จำคุก 60 ปี "สวัสดิ์ บางปลา" อดีตปธ.สหกรณ์จุฬาฯ ร่วมพวกฉ้อโกง-ฟอกเงินพันล้าน

Publish 2019-01-31 11:37:25


จากกรณีที่มีกลุ่มสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ รศ.ดร.สวัสดิ์ แสงบางปลา อดีตประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังหลอกลวงชักชวนให้นำเงินไปร่วมลงทุนในสหกรณ์ลอตเตอรี่ที่ตัวเองตั้งขึ้นมา ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท ก่อนจะถูกออกหมายจับแล้วนั้น

 

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปี 2559-2560 ที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 เจ้าหน้าที่ได้นำตัว รศ. ดร.สวัสดิ์ ไปฝากขัง และคัดค้านการประกันตัว
 



ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2561 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวนายสวัสดิ์ แสงบางปลา จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มายังศาลอาญา เพื่อฟังคำพิพากษาคดีดำ อ.2438/60 ที่พนักงานอัยการคดี เป็นโจทก์ยื่นฟ้องรศ.ดร.หรือ นายสวัสดิ์ แสงบางปลา อายุ 80 ปี อดีตประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ จุฬาฯ เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯ  โดยศาลพิพากษาว่าการกระทำจำเลยเป็นความผิด100 ครั้ง คงลงโทษจำคุกจำเลย ทั้งหมด 200 ปี 600 เดือน และให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหาย 100 ราย พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายโดยกำหนดค่าเสียหายแต่ละรายแตกต่างกัน ตั้งแต่ 3 ล้านบาทเศษ-39ล้านบาท ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อจากคดีที่ศาลแขวงพัทยานั้นให้ยกเนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นอันยุติไปแล้ว

 


อ่านข่าว : เวรกรรม! จำคุก "สวัสดิ์ บางปลา" 200 ปี 600 เดือน หลอกชาวบ้านซื้อโควต้าหวย ก่อนฉ้อโกงเงินพันล้าน



ล่าสุดวันนี้ (31 ม.ค.) ที่ห้องพิจารณา 903 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีฟอกเงิน หมายเลขดำ ฟย.20/2560 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ฟ้อง ดร.สวัสดิ์ แสงบางปลา อดีตประธานกรรมการบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, น.ส.จิรัชญา หรือไข่เจียว คุณยศยิ่ง และ น.ส.ภวิษย์พร ใบเกตุ จำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์จุฬาฯ 42 ล้านบาท 


จากกรณีจำเลยร่วมกันฉ้อโกงเงินประชาชนที่นำมาร่วมลงทุนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยวันนี้ศาลเบิกตัวนายสวัสดิ์ จากเรือนจำมาฟังคำพิพากษา ส่วน น.ส.จิรัชญา และ น.ส.ภวิษย์พร ซึ่งได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาลโดยศาลพิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 1,3 กระทำผิด พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ 


โดยสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปกระทำผิดฐานฟอกเงิน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันฟอกเงิน จำคุกจำเลยที่ 3 เป็นเวลา 4 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 ขณะกระทำผิดเป็นผู้มีอำนาจจัดการสถาบันการเงิน ต้องระวางโทษ 2 เท่า จึงให้จำคุกกระทงละ 8 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 3 ทางนำสืบเป็นประโยชน์การพิจารณา ลดโทษให้คนละ 1 ใน 4  จึงจำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 6 ปี จำนวน 10 กระทงเป็นจำคุก 60 ปี 


อย่างไรก็ตามเมื่อรวมโทษแล้วคงจำคุกนายสวัสดิ์ จำเลยที่ 1ได้สูงสุด 20 ปีตามกฎหมายและจำคุก น.ส.ภวิษย์พร จำเลยที่ 3 ไว้ 3 ปี

 

ทั้งนี้การกระทำของจำเลยที่ 1 ผิดต่อเนื่องคดีฉ้อโกงประชาชนที่ศาลอาญาพิพากษาโทษจำคุก 200 ปี 600 เดือน แล้ว ซึ่งจำคุกสูงสุด 20 ปีตามกฎหมาย จึงไม่อาจเพิ่มโทษคดีนี้ต่อได้อีก และยกฟ้องจำเลยที่ 2 เนื่องจากพยานหลักฐานรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 รับรู้ถึงการกระทำของจำเลยที่ 1, 3 ว่าเป็นความผิด

 


สำหรับนายสวัสดิ์ เมื่อรวมโทษจำคุก 20 ปี ฐานฉ้อโกงประชาชน ฯ ก่อนหน้านี้  และรวมโทษฐานฟอกเงินในวันนี้อีก 20 ปี รวมโทษทั้ง 2 คดีคงจำคุกนายสวัสดิ์ไว้ 20 ปี

 

 

 

 


 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน