ศาลให้ประกันครูจอมทรัพย์!

ศาลให้ประกันครูจอมทรัพย์!

Publish 2019-03-07 16:01:18


ศาลจังหวัดนครพนมเปิดบัลลังก์ เพื่อพิจารณาคดีกรณีอัยการจังหวัดนครพนมเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือศรีบุญหอม อายุ57ปี อดีตข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสกลนคร เป็นจำเลย ใน คดีหมายเลข อ.295/61

ร่วมกับพวกประกอบด้วย

1.นายสุริยา นวนเจริญ หรือครูอ๋อง

2.นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์

3.นางทองเรศ วงศ์ศรีชา

4.นายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร อดีตสามีของนางจอมทรัพย์

5.นายเสน่ห์ สุพรรณ(เพื่อน)

6.นางรจนา จันทรัตน์(เพื่อน)

และ7.น.ส.วาสนา เพ็ชรทอง หลานสาว

 



คดีดังกล่าวเกิดขึ้นจากกรณีนางจอมทรัพย์ ตกเป็นจำเลยในคดีขับรถชนคนตายเมื่อปี2548ซึ่งต้องโทษจำคุกจากการพิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่24ก.ย.2556ตัดสินจำคุก3ปี2เดือน แต่เมื่อวันที่3เม.ย.2558ได้รับพระราชทานอภัยโทษออกจากเรือนจำนครพนม รวมถูกจำคุก1ปี6เดือน หลังพ้นโทษก็เดินหน้าเรียกร้องขอความเป็นธรรม ให้กระทรวงยุติธรรมช่วยรื้อฟื้นคดีขึ้นใหม่ โดยอ้างว่าตกเป็นแพะ

กระทั่งศาลฯนัดสืบพยาน ตามที่นางจอมทรัพย์ร้องขอใน พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณาใหม่ ระหว่างวันที่8-10ก.พ.2560โดยอ้างชื่อนายสับ วาปี ที่ออกมายอมรับว่าเป็นคนขับรถชนคนตายตัวจริง จนกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รับรื้อฟื้นคดี แต่ในวันสืบพยานฝ่ายผู้ร้องกลับไม่ได้นำตัวนายสับกุญแจดอกสำคัญขึ้นเบิกความในชั้นศาล

 

 



กระทั่ง วันที่17พ.ย.60 ศาลฯได้ออกนั่งบัลลังก์ แล้วพิจารณายกคำร้องของนางจอมทรัพย์ เพราะพยานหลักฐานต่างๆไม่น่าเชื่อถือ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งความดำเนินกับขบวนการจ้างแพะช่วยแกะ เริ่มจากนายสับรีบเข้ามอบตัว พร้อมยอมรับว่าไม่ได้ขับรถชนคนตาย ตามที่ให้การกับตำรวจในตอนต้น แต่มีนายสุริยาหรือครูอ๋องมาติดต่อและรับปากจะให้เงิน4แสนบาท แลกกับการรับผิดแทน แต่ยังไม่มีการจ่ายเงินกัน

ต่อมาเจ้าหน้าที่บุกจับกุมนางจอมทรัพย์ที่บ้านพักใน จ.สกลนคร ในคดีซ่องโจร และให้การเท็จต่อศาลฯ พร้อมฝากขังศาลจังหวัดนครพนม โดยไม่อนุญาตให้ประกันตัว ขณะที่ครูอ๋องเผ่นหนีออกจากบ้าน ไปถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ ที่สถานีรถไฟหลักสี่ กทม. ส่วนจำเลยรายอื่นๆถูกดำเนินคดีตามที่หลักฐานพยานสาวไปถึง

 

 

สำหรับนายสับ-นางจันทร์ วาปี นั้น ได้รับสารภาพในข้อหาเบิกความเท็จ และแจ้งความเท็จไปก่อนหน้านี้แล้ว ศาลจังหวัดนครพนมจึงได้แยกสำนวน เป็นคดีหมายเลข อ.290/61และคดีหมายเลขแดงที่4645/2561โดยวันที่25ก.ย.61ศาลจังหวัดนครพนม ออกนั่งบัลลังก์แล้ว มีคำพิพากษาว่า นายสับจำเลยที่1กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด กฎหมายอาญามาตรา91ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน จำคุก2เดือน ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนฯ และฐานร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันยเป็นลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานฯ จำคุก 6 เดือน ฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาล จำคุก3ปี ฐานซ่องโจร1ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา92เฉพาะฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีคดีอาญาต่อศาล เป็นจำคุก4ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งเหลือจำคุกกำหนด 2 ปี 10 เดือน

ขณะที่นางจันทร์จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา172(เดิม) และ267(เดิม) ประกอบมาตรา93,177วรรคสอง(เดิม) มีความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา91ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับคดีอาญาแก่พนักงานสอบสวน จำคุก6เดือน ฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล จำคุก3ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก1ปี9เดือน โดยศาลพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยที่2ประกอบพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าจำเลยที่2มีอายุมาก อีกทั้งมีปัญหาด้านสุขภาพ ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดมาก่อน แต่จำเลยกระทำความผิดในคดีนี้ เนื่องจากเห็นแก่อามิสสินจ้างเพื่อประโยชน์ของตนเองฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่เกิดขึ้นต่อกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ตามพฤติการณ์นับเป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่มีเหตุอันควรรอการลงโทษจำคุก หลังสิ้นคำพิพากษานายสับและนางจันทร์ได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว เพื่อขอความเมตตาในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป

เมื่อวานนี้ ศาลมีคำพิพากษาจำคุก นางจอมทรัพย์ 8 ปี, จำคุกนายสุริยา 7 ปี 9 เดือน, จำคุกนางทัศนีย์ 2 ปี 19 เดือน, จำคุกนางทองเรศ 2 ปี 12 เดือน และจำคุกนายนิรันดร์ 2 เดือน ส่วนจำเลยที่เหลือศาลมีคำสั่งยกฟ้อง 

 

ความคืบหน้าล่าสุด  ที่ศาลจังหวัดนครพนม  เวลา 15.00 น. ภายในห้องพิจารณาคดีบัลลังก์ 7ศาลอุทธรณ์ภาค 4 จังหวัดขอนแก่น ได้มีคำสั่งทางวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ กรณีนายประทีป  นวลเศรษฐ ทนายความ พร้อมกับญาติของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือศรีบุญหอม และนายสุริยา นวนเจริญ หรือครูอ๋อง  ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 500,000 บาท เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว จากเรือนจำกลางจังหวัดนครพนม หลังศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกนางจอมทรัพย์ 8 ปี ในคดีอาญาข้อหาเบิกความเท็จ และแจ้งความอันเป็นเท็จ ส่วนครูอ๋องจำเลยที่สอง 7 ปี 9 เดือน

โดยศาลอุทธรณ์ ภาค 4 พิจารณาแล้วว่าจำเลยทั้งสอง เคยได้รับการปล่อยตัวในศาลชั้นต้นมาก่อนหน้านี้ และไม่มีพฤติกรรมหลบหนี จึงอนุญาตให้ประกันตัวในวงเงินคนละ 800,000 บาท ทำให้นางจอมทรัพย์และนายสุริยา จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากเรือนจำกลางจังหวัดนครพนมในค่ำของวันนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลสั่งลงโทษ "ครูจอมทรัพย์" 8 ปี พร้อมสามี และแก๊งพยานเท็จ

ศาลสั่งจำคุก 8 ปี "ครูจอมทรัพย์" ปั้นพยานเท็จ ก๊วนไม่รอด

ทนายเดชา โพสต์ตอกหน้าหลังครูจอมทรัพย์ถูกสั่งจำคุกอีกรอบ!

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์