"ผู้การโจ๊ก"ไล่ออกนายดาบตร.รับจ้างต่างด้าว ประทับตราอนุญาตเข้าไทย(คลิป)

Publish 2019-01-09 17:21:01


จากกรณีที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ตำรวจท่องเที่ยวและชุดสืบสวน ศปอส.ตร. ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวผลจับขบวนการต่างชาติใช้หนังสือเดินทางที่ประทับตราผิดกฎหมาย จำนวน 5 ราย 


ประกอบไปด้วย (1.) นายโอลาวาเล ลาอิมี่  อายุ 33 ปี สัญชาติไนจีเรีย  (2.) นายโจนาส ซิลวา อายุ 39 ปี สัญชาติกีนีบีสเซา (3.) นายริเชส อองบอนน่า โอนู  อายุ 44 ปี สัญชาติไนจีเรีย (4.) นายชาโพ ซูมา อายุ 37 ปี สัญชาติแอฟริกาใต้ และ (5.) นายโอควาทาร่า เบน อิบราฮิบ อายุ 21 ปี สัญชาติไอวอรีโคสต์ โดยทั้ง 5 ราย เป็นแก๊งต่างชาติใช้หนังสือเดินทางที่ประทับตราโดยผิดกฎหมายเพื่อลักลอบอยู่ในประเทศไทยและปลอมตราประทับโดยผิดกฎหมาย ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ เป็นการขยายผลจากการดำเนินคดีดาบตำรวจคนหนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เนื่องจากอนุญาตให้กลุ่มคนต่างด้าวเดินทางเข้ามา ทั้งที่ไม่มีการเดินทางเข้าประเทศจริง 

 

(จับกุมต่างชาติลักลอบเข้าเมืองใช้พาสปอร์ตปลอม)

 


(จับกุมต่างชาติลักลอบเข้าเมืองใช้พาสปอร์ตปลอม)

ล่าสุด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "จากการตรวจสอบพบว่า มีตำรวจยศนายดาบ สังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เกี่ยวข้องในการแสตมป์ตราประทับให้กับผู้ต้องหา ซึ่งขณะนี้ได้รับสารภาพว่ากระทำความผิดจริง ซึ่งได้ค่าจ้างครั้งละ 5,000 บาทต่อคนที่ประทับตราให้ ซึ่งช่วงบ่ายวันนี้จะมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนและจะมีการตรวจสอบย้อนหลังว่ทำแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ และจะตรวจสอบไปถึงว่าใครเป็นคนพาเข้ามา"

 

(จับกุมต่างชาติลักลอบเข้าเมืองใช้พาสปอร์ตปลอม)


"ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย มีรูปแบบการกระทำความผิด 2 ลักษณะ คือ (1.) ผู้ต้องหาหนึ่งคนถือหนังสือเดินทางมากกว่าหนึ่งเล่ม โดยแต่ละเล่มเป็นหนังสือเดินทางคนละประเทศ อีกทั้งหนังสือเดินทางแต่ละเล่มนั้นมีข้อมูล ชื่อ นามสกุล สัญชาติ และรายละเอียดอื่นๆแตกต่างกัน แต่ภาพใบหน้าซึ่งปรากฏในหนังสือเดินทางเล่มนั้นกลับเป็นบุคคลเดียวกัน ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าผู้ต้องหาไม่ได้เดินทางเข้าออกประเทศตามที่มีการประทับตราแต่อย่างใด


"ส่วนรูปแบบที่ 2 คือ ผู้ต้องหาหนึ่งคนถือหนังสือเดินทางหนึ่งเล่ม แต่ปรากฎว่าหนังสือเดินทางเล่มนั้นหมดอายุแล้ว แต่กลับมีการประทับตราเดินทางออกนอกประเทศและเดินทางเข้าประเทศไทย ซึ่งเมื่อตรวจสอบข้อมูลพบว่า ผู้ต้องหาไม่ได้เดินทางเข้าออกประเทศตามที่มีการประทับตราอนุญาตแต่อย่างใด" 

 

(จับกุมต่างชาติลักลอบเข้าเมืองใช้พาสปอร์ตปลอม)

 

(จับกุมต่างชาติลักลอบเข้าเมืองใช้พาสปอร์ตปลอม)

 

(จับกุมต่างชาติลักลอบเข้าเมืองใช้พาสปอร์ตปลอม)

 



นอกจากนี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ยังกล่าวต่ออีกว่า "สำนักงานตำรวจคนเข้าเมืองได้มีการทำงานร่วมกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ในการตรวจสอบและสกัดกั้นคนไม่ดีเข้าประเทศของเรา
 

(จับกุมต่างชาติลักลอบเข้าเมืองใช้พาสปอร์ตปลอม)

 

(จับกุมต่างชาติลักลอบเข้าเมืองใช้พาสปอร์ตปลอม)

 

(จับกุมต่างชาติลักลอบเข้าเมืองใช้พาสปอร์ตปลอม)

 

ซึ่งตอนนี้จะมีการนำระบบเทคโนโลยีในการตรวจสอบเข้าบุคคลเข้า-ออกประเทศมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นระบบสแกนม่านตา สแกนใบหน้า รวมทั้งปรับแก้ พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง ให้มีความครอบคลุมในทุกเรื่อง เพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองคนเข้าออกประเทศเพื่อที่จะสามารถตรวจสอบบุคคลที่เข้าออกในประเทศของเราได้ ประชาชนมีความปลอดภัยมากขึ้น" 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม