คนขับรถไถโผล่แล้ว หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัย รับวันเกิดเหตุเจอน้องซูลุยผิวจริง ลั่น ไม่ได้ขับรถทับเด็ก!

คนขับรถไถโผล่แล้ว หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัย รับวันเกิดเหตุเจอน้อง"ซูลุยผิว"จริง ลั่น ไม่ได้ขับรถทับเด็ก!

Publish 2018-12-25 23:40:39

จากกรณี เด็กชายซูลุยผิว วัย 2 ขวบ 1 เดือน ชาวพม่าหายตัวไปในไร่อ้อยห่างจากริมถนนมาลัยแมน 3 กม. ลึกไปในถนนทางเข้าหมู่บ้าน หมู่ 9 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมาโดยตอนแรกเด็กชายได้ไปวิ่งเล่นกับพี่สาวจนกระทั่งหายตัวไป 



สำหรับความคืบหน้าล่าสุดนั้น ในวันนี้ (25/12/2561) เจ้าหน้าที่ เจอร่าง หนูน้อย ซูลุยผิว วัย 2 ขวบ ชาวพม่าเเล้ว 
เสียชีวิต ห่างจากจุดสูญหายเพียง 5 กิโลเมตร ภายในไร่อ้อย 

 

 

 

 

ด้าน นายผิวและนางมอ พ่อแม่ของเด็กชาย 2 ขวบ ได้เปิดใจทั้งน้ำตา บอกผ่านล่ามว่า " ตอนนี้ครอบครัวยังสงสัยในปมการเสียชีวิตของลูกชาย เนื่องจากไม่คิดว่าลูกจะเดินไปได้ไกลถึง 5 กิโลเมตร เพราะระยะทางไกลมาก และเขายังเด็ก และไม่ทราบว่ามีใครเป็นคนพาลูกไปหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่เชื่อด้วยว่า ลูกชายจะจมน้ำเสียชีวิต แม้จะเจอศพอยู่ข้างร่องน้ำก็ตาม ส่วนรองเท้าที่ขาดและหมวกที่เจออยู่ในจุดพบศพ เป็นของลูกชาย แต่ของเล่นที่เจอนั้น ไม่ใช่และไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใดมาทำตกไว้" โดยในระหว่างที่ทั้งคู่เล่าความรู้สึกบอกผ่านกับทางล่าม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้นำภาพจุดเกิดเหตุมาให้ทางครอบครัวดู พ่อและแม่ พร้อมทั้งญาติพี่น้องก็ถึงกับร่ำไห้  เนื่องจากไม่สามารถทำใจได้กับการสูญเสียอย่างกะทันหันได้  

 

“สภาพศพลูกที่เจอไม่ปกติ เนื่อจากขาเละและมีบาดแผลบริเวณขา กระดูกขาโผล่ออกมา ใบหน้ามีรอยบาดแผล มีแผลบริเวณข้อมือด้วย ใบหน้ามีรอยยุบ ตอนนี้เชื่อว่ามีคนทำให้ลูกเสียชีวิตคิดว่าน่าจะเป็นคนขับรถไถที่อยู่ด้วยในพื้นที่วันเกิดเหตุ และตั้งแต่เกิดเหตุก็ไม่ได้เจอคนขับรถไถอีกเลย ไม่ได้คุยกัน” นอกจากนี้นางมอ ยังได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และคนไทยที่เป็นกำลังใจให้ ตอนนี้เสียใจเรื่องลูกมากๆ แต่ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม ให้คดีคลี่คลาย

 

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เชิญพ่อแม่ของเด็กชาย 2 ขวบ ไปสอบปากคำที่สภ.สระยายโสม เพื่อรวบรวมข้อมูลในคดีนี้อีกครั้ง ส่วนกระแสโซเชียลในตอนนี้ ต่างร่วมแสดงความไว้อาลัยกับทางครอบครัว และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคลี่คลายคดีได้โดยเร็ว เนื่องจากยังข้องใจในประเด็นการเสียชีวิต เพราะก่อนหน้านี้แม่ของเด็กเคยให้สัมภาษณ์ว่า ลูกชายติดแม่มากๆ จะอยู่ห่างแม่ไม่ได้ ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะเดินหนีไปเล่น แล้วหายตัวไปอย่างลึกลับก่อนจะเสียชีวิต

 

 


ล่าสุดด้าน นายสมาน วงษ์กัณหา อายุ 44 ปี ผู้ขับรถคีบอ้อยในวันเกิดเหตุ ได้เปิดเผยว่า ยอมรับเจอกับเด็กทั้ง 2 คน ในวันเกิดเหตุจริง ซึ่งตอนนั้นกำลังไถดินแปรงตรงข้างกับจุดที่พ่อแม่เด็กกำลังทำงานอยู่ ในขณะที่ขับผ่าน ตนเด็กทั้งคู่กำลังนั่งเล่นกันอยู่ตรงริมป่าอ้อย ไม่ใช่ใต้ต้นแจง และยังเชื่อว่าหากเด็กพบรถไถกำลังทำงานอยู่ ก็จะไม่เข้าใกล้ เนื่องจากรถไถมีเสียงดัง หรือไม่ก็จะรีบเดินหนีทันที

หลังจากที่ไถดินเสร็จ ก็ได้ขับกลับไปที่บ้านและเปลี่ยนไปขับรถอีกคันหนึ่ง คือรถคีบอ้อย ออกจากบ้านไปคีบอ้อยที่สวนข้างบ้าน ไม่ได้ผ่านไปบริเวณจุดที่เด็กหายแต่อย่างใด จนถึงช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. ตนได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเด็กหาย มีเจ้าของไร่เข้ามาถามตนเองว่าเจอเด็กหรือไม่ ตนจึงออกไปช่วยตามหา แต่ก็ไม่พบ

นายสมาน กล่าวอีกว่า ตนยืนยันว่า ตนไม่ได้หลบหนีอย่างแน่นอน เพราะตนเองคือผู้บริสุทธิ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตอนทราบข่าวตนก็ยังออกไปร่วมตามหา ตอนนี้ได้มอบให้ตำรวจเข้ามาตรวจสอบรถไถคันดังกล่าว รวมถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ ซึ่งผลก็จะพิสูจน์ได้กับการตรวจดีเอ็นเอเรียบร้อยแล้ว


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์