เปิดคำสั่งเด้งฟ้าผ่า บิ๊กโจ๊ก

เปิดคำสั่งเด้งฟ้าผ่า บิ๊กโจ๊ก

Publish 2019-04-06 14:24:04


พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)  ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 232/2562 เรื่องข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ โดยมีเนื้อหาดังนี้ เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11  

 



แห่งพระราชบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ2547 และข้อ 8(1)แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติหน้าที่ราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติพ.ศ.2552

จึงให้พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคารที่ 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย

ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 5 เมษายน 2562

 

คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

ก่อนหน้า พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวมีคำสั่งโยกย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการตำรวจงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยไม่มีกำหนดว่า “ยังไม่ทราบ”

 



อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเส้นทางในการรับราชการตำรวจของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจท่องเที่ยว หรือที่รู้จักกันในนาม “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ ” จะโรยด้วยกลีบ กุหลาบมาโดยตลอด เพราะนายพลตำรวจหนุ่มคนนี้ เป็นผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ และเป็นทราบกันทั่วว่าเขาเป็นคนสนิทพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ถือได้ว่านายตำรวจที่พล.อ ประวิตร ไว้วางใจเป็นที่สุด หากย้อนดูประวัติของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ก็จะพบว่ามีประวัติที่ไม่ธรรมดากันเลยทีเดียว พล.ต.ต.สุรเชษฐ์  เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 47 และถือเป็นนายพลตำรวจคนหนึ่งที่มีการเติบโตในตำแหน่งหน้าที่แบบก้าวกระโดด  จนถึงขั้นมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า  ต้องจับตาเพราะเป็นนายพลตำรวจคนแรกที่มีอายุราชการน้อยที่สุดตั้งแต่มีการก่อตั้ง “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”  ด้วยวัยเพียง 42 ปีเท่านั้น 

 

 

แถมยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเสียงวิจารณ์กันให้แซ่ดว่าพล.ต.ต. สุรเชษฐ์ สามารถก้าวข้ามกฎกติกาว่าด้วยการขึ้นเป็นนายพลตำรวจได้อีกต่างหาก ทั้งๆที่พล.ต.ต. สุรเชษฐ์ มีตำแหน่งเป็นรองผบก.เพียง2ปี และไม่เคยผ่านรร.หลักสูตรผู้บังคับการ แต่สามารถก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นนายพลได้ทั้งๆที่ตามระเบียบระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ที่จะเป็นนายพลตำรวจได้นั้นจะต้องมีตำแหน่งเป็นรองผบก.อย่างน้อย4ปี และต้องผ่านรร.หลักสูตรผู้บังคับการ แต่พล.ต.ต สุรเชษฐ สามารถฝ่าด่านเหล่านี้มาได้ เรียกว่า เป็นนายตำรวจที่ไม่ธรรมดา

 

 

และหากพูดถึงฝีไม้ลายมือ ต้องบอกว่าไม่เป็นสองรองใครเช่นกัน  เคยผ่านการทำหน้าที่ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ส่วนหน้า รับผิดชอบดูแลในพื้นที่ อ.จะนะ นาทวี สะบ้าย้อย และเทพา จ.สงขลา 4อำเภอพื้นที่สีแดงภัยความไม่สงบต่อเนื่องชายแดนใต้ และปัจจุบันกับผลงานสร้างชื่อ ปฏิบัติการกวาดล้าง ทั้งนอมินีนายทุนต่าง ลุยปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ ทำปัญหาไกด์เถื่อนลดลงต่อเนื่อง บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ร่วมถึงพวกพนันออนไลน์ข้ามชาติ ขยันสร้างผลงานจนหลายคนอาจลืมชื่อผู้บัญชาการตํารวจท่องเที่ยวตัวจริงไปเลยทีเดียว

 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง   
บิ๊กโจ๊ก จับกุมแก๊งหลอกทำวีซ่า ( ปลอม )ให้นักท่องเที่ยว(คลิป)    
บิ๊กโจ๊ก..ทลายกลุ่มสินค้าลามกอนาจาร ไลน์ SUPERMAX_AMAX (คลิป)           
เกิดอะไรขึ้น? เฟซบุ๊กบิ๊กโจ๊กหายวับ! หลังลือสะพัดโดนเด้งฟ้าผ่าเข้ากรุแล้ว?
 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์