มติครม.อนุมัติปรับเพิ่มวงเงิน หนุนธอส.ขยาย โครงการบ้านล้านหลัง ตอบโจทย์ผู้มีรายได้น้อยฝันมีบ้าน

มติครม.อนุมัติปรับเพิ่มวงเงิน หนุนธอส.ขยาย "โครงการบ้านล้านหลัง" ตอบโจทย์ผู้มีรายได้น้อยฝันมีบ้าน

Publish 2019-03-12 17:23:40


จากกรณีที่ครม.ได้เห็นชอบให้ธอส.จัดทำโครงการบ้านล้านหลัง มุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว เตรียมกรอบวงเงินสินเชื่อ 60,000 ล้านบาทนั้น นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ในการปรับกรอบการดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ (โครงการบ้านล้านหลัง) ดังนี้

 


โดยเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2561 ที่ผ่านมา ที่มีการเปิดใจจองสิทธิวันแรก บรรยากาศที่ธอส. สำนักงานใหญ่ ลูกค้าประชาชนจำนวนมากต่างทยอยเดินทางมารอจองสิทธิสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลัง กับธอส. อย่างต่อเนื่อง ซึ่งลูกค้ารายแรกที่มาถึงคือยังหน้าสำนักงานใหญ่คือ คุณปุณณภา แก้วบัวดี อายุ 42 ปี ทราบว่าเดินทางมาจากเขตมีนบุรี ประกอบอาชีพแม่บ้าน มาถึง ธอส. ตั้งแต่ 21.30 น.ของคืนวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา 

 


อ่านข่าว : คิวทะลักล้นรอแต่ค่ำวานซืน จองบ้านล้านหลัง "ธอส."จัดราคาต่ำล้าน "สมคิด"สั่งขยายโครงการเพิ่ม
 
 



โดยก่อนหน้านี้ ทางด้านนายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ประธานธนาคารอาคารสงเคราะห์ ( ธอส. ) เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว. การคลัง ว่า รมว.การคลัง มอบนโยบายให้ ธอส. ช่วยเหลือประชาชนที่ต้องการจะมีที่อยู่อาศัยให้ได้มากที่สุด เนื่องจากในการเปิดรับจองสิทธิโครงการบ้านหลังแรกรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา มีประชาชนจากทั่วประเทศยื่นขอสินเชื่อมารวมกันกว่า 1.3 แสนล้านบาท สูงกว่ากรอบวงเงินที่ตั้งไว้ที่ 5 หมื่นล้านบาท

 


อ่านข่าว : ก.คลังไฟเขียวธอส.ขยายโครงการบ้านล้านหลังแล้ว
 



ล่าสุด นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ในการปรับกรอบการดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ (โครงการบ้านล้านหลัง) ดังนี้" 


"1. เห็นชอบการชดเชยส่วนต่างระหว่างรายได้ดอกเบี้ยรับตามแผนรัฐวิสาหกิจของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กับรายได้ดอกเบี้ยรับจากโครงการจากรัฐบาล รวม 6 ปี (2562-2567) เพิ่มเติม จำนวน 789.66 ล้านบาท และยกเว้นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 และสำหรับค่าใช้จ่ายที่ ธอส. จะขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล เพื่อชดเชยส่วนต่างระหว่างรายได้ดอกเบี้ยรับตามแผนรัฐวิสาหกิจของ ธอส. กับรายได้ดอกเบี้ยรับจากโครงการฯ เป็นระยะเวลา 6 ปี วงเงินรวม 989.66 ล้านบาท ให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงบประมาณ"

"2. ให้ ธอส. ในฐานะหน่วยงานของรัฐผู้ดำเนินโครงการ จัดทำประมาณการต้นทุนทางการเงินและการบริหารจัดการที่รัฐจะต้องรับภาระทั้งหมดและแจ้งให้คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐและกระรวงการคลังทราบ และเมื่อสิ้นสุดโครงการแล้ว ธอส. จะเสนอรายงานผลการดำเนินการและผลสัมฤทธิ์ต่อ รมว.คลัง เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ รวมทั้งเผยแพร่ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์"


"กระทรวงการคลังได้รายงานผลการดำเนินโครงการบ้านล้านหลัง ซึ่งหลังจากที่ ธอส. เปิดให้ประชาชนจองสิทธิสินเชื่อตามโครงการดังกล่าวรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ภายใต้กรอบวงเงินรวม 50,000 ล้านบาท พบว่ามีประชาชนให้ความสนใจยื่นจองสิทธิสินเชื่อ รวมทั้งสิ้น 127,102 ล้านบาท ซึ่งสูงเกินกว่ากรอบวงเงินสินเชื่อที่ธอส. ได้กำหนดไว้จำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่าโครงการบ้านล้านหลังสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการมีบ้านเป็นของตนเอง" 

 


"โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน มีผู้ยื่นจองสิทธิ 113,064 ล้านบาท มากกว่ากรอบวงเงินที่ ธอส. กำหนดไว้ จำนวน 93,064 ล้านบาท (ธอส. กำหนดกรอบวงเงินไว้ 20,000 ล้านบาท) ขณะที่ยอดจองสินเชื่อสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ต่อเดือนต่อคนเกิน 25,000 บาท มีผู้ยื่นจองสิทธิเพียง 14,038 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่ากรอบวงเงินที่ ธอส. กำหนดไว้ จำนวน 15,962 ล้านบาท (กำหนดกรอบวงเงินไว้ 30,000 ล้านบาท)"


"เพื่อสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อที่อยู่อาศัยและได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองตามวัตถุประสงค์ของโครงการดังกล่าว ธอส.จึงได้ปรับกรอบการดำเนินโครงการบ้านล้านหลัง ซึ่งคณะกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว ในครั้งนี้กระทรวงการคลังจึงนำเสนอ ครม.เห็นชอบปรับกรอบการดำเนินโครงการบ้านล้านหลังนี้ ดังนี้"


"1. กรอบวงเงินกู้ กลุ่มรายได้ต่อคนไม่เกิน 25,000 บาท/เดือน ปรับเพิ่มกรอบวงเงินใหม่เป็น 40,000 ล้านบาท จากเดิม 20,000 ล้านบาท และกลุ่มรายได้ต่อคนเกินกว่า 25,000 บาท/เดือน ปรับลดกรอบวงเงินใหม่เป็น 10,000 ล้านบาท จากเดิม 30,000 ล้านบาท 2. กรอบระยะเวลาดำเนินการ จะสิ้นสุดการทำนิติกรรม เมื่อ ธอส.ให้สินเชื่อเต็มตามกรอบวงเงินคือ 50,000 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 30 ธ.ค.2564 จากเดิมที่จะสิ้นสุดการทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 ธ.ค.2562"


"การปรับกรอบการดำเนินโครงการบ้านล้านหลังในครั้งนี้ ยังอยู่ในกรอบเดิมที่ 50,000 ล้านบาท และในส่วนของหลักเกณฑ์และเงื่อนไขอื่น ๆ ธอส. ยังคงใช้ตามเดิมที่คณะรัฐมนตรีได้เคยมีมติเห็นชอบในหลักการไว้เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561" นายณัฐพร ระบุ 2. จากการปรับกรอบวงเงินกู้ตามข้อ 1 โดยเพิ่มวงเงินสินเชื่อของโครงการสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาท/เดือน นั้น ส่งผลให้ ธอส. จะสูญเสียรายได้ดอกเบี้ยรับมากขึ้น เนื่องจาก ธอส.ต้องกำหนดอัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี คงที่เป็นระยะเวลา 5 ปี สำหรับกลุ่มผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาทที่มีจำนวนมากขึ้น"

 

 


นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจึงจำเป็นต้องขอรับการชดเชยส่วนต่างระหว่างรายได้ดอกเบี้ยรับตามแผนรัฐวิสาหกิจของธอส.กับรายได้ดอกเบี้ยรับจากโครงการจากรัฐบาล รวม 6 ปี (2562-2567) เพิ่มเติมอีก 789.66 ล้านบาท จากเดิมที่เคยขอรับการชดเชยจาก ครม.เมื่อวันที่ 20 พ.ย.61 จำนวน 3,876 ล้านบาท รวมเป็นวงเงินที่ ธอส. ขอรับการชดเชยทั้งสิ้น จำนวน 4,666 ล้านบาท

 


 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์