ดร.ธรณ์ เตือนรับมือพายุ ปาบึก ขึ้นฝั่งอ่าวไทย 3-5 ม.ค. คาดเส้นทางสมุย-พะงัน อาจโดนเต็มๆ

"ดร.ธรณ์" เตือนรับมือพายุ "ปาบึก" ขึ้นฝั่งอ่าวไทย 3-5 ม.ค. คาดเส้นทางสมุย-พะงัน อาจโดนเต็มๆ

Publish 2019-01-02 19:27:51


จากกรณีประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ “ปาบึก” (PABUK)" ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 02 มกราคม 2562 เมื่อเวลา 4.00 น. ของวันนี้ (2 ม.ค. 62) พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 6.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.7 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวน และเคลื่อนลงอ่าวไทยในช่วงวันที่ 2-3 มกราคม 2562 โดยจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากไว้ด้วยโดยมีผลกระทบดังนี้

 

 



 

ในช่วงวันที่ 3-4 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล

 


ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

 

 

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 5 มกราคม 2562

 

 


ต่อมาทางด้านนายภูเวียง ประคำมินทร์  อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้แถลงถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าว โดยมีเนื้อหาบางส่วนระบุว่า ขณะนี้สามารถจับเรด้าพายุปาบึกได้ที่อยู่ที่ทะเล ซึ่งเป็นพายุโซนร้อน ความแรงจะน้อยกว่าพายุเกย์ซึ่งเป็นพายุไต้ฝุ่นก่อนหน้านี้ โดยคาดว่าในวันที่ 4 มกราคม  2562 ที่พัดผ่านมาที่จังหวัดชุมพร และวันที่ 5 มกราคม 2562 มีแนวโน้มเคลื่อนตัวไป แต่จะกวาดน้ำทะเลมาด้วยโดยเคลื่อนเข้าที่จังหวัดเพชรบุรี ตอนนี้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงก็ให้อพยพออกมา รวมทั้งคนที่ทำงานแท่นขุดเจาะอยู่ที่กลางทะเล ที่มีการกลับเข้าฝั่งกันหมดแล้ว ปกติพายุในประเทศไทยจะหมดไปตั้งแต่พฤศจิกายน ธันวาคม แต่นี่มามกราคม

 


“ผมทำงานมา 30 ปี ก็เพิ่งเห็นว่าพายุมาเข้าไทยช่วงมกรา ปกติจะมีแค่พฤศจิกายน ธันวาคม สาเหตุก็น่าจะเกิดจากผิวน้ำทะเลอุณหภูมิสูง ประกอบกับจะเห็นว่าอุณหภูมิโลกสูงกว่าปกติ เป็นสภาวะที่แปรปรวน สภาพอากาศผิดปกติบ่อยขึ้น ซึ่งสาเหตุหนึ่งเกิดจากสภาวะโลกร้อน ตนไม่อยากให้ประชาชนแตกตื่นกันมากนัก ที่ห่วงมากก็คือสมุย เพราะศูนย์กลางจะผ่าน ซึ่งมี3จังหวัด ชุมพร สุราษฏร์ ประจวบคีรีขันธ์ มี 2 จุดอันตราย ที่ 4 จังหวัด ชุมพร สุราษฏร์คือที่สมุย ประจวบฯ และนครศรีธรรมราชตอนบน ส่วนตอนล่างไม่เท่าไหร่ อีกจุดคือ จุดศูนย์กลางพายุซึ่งจะมีฝนตกมากและหนักด้วย”

 

 

อ่านข่าว : อธิบดีกรมอุตุฯแถลงเอง! 30ปีพายุเข้าไทยช่วงมกรา 2จุดอันตรายปาบึก ห่วงสมุยมาก
 



ล่าสุด อ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ใจความว่า พายุปาบึก ซึ่งมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยังน้อยกว่าไต้ฝุ่นเกย์ที่เคยเข้ามาอยู่มาก

 

 

แต่ก็ถือว่าแรงสำหรับอ่าวไทยที่ไม่ค่อยได้รับมือกับพายุที่แรงเช่นนี้  มีแววว่าใจกลางพายุอาจผ่านแถวเกาะสมุย-พะงัน ก่อนเข้าไปที่ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ชุมพร ตอนใต้ เมื่อพัดผ่านทำให้เกิดคลื่นสูงได้ คลื่นกลางทะเลไม่น่าต่ำกว่า 3-4 เมตรหรือกว่านั้นในบริเวณใกล้ใจกลางพายุ

 

           
อ.ธรณ์ ระบุว่า ในวันที่ 2 ม.ค.2562 อาจเริ่มมีลมแรงบ้าง และจะแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย แต่จะยังไม่เจอฝนตกหนัก ส่วนในวันพรุ่งนี้ (3 มกราคม 2562) ตอนรุ่งเช้า แถว จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สงขลา น่าจะเริ่มเกิดคลื่นใหญ่และฝนตก เช่นเดียวกับเกาะสมุยและพะงัน จะเริ่มมีฝนหนัก

 

 

โดยพายุแรงจริงจะเข้าในช่วงคืนวันที่ 3 และตลอดวันที่ 4 มกราคม อันเป็นช่วงที่พายุใกล้ขึ้นฝั่ง อ่าวไทยบริเวณใกล้เคียง ตั้งแต่จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตอนล่าง ลงไปถึง จ.นครศรีธรรมราช ขณะที่บริเวณอื่น ๆ ของอ่าวไทยก็ห้ามประมาท คลื่นจะใหญ่และเรือควรงดออกจากฝั่ง ถึงวันที่ 5 ตามประกาศกรมอุตุฯ

 


นอกจากนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการเตรียมการรับมือกับพายุความแรงเช่นนี้ ซึ่งบริเวณอ่าวไทยอาจไม่ค่อยได้เจอ บางแห่งริมอ่าวไทยอาจเป็นแหลมทรายยื่นไปในทะเล หรือเป็นชายฝั่งหันรับลมเต็ม ๆ จึงต้องระวังเพิ่มให้มาก รวมถึงควรจะติดตามข้อมูลข่าวสารบ่อยๆ  เพราะพายุอาจจะเปลี่ยนเส้นทางกะทันหันได้เหมือนกับกรณีพายุเกย์ พร้อมเตือนในช่วงที่มีพายุให้งดสัญจรที่ถนนที่เลียบชายหาดและโดนคลื่นเป็นประจำ

 

ส่วนชาวบ้านในพื้นที่ก็ควรตรวจเช็กสภาพบ้านให้แน่นหนารับมือกับลมแรง รวมถึงตักตุนอาหารและสิ่งที่จำเป็นเอาไว้ก่อนถึงช่วงที่พายุเข้าด้วยเช่นกัน
 

 

ขอบคุณทวิตเตอร์ : #พายุปาบึก

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Thon Thamrongnawasawat

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์