็กจะง่วงเพราะฤทธิ์ยา จึงพาไปนอนพักที่ห้องพยาบาล ก่อนช่วงบ่าย มารดาของเด็กหญิงได้มารับตัวกลับไป นอกจากนี้ยังได้พูดคุยกับพ่อเด็กถึงสภาพจิตใจของเด็กด้วย พร้อมยืนยันไม่มีการให้เด็กลาออก อาจเป็นการสื่อสารที่คาดเคลื่อนหรืออย่างไร

 

ลาสุดดูเหมือนจะเกิดประเด็นดราม่าหขึ้นมาอีกอย่าง เมื่อชาวเน็ตไม่พอใจกับคำพูดของ นางประภัสสร วงษ์ถนอม อายุ 67 ปี ประธานชุมชนหลังวัดทองพุ่มพวง (อดีตเป็นครู)ที่ระบุว่า 

พ่อแม่ของด.ญ.ผู้เสียหาย เป็นลูกศิษย์มาก่อน ทราบประวัติดี ความจริงแล้วพ่อแม่เด็กได้เลิกกันไปนานแล้ว ตั้งแต่เด็กยังเล็กๆ อยู่ ฝ่ายแม่ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ฝ่ายพ่อทราบว่าได้ส่งเสียดูแลด.ญ.อยู่บ้าง

หลังจากย้ายโรงเรียนที่หินกอง มาอยู่ที่โรงเรียนในสระบุรี ก็ได้รับแจ้งจากครูว่า เด็กมักขาดการเรียนเป็นประจำ ตนได้ติดตามไปที่บ้าน จึงพบว่าเด็กมักติดเล่นโทรศัพท์และนอนดึก จึงตื่นสาย แม่ก็ไม่เรียกให้ตื่น

 

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย