โคตรแค้นใจ สาวใหญ่ เมืองยะลา หอบหลักฐาน ร้องสื่อ ถูกโกง ธุรกิจซื้อขายน้ำตาล สูญเงิน4.6ล้าน(คลิป)

Publish 2019-03-04 20:33:02


เพจ123 คนดีมีน้ำใจ รับแจ้งจากคุณมล เดินทางจากจังหวัดยะลา มาร้องเรียนเรื่องถูกโกง ว่าเมื่อต้นปี 2561 ตนเริ่มต้นลองทำธุรกิจซื้อขายน้ำตาล ซึ่งมีลูกน้องเก่าที่สนิทกัน แนะนำให้รู้จัก คนกลาง ที่มีบริษัททำธุรกิจเรื่องนี้ โดยบอกว่า เจ้านายใหม่ของลูกน้องเก่า ก็ทำการซื้อขาย กับ บริษัทนี้อยู่ (บริษัท ก. )  มา3-4ปีแล้ว ไม่มีปัญหา เป็นบริษัทของคนไทย และมีหุ้นส่วนเป็นคนจีน มีการจดทะเบียนสถานที่ตั้งบริษัทเป็นหลักแหล่ง อยู่ที่กรุงเทพฯ ซ.อนามัยงามเจริญ25 ย่านบางขุนเทียน ตนเห็นว่าน่าเชื่อถือ และลองสอบถามกับเจ้านายใหม่ของลูกน้อง ก็บอกว่าทำเรื่องซื้อขายน้ำตาลกับ บริษัท ก. ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ตนจึงตัดสินใจตกลงทำธุรกิจกับบริษัท ก. มีการทำสัญญา ซื้อขาย โดยผ่าน นาย สามารถ  ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัท ก. โดยมีเงื่อนไข ต้องวางเงินมัดจำ จำนวน 3ล้านบาท ซึ่งเงินมัดจำจะไม่เกี่ยวกับเงินในการสั่งซื้อน้ำตาลในแต่ละครั้ง ตนจึงขอโอนเงินมัดจำครั้งแรกก่อน จำนวน 1ล้านบาท และดำเนินการสั่งซื้อน้ำตาลงวดแรก จำนวน 1พ่วง ซึ่งเท่ากับ 600กระสอบ เป็นเงินประมาณ 5แสนกว่าบาท ซึ่งในการทำธุรกิจกันในช่วงแรกก็เป็นไปด้วยดี จนกระทั่งราวเดือนเมษายน2561 ตนจะสั่งซื้อน้ำตาลอีก แต่ทางบริษัท ก.โดยนายสามารถ แจ้งว่า ตนยังคงค้างเงินมัดจำอยู่อีก2ล้าน ต้องโอนให้ครบจึงจะดำเนินการสั่งซื้อน้ำตาลงวดต่อไปได้ ตนจึงโอนไปอีก2ล้าน เพื่อให้ครบตามเงื่อนไข พร้อมสั่งซื้อน้ำตาลอีก3พ่วง โอนเงินค่าน้ำตาลไปอีกจำนวน 3 พ่วง  รวมเป็นเงินทั้งสิ้นที่โอนไป 4,642,000 บาท แต่การซื้อขายครั้งนี้ บริษัท ก. ส่งน้ำตาลให้แค่เพียง 1พ่วงเท่านั้น 

นายสามารถ ตัวแทน บริษัท ก.

อ่านข่าวที่กี่ยวข้อง : โลกนี้น่ากลัวกว่าที่คิด แม่เดือดจัด ลั่นแรงหลังลูกสาวถูกโกง ซ้ำโดนเป็นร้อยราย ชุบมือเปิบอย่างหน้าด้านๆ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : "เอ็มมี่" แถลงแล้วปมคดีโกงแชร์ ยืนยัน "ไม่มี ไม่หนี แต่จะจ่าย" ย้ำถูกโกงมาอีกที

อ่านข่าวที่กี่ยวข้อง : สองสามีภรรยา บุกโร่ร้องตัวแทน "บริษัทไทยประกันชีวิต" โกงเงินเบี้ยประกันกว่าล้านบาท



คุณมล ได้มีการทวงถามไปก็มีการบ่ายเบี่ยงตลอดช่วงนั้นอ้างว่า หยุดยาวสงกรานต์ แต่หลังสงกรานต์ ก็ยังไม่มีการดำเนินการส่งน้ำตาลที่เหลืออีก2พ่วงให้ครบตามสัญญา ทวงถามไปก็อ้างโน่นนี่นั้นตลอด ทั้งนี้นายสามารถ บอกกับตนว่า เพื่อความสบายใจและให้ตนมั่นใจ ทางบริษัท ก. จึงได้ส่งมอบเช็คธนาคาร กสิกรไทย สาขาบิ๊กซีสายไหม จำนวนเงิน 5,320,000บาท ให้กับคุณมลเพื่อเป็นการประกันว่าจะไม่โกงบริษัทของตนแน่อนอน แต่ปรากฎว่าเมื่อตนไปดำเนินการขึ้นเงิน กลายเป็นเช็คเด้ง เช็คถูกระงับ  ประกอบกับมีคนที่รู้จักอีก2-3ราย ได้โทรมาให้ข้อมูลกับตนว่า ถูก บริษัท ก. นี้โกงเช่นเดียวกัน ตนจึงต้องการยกเลิกสัญญา ขอเงินมัดจำคืนพร้อมเงินค่าน้ำตาลที่เหลืออีก2พ่วง (สี่ล้านหกแสนสี่หมื่นสองพันบาทถ้วน) และได้ทำหนังสือยกเลิกพร้อมทวงถามและให้บริษัท ก.ชดใช้ แต่ปรากฎว่า บริษัท ก.ยังคงเพิกเฉย

  



จึงตัดสินใจเดินทางมาที่กรุงเทพฯ เข้าแจ้งความ ที่ สน.ท่าข้าม และเข้าร้องทุกข์ร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรม อยากให้รัฐบาลช่วยตรวจสอบบริษัทดังกล่าวว่าเข้าข่ายหลอกลวงฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ ควรให้เป็นคดีอาญาเพราะเป็นเงินจำนวนมาก มีคนถูกหลอกจากบริษัทนี้อีก 2-3ราย ทั้งนี้เมื่อราวเดือนพฤศจิกายน2561 ทางเขตบางขุนเทียนได้รับเอกสารการร้องทุกข์ของตนจากศูนย์ดำรงธรรม จึงดำเนินการนัดหมายให้บริษัท ก.และตนเข้ามาไกล่เกลี่ย แต่ทางบริษัท ก. ก็ไม่มาตามที่นัด  เรื่องผ่านไปเป็นปีแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้า ตนก็ทำมาหากินทำธุรกิจก็อยากได้เงินคืน ลงทุนไปเสียเงินไปเป็นล้าน ตอนนี้ก็เครียดไม่รู้จะทำอย่างไร อยากให้ทางเพจ123คนดีมีนำใจ เป็นสื่อกลาง ประสานไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่กี่ยวข้องช่วยตรวจสอบหรือดำเนินการเรื่องนี้ให้ด้วย ทำไมคนโกงยังลอยนวลอยู่ได้ อยากให้คนโกงต้องรับโทษ 

ทีมข่าว123คนดีมีน้ำใจ 

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆได้ใน www.Tnews.co.th
 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

พิมรดา พิมทา
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์