สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯส่งพระราชสาส์น ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ

"สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" โปรดเกล้าฯส่งพระราชสาส์น ถวายพระพรชัยมงคล "สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี" เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ

Publish 2019-02-21 17:35:50


สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นถวายพระพรชัยมงคลไปยังสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน ซึ่งตรงกับวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 มีใจความระบุว่า
 



สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน กรุงทิมพู ในโอกาสวันคล้ายพระราชสมภพของฝ่าพระบาท หม่อมฉันขอถวายพระพรชัยมงคลและความปรารถนาดีเพื่อฝ่าพระบาททรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์และทรงพระเกษมสำราญ ทั้งเพื่อความสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศและประชาชนชาวภูฏาน หม่อมฉันเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือในกิจการด้านต่างๆ ระหว่างประเทศไทยและราชอาณาจักรภูฏานบนพื้นฐานของความเข้าใจและคุณค่าของความสัมพันธ์อันดีต่อกันจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ฉันมิตร ระหว่างประเทศของเราทั้งสองให้ใกล้ชิดสนิทสนมยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์สุขร่วมกัน 

 

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

 


 

สำหรับสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก เป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏาน รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์วังชุก ทรงได้รับการยกย่องจากชาวภูฏานรวมถึงชาวไทยส่วนใหญ่ว่ามีพระจริยวัตรที่งดงาม และเป็นที่รักยิ่งของประชาชนชาวภูฏาน


สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังซุก ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า จากการที่ทรงวางพระองค์อย่างเป็นกันเองในหมู่ประชาชน จึงสร้างความประทับใจแก่พสกนิกรอย่างสูง ถึงแม้ว่าพระองค์ไม่ต้องทรงรับพระราชภารกิจการบริหารประเทศ เนื่องจากสมเด็จพระราชบิดาได้ทรงวางระบอบปกครองแบบประชาธิปไตยขึ้นมาอยู่ก่อนแล้ว แต่พระองค์เองก็ยังทรงเป็นสัญลักษณ์สำคัญ ในการสร้างเอกภาพและเสถียรภาพ ในประเทศที่มีประชากรเพียง 753,947 คน โดยมุ่งเน้นด้านความสุขมวลรวมของประชากรภายในประเทศเป็นสำคัญ

 

 



พระราชสมภพเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523 พระองค์เป็นพระราชโอรสใน สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก และสมเด็จพระราชินี อาชิ เชอริง ยางดน วังชุก ซึ่งเป็นพระมเหสีองค์ที่สามในบรรดาพระมเหสีทั้งสี่พระองค์ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก มีพระขนิษฐาและพระอนุชาร่วมพระมารดา ซึ่งมีพระนามว่า เจ้าหญิงอาชิ เดเชน ยังซัม และพระอนุชามีพระนามว่า เจ้าชาย ดาโช จิกมี ดอร์จิ วังชุก

 

 

โดยสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ทรงมีสัมพันธ์ไมตรีกับประเทศไทยและพระบรมวงศ์ศานุวงศ์ไทย มาอย่างยาวนาน เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต ได้เดินทางมาร่วมพิธีพระบรมศพ และเมื่อวันที่  15 ตุลาคม พ.ศ. 2559 สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรไทย พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก และเจ้าชายจิกมี นัมเกล วังชุก มกุฎราชกุมาร เพื่อทรงร่วมพระราชพิพีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล และเสด็จพระราชดำเนินมาถวายความอาลัยในวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะ หน้าพระบรมโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงมีพระราชสาส์นถวายความอาลัยมีใจความตอนหนึ่งว่า


"ทรงเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม ทรงเป็นต้นแบบ และทรงยํ้าถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ราชวงศ์ไทยและราชวงศ์ภูฏาน การเสด็จสวรรคต จึงเป็นสิ่งที่ประชาชนชาวภูฏานทั่วประเทศ เสียใจอย่างยิ่ง" 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง    
-"กษัตริย์จิกมี" พระราชทานวโรกาสให้ "พลเอกประยุทธ์" เข้าเฝ้า... ไม่ล้ำเส้น!! เลี่ยงใช้ "ไทด์สีเหลือง" เพราะเป็นสีแห่งกษัตริย์ภูฎาน!!
-สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯบำเพ็ญพระราชกุศลวันมาฆบูชา พระเมตตาให้เฝ้าฯอย่างใกล้ชิด ทรงแย้มพระสรวล ปชช.สุดปลาบปลื้ม
-สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีรับสั่งคณะรัฐมนตรี ถึงการบริหารปท.ให้นึกถึงประชาชนเป็นหลัก

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์