ผอ.รพ.ฝากคำพูดสุดท้าย หมอฉาว พูดบีบคั้นใจผู้ป่วย จะห้าวแค่ไหนต้องรู้กาลเทศะ ใครฟังก็รับไม่ได้

ผอ.รพ.ฝากคำพูดสุดท้าย "หมอฉาว" พูดบีบคั้นใจผู้ป่วย จะห้าวแค่ไหนต้องรู้กาลเทศะ ใครฟังก็รับไม่ได้

Publish 2019-02-13 17:05:10

สืบเนื่องจากที่โลกโซเชียลได้มีการแชร์วิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้ กรณีเมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Sunee Kaewtangsin" ได้โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมข้อความระบุว่า... "นี่คือคำพูดของคนดูคนป่วยเหรอ" รพ.... โดยเป็นคลิปขณะที่แพทย์หญิงของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งกำลังนั่งคุยกับคนไข้หญิงสูงวัยเกี่ยวกับอาการป่วยที่เป็นอยู่ในตอนนี้ โดยมีการอธิบายอาการของโรคเกี่ยวกับตับอย่างตรงไปตรงมา พร้อมกับบอกว่าให้คนไข้ทำใจเพราะยังไงก็รักษาไม่หายเด็ดขาด จะเหนื่อยง่ายและทรมานด้วย



 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สะเทือนใจคนฟัง!! แชร์ว่อนคุณหมอ พูดถึงอาการป่วยคุณป้า แต่ละคำทำญาติ ๆ หมดกำลังใจ


 

หมอพูดว่า "ตับมันทำหน้าที่ขับสารพิษในร่างกาย เลือดเป็นพิษ ป้าเหนื่อยเพราะเลือดเป็นพิษ ไม่หายแล้วป้า ป้าทำใจ ป้าสั่งลาลูกเลย ไม่หาย ยังไงก็รักษาไม่หายหรอกป้า ป้ามีอะไรที่อยากจะรีบทำ คำสั่งสุดท้ายสั่งเลย แต่ป้าไม่ตายวันนี้ แต่มันจะค่อย ๆ ไปแล้ว มันเป็นระยะสุดท้าย ไม่หายแล้วป้า ตับป้าใหญ่มากท้องโตแล้วป้า ป้าเห็นไหม แต่ป้าจะไม่ตายฉับพลันเข้าใจไหม มันจะเหนื่อยแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เห็นไหมว่าตาเหลือง จับไปก็ท้องแข็งอย่างกับก้อนหิน ป้าไม่ต้องเสียดายชีวิตแล้วย่าหมอก็ตายแบบนี้ ไม่ได้ตายเฉียบพลันรวม ๆ ก็ 2 ปี"

 

จนภายหลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้มีการเผยแพร่บนโลกโซเชียลได้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็นพร้อมทั้งแชร์คลิปออกไปอย่างมากมายนั้น ทางด้านครอบครัวของญาติคนไข้รายดังกล่าวจึงได้แจ้งว่า ขอความกรุณาผู้ที่แชร์โพสต์และคลิปดังกล่าวออกไปให้ช่วยลบด้วย เนื่องจากคนไข้เสียชีวิตแล้ว ทางญาติไม่อยากให้มีเรื่องใด ๆ ต้องห่วง "เป็นหลานของป้าค่ะ ใครที่ลงคลิปกรุณาลบคลิปด้วยนะคะ ป้าเสียแล้วค่ะอยากให้ไปสบาย ไม่อยากให้มีห่วงค่ะ รบกวนด้วยนะคะ"

ด้านบิ๊กเกรียนโพสต์ข้อความว่า ติดต่อลูกหลานของคุณป้าปราณี​ บอกว่า​คุณป้าได้เสียแล้ว​ เมื่อวันที่ 5 ก.พ.62​ ฝากช่วยเป็นสื่อบอกผ่านไปถึงคนลงคลิป​ กรุณาช่วยลบด้วย​ อยากให้ป้าไม่ต้องกังวล​ น้องปอยแปง​ ลูกสาว​ หลานสาว​ ขอร้องมา​ #บิ๊กเกรียน

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ลูกหลานแจ้งล่าสุด คุณป้าป่วยสิ้นใจแล้ว วอนหยุดแชร์คลิปหมอ..

 


ในเวลาต่อมา คุณธงชัย งามขำ รองประธานกรรมการเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลที่เกิดเรื่อง ได้เปิดเผยว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากที่เกิดเรื่องในช่วงเช้า ทางหัวหน้าแพทย์เวรในวันนั้นได้แจ้งเรื่องกับทางโรงพยาบาลทันที และได้มีการเรียกคุณหมอหญิงซึ่งเป็นแพทย์พาร์ทไทม์มาพูดคุยสอบถาม โดยเจ้าตัวก็ยอมรับผิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะพักผ่อนน้อย ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้อยู่ ทางโรงพยาบาลจึงยกเลิกจ้างโดยมีผลทันที


ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลได้เข้าขอโทษและปรับความเข้าใจกับผู้ป่วยและญาติเป็นที่เรียบร้อย และดำเนินการดูแลตามมาตรฐานการรักษาของโรงพยาบาลเป็นอย่างดี จนคนไข้เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา แต่กลับปรากฎว่ามีการแชร์คลิปต่อๆ กันในโลกออนไลน์ในวันที่ 13 ก.พ. ซึ่งก็ไม่ได้มาจากที่ญาติคนไข้ ที่แจ้งกับทางโรงพยาบาลมาว่าก็มีความเห็นใจ และไม่อยากให้มีการเผยแพร่คลิปต่อๆ กันไป เพราะอยากให้ผู้เสียชีวิตหมดห่วงอีกด้วย

 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : รพ.ดังยกเลิกจ้าง "คุณหมอหญิง" ในคลิปฉาวแล้ว เจ้าตัวรับผิดเหตุเครียด พักผ่อนน้อย

 

 

ล่าสุด นพ.สุวินัย บุษราคัมวงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลดังกล่าว เปิดเผยว่า คนไข้รายนี้เข้ามารับการรักษาครั้งแรกเนื่องจากหายใจไม่ออก เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยตนทราบเรื่อง บทสนทนาดังกล่าวเมื่อเวลา 07.00 น. จึงได้ว่ากล่าวตักเตือน และทางโรงพยาบาลมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจึงได้เลิกจ้างหมอรายนี้ทันที

 

 

"หมอคนดังกล่าว เพิ่งมาทำงานครั้งแรก มีนิสัยห้าวๆ เป็นคนพูดตรงๆ แต่ก็ยอมรับว่าไม่สมควรที่จะแจ้งอาการกับคนไข้และญาติด้วยถ้อยคำและท่าทีในลักษณะนี้ เพราะเป็นการบั่นทอนจิตใจของคนไข้โดยตรง ซึ่งหากเคยอยู่กับคนไข้ก็จะทราบว่า คนไข้สามารถรับสิ่งที่หมอบอกได้แค่ไหน" นพ.สุวินัย กล่าว

 

 

ส่วนการกระทำแบบนี้ผิดจรรยาบรรณหรือไม่นั้น นายแพทย์สุวินัยบอกว่า แล้วแต่มุมมอง แต่ที่แน่ๆ คือหมอในคลิปไม่รู้กาลเทศะ ส่วนคนไข้ที่อยู่ในคลิปที่ถูกหมอตะคอกใส่ ได้เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาที่ห้อง ICU ของโรงพยาบาล ซึ่งทางญาติก็ไม่ได้ติดใจเอาความกับหมอที่อยู่ในคลิปและไม่ติดใจเอาความกับโรงพยาบาล เพราะอยากให้ผู้ตายได้ตายตาหลับ

 

 

อย่างไรก็ตาม นพ.สุวินัย  ยังได้ฝากไปยังคุณหมอที่ิอยู่ในคลิป ให้หยุดพฤติกรรมแบบนี้ ไม่ว่าจะไปทำงานที่โรงพยาบาลไหนก็ตาม ให้ยึดแบบอย่างของการเป็นหมอที่ดี แม้จะเป็นคนที่ห้าวๆ แต่ก็ต้องรู้กาลเทศะ เพราะการทำพฤติกรรมเช่นนี้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย และมีแต่จะทำให้วงการแพทย์ไทยเสื่อมเสีย
 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์