ศาลสมุทรปราการพิพากษา หนุ่มลาว  ชี้คำสารภาพไม่เป็นผลลดหย่อนความผิด

ศาลสมุทรปราการพิพากษา "หนุ่มลาว" ชี้คำสารภาพไม่เป็นผลลดหย่อนความผิด

Publish 2019-03-21 17:10:27

จากกรณีเมื่อวันที่ 16 ก.ย.61 เวลาประมาณ 06.30 ตำรวจ สภ.พระประแดง ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดฆ่าปาดคอ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย โดยเหตุเกิดภายในบ้านเลขที่ 30/6 หมู่ 6 ต.บางยอ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ต่อมาจากการสืบสวน ทราบว่าผู้ก่อเหตุ คือ ท้าวพูล้า สัญชาติลาว อายุ 22 ปี



โดยหลังก่อเหตุได้นั่งรถจักรยานยนต์จาก ภายในซอยเพชรหึงษ์ 23 อ.พระประแดง และโดยสารรถแท็กซี่ไปตามถนนสุขสวัสดิ์ขาออก ทิศทางมุ่งหน้าไปทางเขตติดต่อพระสมุทรเจดีย์ จนกระทั่งสกัดจับกุมตัวท้าวพูล้า ได้ที่บริเวณริมแม่น้ำโขง ชุมชนนาโป ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร เวลา 23.00 น.วันเดียวกัน ส่วนปมเหตุนั้นเกิดจากเมายาบ้า และอยากได้เงินเพื่อไปซื้อยามาเสพ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ใจหยาบจนวินาทีสุดท้าย พูล้า ลั่นชัด! ไม่ขอขมาศพแน่นอน หลังญาติยาย-หลาน จี้ตร.ลากคอมันมากราบ

ล่าสุด ที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ บัลลังก์ 8 ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายพูล้า อายุ 22 ปี สัญชาติลาว เป็นจำเลยว่า กระทำผิดกฎหมายฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด ฐานบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ฐานฆ่าชิงทรัพย์ นางมะลิ อิ่มสวัสดิ์ อายุ 68 ปี ฆ่าเด็กหญิงอิสห์ยา เพิกเฉย อายุ 12 ปี ฐานพยายามฆ่าเด็กหญิงอาภารัตน์ สำรวย อายุ 9 ปี โดยทารุณโหดร้าย เพื่อความสะดวกในการกระทำผิดฐานชิงทรัพย์ เพื่อปกปิดความผิด และฐานฆ่าแมวอันเป็นทารุณกรรมโดยไม่มีเหตุสมควร

 


ทั้งนี้ศาลยังได้พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว เห็นว่า จำเลยหยิบอาวุธมีดจากในครัวแล้วงัดช่องลมห้องน้ำปีนเข้าไปในบ้านของนางมะลิ เพื่อลักทรัพย์ พบนางมะลิจึงบีบคอ ทำร้ายร่างกาย ใช้อาวุธมีดปาดลำคอนางมะลิ แล้วหยิบเอาทรัพย์ไป เมื่อเด็กหญิงอิสห์ยา และเด็กหญิงอาภารัตน์ ตื่นขึ้นร้องโวยวาย จำเลยจึงใช้อาวุธมีดปาดลำคอเด็กหญิงอิสห์ยา และเด็กหญิงอาภารัตน์ แล้วหลบหนีไปที่ จ.มุกดาหาร เพื่อจะกลับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แต่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมได้เสียก่อน

 


และการที่จำเลยใช้อาวุธมีด ซึ่งมีความแหลมคม และมีขนาดความยาวรวมด้าม 40 ซม. ปาดลำคอนางมะลิ กับใช้อาวุธมีดซึ่งมีความแหลมคมและขนาดความยาวรวมด้าม 39 ซม. ปาดลำคอเด็กหญิงอิสห์ยาจนถึงแก่ความตาย และปาดคอเด็กหญิงอาภารัตน์ จนเกิดบาดแผลฉีกขาดที่ลำคอด้านหน้า ขนาดใหญ่ และลึกถึงขนาดทำให้หลอดลมและหลอดอาหารฉีกขาด เสียเลือดปริมาณมาก ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเป็นการกระทำโดยทารุณโหดร้าย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สุดเฮี้ยน ผีเด็กเหยื่อฆ่าปาดคอสิงเพื่อนเล่าวินาทีสลด ด้านอีกคนที่รอดยังพูดไม่ได้แต่เขียนข้อความฝากความแค้นถึงไอ้พูล้า"หนูเกลียดเขา"(คลิป)
 

 


ทางศาลจึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษประหารชีวิตเพียงสถานเดียว แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เพราะจำเลยกระทำโดยอุกอาจต่อหญิงชราและเด็กหญิงอย่างโหดเหี้ยมทารุณผิดวิสัยมนุษย์ นับเป็นภัยต่อสุจริตชน 

 


จึงไม่มีเหตุอันควรปรานีที่จะลดโทษให้กับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 เป็นเงินคนละ 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันก่อเหตุเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็น เงิน 1,800,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 3 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันก่อเหตุเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมในคดีส่วนแพ่งให้เป็นพับ

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : พลิกปมคดีสลด!! "พูล้า" ฆ่าปาดคอ "ยาย-หลาน" ความอำมหิตเกินอภัย สังคมพิพากษา ต้อง "ประหาร" เท่านั้น!
 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์