"รพ.สิชล" รับขวัญ6หนูน้อยที่คลอด ท่ามกลาง"พายุปาบึก"พัดขึ้นฝั่ง ทั้ง6ชีวิต เกิดในวันสำคัญ ที่จะได้รับการจดจำไปตลอดชีวิต (คลิป)

Publish 2019-01-05 16:26:10


     สถานการณ์ของพายุปาบึก ที่เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย จนก่อให้เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกเเรง สร้างความเสียหายในหลายพื้นที่ ซึ่งล่าสุด พายุปาบึก ได้อ่อนกำลังลงจากพายุโซนร้อน เป็นพายุดีเปรสชั่น เเล้ว  ด้านประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันนี้ (5 ม.ค. 62) พายุดีเปรสชัน “ปาบึก” (PABUK) บริเวณทะเลอันดามัน มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 15 กิโลเมตร จากชายฝั่งทางทิศตะวันตกของอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา หรือที่ละติจูด 8.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 98.1 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ โดยจะมีผลกระทบต่อไปอีก 1 วัน ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในที่ลุ่มต่ำได้      

 

    สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันยังคงมีกำลังแรง โดยทะเลมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ ระวังอันตรายจากลมแรง และคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรงดการเดินเรือต่อไปอีก 1 วัน



 

    ในส่วนของทางโรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ทางผู้ใช้เฟซบุ๊ค ..Arak Wongworachat... คือ นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ได้มีการโพสต์รายงานความเคลื่อนไหว การวางเเผนรับมือต่างๆ ในการรักษาผู้ป่วย  ผ่าตัดทำคลอด ฯลฯ  อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางพายุปาบึก ที่โหมกระหน่ำจังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงวันที่ 4 มกราคม2561 ที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงชื่นชม ยกย่องจากผู้คนมากมาย

 

.

.

.

 

 

 

 



 

 

ทีมกุมารแพทย์ พยาบาลห้องคลอด หลังคลอด มอบผ้าอ้อม หมวกกันหนาว รับขวัญหนูน้อยที่คลอดในวันพายุปาบึกขึ้นฝั่ง ต้องผ่าตัดคลอดในช่วงพายุมาพอดี และไฟฟ้าดับ

 

 


คลอด6คน แข็งแรงดี 3 คนมาอยู่กับแม่ได้อีก3คน กุมารแพทย์ขอดูแลในหออภิบาลทารกแรกคลอดในภาวะวิกฤติ(nicu)เพื่อความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากคนแรก นน.2,820gm แม่มีความดันโลหิตสูงเรื้อรังวันนี้ออกไปอยู่กับมารดาได้ 

 

 

คนที่สอง นน.1,710gm มารดาครรภ์เป็นพิษต้องผ่าคลอดก่อนกำหนด ยังต้องควบคุมอุณภูมิร่างกายให้คงที่
คนที่สามส่งมาจากขนอม นน.4,290 คลอดยากต้องผ่าคลอด ยังต้องให้อ็อกซิเจนแต่โดยรวมแข็งแรงทั้ง6คน
ทั้ง6คนเกิดในวันสำคัญที่จะได้รับการจดจำไปตลอดชีวิต

 

 

 


ขอให้เติบโตสมวัยเป็นเด็กดี มีการพัฒนาในทุกๆด้านเป็นกำลังสำคัญของครอบครัว สังคมและประเทศชาติต่อไป  บันทึกไว้5/1/2562เวลา 14.00น.

 

 

.

 

 

 

 

ขอบคุณ

Arak Wongworachat

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ดลวรรธน์ โพธิชาธาร