ชาวบ้านบุกสภ.สระยายโสม ไม่เชื่อหนุ่มสติไม่ดีเป็นต้นเหตุน้องซูลุยผิวเสียชีวิต

ชาวบ้านบุกสภ.สระยายโสม ไม่เชื่อ"หนุ่มสติไม่ดี"เป็นต้นเหตุ"น้องซูลุยผิว"เสียชีวิต

Publish 2018-12-30 11:40:59


จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้มีการค้นหา ด.ช.ซูลุยผิว อายุ 2 ขวบ ชาวพม่า หลังหายตัวเข้าไปในไร่อ้อย พื้นที่หมู่ 9 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี  หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 ได้ระดมกำลังเดินปูพรมลาดตระเวนในไร่อ้อย พื้นที่ 1,400 ไร่ พร้อมกับชาวบ้านอาสาในพื้นที่ ที่ให้ความช่วยเหลือ ตามที่ได้มีการนำเสนอไปแล้วนั้น




ต่อมามีรายงานว่าทางด้านพลตำรวจตรีคมศักดิ์ สุมังเกษตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี  พร้อมทีมพนักงานสอบสวนร่วมกันแถลงข่าว กรณีการเสียชีวิตของด.ช.ซูลุยพิว หรือ น้องต้าแง ชาวเมียนมา หลังจากความคืบหน้าผลพิสูจน์ สถาบันนิติวิทยานิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ และนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรมออกมาตรงกัน ว่าเด็กเสียชีวิตเองจากการจมน้ำ

 

ขณะที่ทางด้านพ.ต.อ.สมเดช เกษมสุข ผกก.สอบสวน กลุ่มงานสอบสวน.ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้ชี้แจงถึงประเด็นที่มีการตั้งข้อสงสัยเพิ่มเติม ในจุดที่พบร่างเด็กชาย 2 ขวบ เสียชีวิต ว่าทำไมถึงหาไม่เจอตั้งแต่วันแรกที่มีการระดมเจ้าหน้าที่ค้นหา ทั้งที่จุดดังกล่าวมีการค้นหาจนทั่วแล้วในวันแรก แต่กลับไปพบเด็กนั้น ว่าจากผลการชันสูตรเราได้นำมาเทียบเคียงกับสมมติฐานตอนต้น ว่า อาจจะเกิดการอุบัติเหตุ หรือมีการพาน้องไป ซึ่งพบว่าสภาพศพภายนอก ไม่น่าจะมีการทำให้เสียชีวิต อีกทั้งการสืบสวนในวันเกิดเหตุ ทราบว่าเด็กมีก



ทั้งนี้พบว่าสมมติฐานที่ 2 ที่มีคนพาไปเป็นเรื่องถูกต้อง ว่า มีคนพาไป โดยการสอบสวนนายฝน ชายสติไม่ดี อายุ 32 ปี ทางทีมสอบสวนโดยใช้นักจิตวิทยาเข้ามาสอบสวน นายฝนเล่าว่า มีการพาเด็กไป ไม่สามารถช่วยน้องได้ เพราะน้องตัวหนัก โดยร่องน้ำที่พบเป็นร่องน้ำลึก 150 ซ.ม. ซึ่งน้ำจะปล่อยมาเป็นระยะ วันที่เกิดเหตุน้ำถูกปล่อยมาเต็มร่องน้ำ ซึ่งคำพูดแรกของนายฝน คือ น้องจมน้ำ โดยการสอบสวนทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากสมองของนายฝน เท่าเด็ก 5 ขวบ แต่มีการพูดว่าน้องกลัววิ่งหนี

 

 

การสอบสวนผู้ที่พัฒนาการทางสมองต่ำกว่าปกติ ได้สอบสวนพร้อมพ่อแม่ นักจิตวิทยา วันที่สอบสวน มีการให้นายฝน นำทางไป โดยเราถ่ายวิดีโอ พบว่า นายฝนนำทางไปถูกทั้งสองครั้ง ส่วนของเล่นที่เป็นรถไถ อยู่ติดกับบ้านนายฝน เพราะเด็กข้างบ้านมีหลายคัน เชื่อว่านายฝน ไปหยิบมาเพื่อให้น้องด้วย ซึ่งชายคนนี้มีความเกี่ยวข้องกับเด็ก แต่ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าทำร้ายเด็ก และการที่ไม่พบศพในวันแรกๆ

 

ทั้งที่บริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่มีการตัดอ้อยออก น่าจะเพราะศพยังไม่ขึ้นมาจากน้ำจึงไม่ได้กลิ่น ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อยู่บริเวณนั้นตลอดเวลา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาพรากผู้เยาว์ แต่ยังไม่โดนคดีฆ่าคนตาย ต้องรอการพิสูจน์หลักฐานอีกครั้งหนึ่ง หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง

 

นอกจากนี้ทางด้านพ.ต.อ.รณกร ประคองศรี ผู้กำกับการ สภ.สระยายโสม เปิดเผยเพิ่มเติมในการเอาผิดชายสติไม่ดี ระบุว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 "ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกพันบาทถึงสามหมื่นบาท” นอกเหนือจากนี้ต้องรอการสืบสวน และผลชันสูตรต่อไป

 


อ่านข่าว : ความจริงสะเทือนใจ! ชายสติไม่ดีสารภาพ พา"น้องซูลุยผิว" ไปเล่นน้ำ เผยสาเหตุที่ช่วยชีวิตไว้ไม่ได้  "ทนายวันชัย" ไขข้อข้องสงสัย เคสนี้เอาผิดทางกม.ได้หรือไม่?

 

ก่อนหน้านี้ทราบว่าแม่ของนายฝน  ได้เปิดใจ หลังลูกชายตนเองตกเป็นจำเลยในคดีว่า ไม่เชื่อว่านายฝนจะเป็นคนที่ทำให้เด็ก 2 ขวบ เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวลูกชายไปสอบปากคำตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา

 

ส่วนใหญ่นายฝนจะให้การกับเจ้าหน้าที่วนไปวนมา เดี๋ยวนายฝนก็บอกว่าไปตีกลองมั้ง ไปปั่นจักรยานบ้าง จนตำรวจถามว่าเห็นน้องมั้ย ก่อนที่นายฝนจะตอบว่า น้องตกน้ำแล้ว ช่วยไม่ได้ แต่เหมือนนายฝนจะตอบตามที่ตำรวจถาม จึงไม่เชื่อเลยว่าลูกชายจะอยู่กับเด็ก 2 ขวบ เป็นคนสุดท้าย ปกติลูกชายมักจะไม่ไปทางไร่อ้อย แต่ลูกชายจะปั่นจักรยานไปในทางดิน 

 

ล่าสุดบรรยากาศที่สภ.สระยายโสม จ.สุพรรณบุรี ชาวบ้านกว่า 200 ชีวิต บุกประท้วงชูป้ายข้อความ เรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับ “นายฝน” หลังตกเป็นผู้ต้องหาพรากผู้เยาว์ และถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องทำให้ด.ช.ซูลุยผิว เสียชีวิต หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงปิดคดีไปเมื่อวาน (29 ธ.ค.61) โดยมีพ.ต.อ.รณกร ประคองศรี ผกก.สภ.สระยายโสม และ นายธนพล สังขพันธุ์ ปลัดอำเภออู่ทอง เป็นตัวกลางเจรจาไกล่เกลี่ย

 

 

โดยชาวบ้านไม่เชื่อว่านายฝนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ ด.ช.ซูลุยผิว งัย 2 ขวบ ประกอบกับมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่า ในช่วงเวลาที่เด็กหายตัวไปนั้น นายฝนได้ช่วยงานอยู่ที่วัดนันทวัน ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง เพราะเป็นวันพระ และถึงแม้ว่านายฝนจะสติไม่ดี แต่ก็ไม่เคยทำร้ายใคร และยังเป็นที่รักของชาวบ้าน จึงอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับนายฝน

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล

;