ไพบูลย์ เชื่อ 11 ก.พ.เคส ไทยรักษาชาติ กกต.จะเคลียร์ให้ชัด หลังแถลงล่าสุดอ้างปชต.เดินหน้าต่อ!

"ไพบูลย์" เชื่อ 11 ก.พ.เคส "ไทยรักษาชาติ" กกต.จะเคลียร์ให้ชัด หลังแถลงล่าสุดอ้างปชต.เดินหน้าต่อ!

Publish 2019-02-09 14:29:27


จากกรณีสร้างความฮือฮาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ได้เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อลงมติกันก่อนว่าพรรคจะมีมติเสนอชื่อใครเป็นนายกรัฐมนตรีในนามพรรค ก่อนที่ ร.ท. ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรค จะยื่นต่อ กกต. ในเวลา 09.10 น. และมีรายงานว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติมีเพียงคนเดียว คือ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ไทยรักษาชาติ ยื่นเสนอพระนาม ทูลกระหม่อมฯบัญชีนายกฯของพรรค
 



ในเวลาต่อมา จากสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) ได้เผยแพร่พระราชโองการ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ความดังนี้ ประกาศ สถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

 

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า
สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเป็นศูนย์รวมและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทย

 

พระมหากษัตริย์และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง และทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนมาโดยตลอด ดังเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งว่าตลอดระยะเวลา ๗๐ ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความผาสุกและความอยู่ดีกินดีของประชาชนทรงปกครองประเทศด้วยทศพิธราชธรรม และนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยก่อการร้าย ภัยพิบัติ และภัยที่เกิดจากวิกฤตการณ์ทางการเมืองในประเทศ ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขและดูแลปกป้องประชาชนด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยพระมหากรุณาอย่างมิอาจประมาณได้ ประชาชนทุกหมู่เหล่าเคารพรัก และเทิดทูนพระองค์เสมือนด้วยบิดา จึงทรงเป็น“พ่อแห่งแผ่นดิน” โดยแท้จริง

 

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทั้งยังเป็นพระเชษฐภคินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ แม้จะทรงกราบถวายบังคมลาออกจากฐานันดรศักดิ์ไปแล้วตามกฎมณเฑียรบาล โดยได้กราบบังคมทูล พระกรุณาเป็นลายลักษณ์อักษร หากยังทรงสถานะและดำรงพระองค์ในฐานะสมาชิกแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงเป็นที่รักใคร่ของสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี ตลอดจนเป็นที่เคารพยกย่องของพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์และประชาชนชาวไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ด้วยทรงประกอบพระกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน


โดยในการดำรงพระองค์และการประกอบพระกรณียกิจต่างๆนั้น ทรงปฏิบัติด้วยการถวายงานของข้าราชการในพระองค์ และหน่วยราชการต่างๆของหน่วยราชการในพระองค์ตลอดมา การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์มาเกี่ยวข้องกับระบบการเมือง ไม่ว่าหน้า ๑ เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๓๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ จะโดยทางใดก็ตาม จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควรไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

 

อนึ่ง บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทุกฉบับรวมทั้งฉบับปัจจุบัน มีหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์ เป็นการเฉพาะ ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่รองรับสถานะพิเศษของสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

 


พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่เหนือการเมืองและทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิด กล่าวหา หรือฟ้องร้อง พระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้ ซึ่งบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญดังกล่าวย่อมครอบคลุมถึงพระราชินี พระรัชทายาทและพระบรมราชวงศ์ ซึ่งมีความใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์ ดังที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจร่วมกับพระองค์หรือแทนพระองค์อยู่เป็นนิจ ดังนั้นพระราชินีพระรัชทายาท และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ จึงอยู่ในหลักการเกี่ยวกับการดำรงอยู่เหนือการเมืองและความเป็นกลางทางการเมืองของพระมหากษัตริย์ด้วย และไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดๆ ในทางการเมืองได้เพราะจะเป็นการขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดราชกิจจานุเบกษา"ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ" ลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์



หลังจากนั้น นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปประเทศ (ปชช.) กล่าวว่า ภายหลังการเข้ายื่นหนังสือถึงนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฉขอให้กกต.พิจารณาและวินิจฉัยการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ว่าเข้าข่ายขัดต่อระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 คาดว่าในวันจันทร์ที่ 11 ก.พ.นี้ น่าจะมีความคืบหน้าที่ชัดเจนจากทาง กกต. ส่วนตัวจะไม่ดำเนินการยื่นคำร้องใดๆอีก เพราะเรื่องที่ตนยื่นร้องไปมีความชัดเจนแล้วว่า ทษช.กระทำการโดยนำสถาบันฯ เข้ามาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งซึ่ง ทษช.ควรต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างหนึ่งอย่างใด ในทางการเมืองเชื่อว่าประชาชนคงตัดสินใจได้ ส่วนพรรคประชาชนปฏิรูปประเทศขอเดินหน้าน้อมนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาใช้แก้ปัญหาให้กับประชาชน

 

 

ทั้งนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งประชุม ณ ห้องประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถูกจับตาว่า สำนักงานกกต.จะเสนอคำร้องของนายไพบูลย์เป็นวาระพิจารณาหรือไม่ ซึ่งคำร้องของนายไพบูลย์ ขอให้ กกต.ตรวจสอบการกระทำของ ทษช. โดยอ้างอิงถึงระเบียบว่าด้วยการหาเสียงเลือกตั้ง หมวด 4 ลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ข้อ 17 “ห้ามไม่ให้ผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใด นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง”

 

 

ในขณะที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หมวด 8 การสิ้นสุดของพรรคการเมือง มาตรา 92 ระบุความว่า "เมื่อ กกต. มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทําการ อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น (1) กระทําการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญ (2) กระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข”

 

ในขณะเดียวกันพรรคไทยรักษาชาติ ได้ออกแถลงการณ์ ขอน้อมรับพระราชโองการ ด้วยความจงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัวและพระราชวงศ์ทุกพระองค์

 


ตามที่ได้มีประกาศพระราชโองการในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น พรรคไทยรักษาชาติขอน้อมรับพระราชโองการข้างต้นไว้ด้วยความจงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัวและพระราชวงศ์ทุกพระองค์

 


พรรคไทยรักษาชาติซาบซึ้งในพระเมตตาของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ มหิดล ที่ได้ให้ความเมตตาต่อพรรคฯ พรรคไทยรักษาชาติจะขอทำหน้าที่ตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง กฎหมายการเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญ ด้วยความเคารพในขนบธรรมเนียมราชประเพณี และพร้อมที่จะดำเนินนโยบายเพื่อนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประเทศไทย ด้วยความเคารพในการตัดสินใจของประชาชน ตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

 

ล่าสุด พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นถึงการพิจารณาคุณสมบัติบัญชีนายกรัฐมนตรี ของพรรคไทยรักษาชาติ โดยระบุว่า ในวันที่ 11 ก.พ.นี้ คณะกรรมการ กกต.จะประชุมคาดว่า จะมีการหารือในทุกเรื่อง รวมถึงประเด็นข้อกฎหมายต่างๆ ด้วย

 

 

โดยก่อนหน้านี้มีปัญหาทางข้อกฎหมายเกี่ยวกับหน้าที่ของ กกต. ว่า จะสามารถพิจารณาคุณสมบัติของบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง ได้หรือไม่ เนื่องจากฎหมายได้กำหนดให้กกต.ประกาศเพียงรายชื่อผู้ที่พรรคการเมืองเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น รวมถึงการพิจารณาระเบียบ กกต.ว่าด้วยการหาเสียงฯ ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งด้วย

 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แถลงการณ์ล่าสุด"พรรคไทยรักษาชาติ"หลังมีพระราชโองการ!

"ไพบูลย์ นิติตะวัน"จี้ กกต.ระบุความผิด"พรรคไทยรักษาชาติ"!

เมื่อทษช.มี ก่อแก้วจากเพื่อไทย มาอยู่ในพรรค คนที่เคยประกาศ ปลดรูปที่มีทุกบ้าน

ทูลกระหม่อมฯ ทรงโพสต์ล่าสุดหลังมีพระบรมราชโองการ ขออวยพรให้ทุกคนโชคดี

ไพบูลย์ นิติตะวัน จะแถลงขอให้ กกต.สั่ง ทษช.ระงับการเสนอพระนาม ทูลกระหม่อมฯ!

เลขาฯกกต.พูดแล้ว หลัง"ไพบูลย์" ขอระงับพระนาม"ทูลกระหม่อมฯ"ลงชิงนั่งนายกฯ!

"อุ๊งอิ๊ง ชินวัตร" ไม่พลาดเมนต์ไอจี "ทูลกระหม่อมฯ"

สื่อนอกตีข่าว "ทูลกระหม่อม" ลงชิงเก้าอี้นายกฯ โควต้าทษช. "บิ๊กตู่"ยันคิดรอบคอบร่วมพลังประชารัฐ พร้อมสละชีวิตป้องแผ่นดินไทย


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์