ทนายเดชา โพสต์ตอกหน้าหลังครูจอมทรัพย์ถูกสั่งจำคุกอีกรอบ!

Publish 2019-03-06 12:43:59


ศาลจังหวัดนครพนมเปิดบัลลังก์ เพื่อพิจารณาคดีกรณีอัยการจังหวัดนครพนมเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือศรีบุญหอม อายุ57ปี อดีตข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสกลนคร เป็นจำเลย ใน คดีหมายเลข อ.295/61

ร่วมกับพวกประกอบด้วย

1.นายสุริยา นวนเจริญ หรือครูอ๋อง

2.นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์

3.นางทองเรศ วงศ์ศรีชา

4.นายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร อดีตสามีของนางจอมทรัพย์

5.นายเสน่ห์ สุพรรณ(เพื่อน)

6.นางรจนา จันทรัตน์(เพื่อน)

และ7.น.ส.วาสนา เพ็ชรทอง หลานสาว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามกันต่อยาวๆ..!! "จำเลย" คดีครูจอมทรัพย์ ขึ้นศาลนัดแรก 4 ราย ด้าน "นายสับ" ละครตัวเอกกับเมียรับสารภาพ (มีคลิป)

ลุ้นต่อ..คดีมหากาพย์ !! "ครูจอมทรัพย์" ยังไม่จบ ศาลนัดสืบพยาน คดีเบิกความเท็จ ซักเครียด ร่วม 8 ชม.!? (ชมคลิป)

ไม่รอด! ศาลสั่งจำคุก"สับ วาปี"พร้อมเมีย รับจ้างเป็นพยานเท็จช่วย"ครูจอมทรัพย์"

ยังไม่จบง่ายๆ!?? ตร.แจ้งข้อหาเพิ่มอีก 3 ข้อหา พยานครูจอมทรัพย์ อัยการส่งฟ้องสับกับเมีย (มีคลิป)



คดีดังกล่าวเกิดขึ้นจากกรณีนางจอมทรัพย์ ตกเป็นจำเลยในคดีขับรถชนคนตายเมื่อปี2548ซึ่งต้องโทษจำคุกจากการพิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่24ก.ย.2556ตัดสินจำคุก3ปี2เดือน แต่เมื่อวันที่3เม.ย.2558ได้รับพระราชทานอภัยโทษออกจากเรือนจำนครพนม รวมถูกจำคุก1ปี6เดือน หลังพ้นโทษก็เดินหน้าเรียกร้องขอความเป็นธรรม ให้กระทรวงยุติธรรมช่วยรื้อฟื้นคดีขึ้นใหม่ โดยอ้างว่าตกเป็นแพะ

กระทั่งศาลฯนัดสืบพยาน ตามที่นางจอมทรัพย์ร้องขอใน พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณาใหม่ ระหว่างวันที่8-10ก.พ.2560โดยอ้างชื่อนายสับ วาปี ที่ออกมายอมรับว่าเป็นคนขับรถชนคนตายตัวจริง จนกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รับรื้อฟื้นคดี แต่ในวันสืบพยานฝ่ายผู้ร้องกลับไม่ได้นำตัวนายสับกุญแจดอกสำคัญขึ้นเบิกความในชั้นศาล

 

 



กระทั่ง วันที่ 17 พ.ย. 60 ศาลฯได้ออกนั่งบัลลังก์ แล้วพิจารณายกคำร้องของนางจอมทรัพย์ เพราะพยานหลักฐานต่างๆไม่น่าเชื่อถือ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งความดำเนินกับขบวนการจ้างแพะช่วยแกะ เริ่มจากนายสับรีบเข้ามอบตัว พร้อมยอมรับว่าไม่ได้ขับรถชนคนตาย ตามที่ให้การกับตำรวจในตอนต้น แต่มีนายสุริยาหรือครูอ๋องมาติดต่อและรับปากจะให้เงิน4แสนบาท แลกกับการรับผิดแทน แต่ยังไม่มีการจ่ายเงินกัน

ต่อมาเจ้าหน้าที่บุกจับกุมนางจอมทรัพย์ที่บ้านพักใน จ.สกลนคร ในคดีซ่องโจร และให้การเท็จต่อศาลฯ พร้อมฝากขังศาลจังหวัดนครพนม โดยไม่อนุญาตให้ประกันตัว ขณะที่ครูอ๋องเผ่นหนีออกจากบ้าน ไปถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ ที่สถานีรถไฟหลักสี่ กทม. ส่วนจำเลยรายอื่นๆถูกดำเนินคดีตามที่หลักฐานพยานสาวไปถึง

 

 

สำหรับนายสับ-นางจันทร์ วาปี นั้น ได้รับสารภาพในข้อหาเบิกความเท็จ และแจ้งความเท็จไปก่อนหน้านี้แล้ว ศาลจังหวัดนครพนมจึงได้แยกสำนวน เป็นคดีหมายเลข อ.290/61และคดีหมายเลขแดงที่4645/2561โดยวันที่25ก.ย.61ศาลจังหวัดนครพนม ออกนั่งบัลลังก์แล้ว มีคำพิพากษาว่า นายสับจำเลยที่1กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด กฎหมายอาญามาตรา91ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน จำคุก2เดือน ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนฯ และฐานร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันยเป็นลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานฯ จำคุก 6 เดือน ฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาล จำคุก3ปี ฐานซ่องโจร1ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา92เฉพาะฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีคดีอาญาต่อศาล เป็นจำคุก4ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งเหลือจำคุกกำหนด 2 ปี 10 เดือน

ขณะที่นางจันทร์จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา172(เดิม) และ267(เดิม) ประกอบมาตรา93,177วรรคสอง(เดิม) มีความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา91ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับคดีอาญาแก่พนักงานสอบสวน จำคุก6เดือน ฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล จำคุก3ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก1ปี9เดือน โดยศาลพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยที่2ประกอบพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าจำเลยที่2มีอายุมาก อีกทั้งมีปัญหาด้านสุขภาพ ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดมาก่อน แต่จำเลยกระทำความผิดในคดีนี้ เนื่องจากเห็นแก่อามิสสินจ้างเพื่อประโยชน์ของตนเองฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่เกิดขึ้นต่อกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ตามพฤติการณ์นับเป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่มีเหตุอันควรรอการลงโทษจำคุก หลังสิ้นคำพิพากษานายสับและนางจันทร์ได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว เพื่อขอความเมตตาในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป

ล่าสุดเบื้องต้นศาลมีคำพิพากษาจำคุก นางจอมทรัพย์ 8 ปี, จำคุกนายสุริยา 7 ปี 9 เดือน, จำคุกนางทัศนีย์ 2 ปี 19 เดือน, จำคุกนางทองเรศ 2 ปี 12 เดือน และจำคุกนายนิรันดร์ 2 เดือน ส่วนจำเลยที่เหลือศาลมีคำสั่งยกฟ้อง ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการยื่นขอประกันตัว ส่วนรายละเอียดจะรายงานให้ทราบอีก

เกี่ยวกับข่าวที่เกิดขึ้นหลังศาลพิพากษาจำคุกนางจอมทรัพย์ ทนายเดชาได้แสดงความคิดเห็นไว้บนข่าวนี้ระบุ "สมควรแล้วครับกระทำความผิดซ้ำซาก โดนลงโทษสถานหนัก ต่อไปจะได้ไม่มีคนกล้านำพยานหลักฐานเท็จมาฟื้นคดีใหม่ เป็นการทำลายภาพลักษณ์ของกระบวนการยุติธรรม สมควรลงโทษสถานหนัก #ทนายคลายทุกข์"

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

จากหัวใจที่ปวดร้าว!! เปิดใจ "ตำรวจ" เจ้าของคดี "ครูจอมทรัพย์" กับ 10 เดือนแห่งความทรมานถูกสังคมรุมประณามจับแพะ สั่งกราบเท้าครูเป็นการขอโทษ!!

รู้ว่าพูดเท็จ..แต่ยังช่วย!? ตร.ฉก.สอบปากคำพยาน 14 ปาก คดีครูจอมทรัพย์ โดนระนาว จนท.ยุติธรรม DSI งานนี้โดนกันถ้วนหน้า..!!

คืนความถูกต้อง! จ่อมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ "พ.ต.ท.ทงศักดิ์" ผู้เคยตกเป็นจำเลยสังคม ทำคดีครูจอมทรัพย์ผิดพลาด

 

ขอบคุณ ทนายคลายทุกข์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์