ปภ.เตือน 9 จังหวัดภาคเหนือ หลังยืน 1 มลพิษของโลก!

ปภ.เตือน 9 จังหวัดภาคเหนือ หลังยืน 1 มลพิษของโลก!

Publish 2019-03-23 16:48:13


นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่าจากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2562 เวลา 05.00น. พบว่า มีจังหวัดที่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เกินค่ามาตรฐาน 100 รวม 9 จังหวัด ได้แก่

 



เชียงราย (ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สายตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย) เชียงใหม่ (ตำบลช้างเผือก ตำบลศรีภูมิตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม) ลำปาง (ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปางตำบลบ้านดง ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ) ลำพูน (ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน) แม่ฮ่องสอน (ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน) น่าน (ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่านตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ) แพร่ (ตำบลนาจักร อำเภอเมืองแพร่) พะเยา (ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมืองพะเยา) ตาก (ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด) โดยสถานการณ์ในภาพรวมมีค่า PM2.5 ระหว่าง 59 198 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรค่า PM10 ระหว่าง 84 246 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ AQI มีค่าระหว่าง 123 - 308 ซึ่งคุณภาพอากาศส่วนใหญ่อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (ระดับสีแดง) และระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ(ระดับสีส้ม) โดยจังหวัดเชียงรายพื้นที่ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย ค่า PM2.5 อยู่ที 198 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรค่าPM10 อยู่ที่ 246 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรและ AQI 308

 

 



ทั้งนี้ ปภ. ได้ประสานจังหวัด เฝ้าระวังสถานการณ์ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการระดมเครื่องจักรกลสนับสนุนมาตรการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในพื้นที่9 จังหวัดภาคเหนือ โดยฉีดพ่นน้ำเพิ่มความชื้นและลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศรวมถึงประสานการปฏิบัติป้องกันและควบคุมปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ได้ประสานจังหวัดดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัดเน้นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบจุดไฟเผา ในส่วนของพื้นที่เกษตรกรรมได้กำหนดช่วงเวลาและประกาศเขตห้ามเผารณรงค์การไถกลบแทนการเผา อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตรเพื่อป้องกันสถานการณ์ไม่ให้รุนแรงมากขึ้น สำหรับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุมให้หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานานใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ออกนอกบ้านเพื่อป้องกันมิให้สูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย ท้ายนี้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24ชั่วโมง เพื่อประสานแก้ไขปัญหาโดยด่วนต่อไป

 

 

ขณะที่ นาวาอากาศตรี มณธนิก รักงาม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ เผยว่า จากสภาพหมอกควันที่หนาแน่น ส่งผลต่อทัศนวิสัยในการมองเห็นภายในเขตทางวิ่ง ทางขับและลานจอดอากาศยาน ของท่าอากาศยานเชียงใหม่ อยู่ที่ 1300 เมตร เป็นเหตุให้อากาศยานไม่สามารถลงจอด ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ จำนวน 3 เที่ยวบิน ต้องเปลี่ยนเส้นทางบินไปลงจอด ณ ท่าอากาศยานอื่น ได้แก่ 1. สายการบิน Spring air เดินทางจากเซี่ยงไฮ้ ไม่สามารถลงจอดที่สนามบินเชียงใหม่ได้ จึงบินไปพักรอที่ท่าอากาศยานสุวรรณ ซึ่งยังไม่มีกำหนดที่จะบินกลับมาลงที่เชียงใหม่ 2. สายการบิน ไลออนแอร์ เดินทางมาจากดอนเมือง ไม่สามารถลงจอดที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ จึงบินไปพักรอที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ก่อนที่จะบินกลับมาลงจอดที่เชียงใหม่เมื่อเวลา 14.59 น. และ 3 สายการบินแอร์เอเชีย เดินทางมาจากภูเก็ต ไม่สามารถลงจอดได้ จึงบินไปพักรอที่จังหวัดพิษณุโลก ก่อนที่จะบินกลับมาลงจอดที่เชียงใหม่เมื่อเวลา 14.12 น.

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์