เพจ WATCHDOG อ้างกลุ่มสัตวแพทย์แจงอีกด้าน ปกป้องคาเฟ่แมวโดนกล่าวหา

เพจ WATCHDOG อ้างกลุ่มสัตวแพทย์แจงอีกด้าน ปกป้องคาเฟ่แมวโดนกล่าวหา

Publish 2019-04-19 17:52:23


จากกรณีที่กลายเป็นเรื่องสุดช็อคของคนรักแมว เมื่อเพจ ทัฬอิญ เสรีรวมไทย บึงกุ่ม รามอินทรา ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่เข้าไปช่วยเหลือแมวกว่าหลายตัวใน คาเฟ่แมว ชื่อดังแห่งหนึ่งที่ถูกร้องเรียนว่าทารุณกรรมแมวที่รับเลี้ยง ซึ่งเจ้าตัวได้เข้าไปครั้งแรกวันที่ 12 เม.ย. 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง  -หนุ่มจิตอาสาบุกคาเฟ่แมวกลางกรุงช่วยชีวิตหลายสิบตัว แถมพบซากในตู้เย็นอีกนับไม่ถ้วน



จากการตรวจสอบ คาเฟ่แมวที่ถูกปิดไปตั้งแต่วันทึ่ 3 เมษายน 2562 และจากคลิปของคุณทัฬอิญได้กล่าวว่า "เบ็ดเสร็จวันนี้ช่วยได้ 38 ตัว และพบซากแมวประมาณ 20 ตัว วันนี้เป็นตัวอย่างของสัตวแพทย์ท่านนึงที่หาผลประโยชน์จากสัตว์เลี้ยงจนเกินเลย เจ้าของโรงแรม เป็นสัตว์แพทย์ นำแมวมาผสมเพื่อให้เกิดสายพันธุ์ยีนส์ด้อย กว่าจะได้ 1 สายพันธุ์ที่อ่อนแอ ต้องแลกมาเป็นร้อยชีวิตกว่าจะได้ 1 ตัว สัตว์เหล่านี้ไม่เคยเห็นแสงเดือนแสงตะวัน จากชั้น 3 มีสิ่งของบล็อกแสงทุกทาง หน้าทีเดียวคือปั๊มลูก" 

 

 

ต่อมา นายทัฬอิญ จิรเปรมธนิก เจ้าของเฟซบุ๊กข้างต้น ได้เผยในรายการโหนกระแสทางช่องสามอย่างหมดเปลือกเกี่ยวกับกรณีนี้ ทั้งยังอัพเดตความคืบหน้าของเจ้าเหมียวอีกหลายชีวิตอีกด้วย

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง   -หนุ่มจิตอาสาเล่าหมดเปลือกที่มาคาเฟ่แมวกลายเป็นสุสาน อัพเดทล่าสุดชีวิตเจ้าเหมียว บุญเจ้าจริงๆ (คลิป)



ล่าสุดเพจเฟซบุ๊กชื่อ  WATCHDOG THAILAND ได้ออกมาโพสต์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "#กลุ่มสัตวแพทย์แห่ยืนยันข้อมูลคาเฟ่แมวโอละพ่อไปไกล #ยืนยัน! #ไม่มีการทารุณกรรมสัตว์ #สัตวแพทย์ผู้เป็นเจ้าของแมวมอบหมายลูกจ้างเป็นผู้ดูแลผู้ครอบครองตามกฏหมาย #เตรียมแจ้งความเอาผิดหลายข้อหาต่อกลุ่มผู้รับแมวออกไปอ้างนำไปรักษา

 


WDT รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มสัตวแพทย์ และผู้ดูแล ผู้ครอบครองแมวทั้งหมด ที่โรมแรมและคาเฟ่แมว เวนิส วัชรพล ที่จู่ๆ ก็ถูกบุกเข้ามาเอาแมว ให้เซ็นชื่อรับทราบ อ้างนำไปรักษา จำนวน 38 ตัว หลังจากนั้น ถูกนำไปประโคมข่าวบิดเบือนกลายเป็นเรื่องทารุณกรรมสัตว์ ทั้งที่ไม่มีการรายงานต่อกองสวัสดิภาพสัตว์ กรมปศุสัตว์หรือองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งยังมีข่าวอ้างตนเป็นมูลนิธิ โดยพบภายหลังจากคอมเม้นต์ในเฟซบุ๊ก สงสัยอาจมีการนำแมวไปขายต่ออีกด้วย "เพราะแมวสองตัวในรูป ตัวนึงมีเจ้าของแล้ว อีกตัว เค้ายึดไปค่ะ" ผู้ดูแลชี้แจง WDT

 

 

 

กลุ่มสัตวแพทย์หลายท่านไม่พอใจ เหตุสังคมประโคมข่าวใหญ่โต ประสาน ผู้ดูแลแมว พร้อมเจ้าของแมวที่นำมาฝากเลี้ยง เข้าแจ้งความที่ สน.สายไหม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกนำไปประโคมข่าว โดยมี พ.ต.ท.ณัฐนันท์ ม่วงงาม รองผกก.(สอบสวน) สน.สายไหม กทม ร่วมดูแลกำกับคดี

 

 

ผู้ดูแล เข้ายืนยัน แมวทั้งหมด ไม่ใช่ของกลางของใครหรือคดีใดๆ ตนได้รับการฝากฝัง รับมอบหมายจากสัตวแพทย์เจ้าของตัวจริง ที่แม้จะต้องคดีอาญา แต่ก็เป็นคนละเรื่องกับการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของแมวและเจ้าของธุรกิจโรงแรมและคาเฟ่แมว

 

 

กลุ่มสัตวแพทย์ พร้อมผู้ดูแล ชี้แจงต่อ WDT ยืนยัน เป็นเจ้าของที่ได้รับการฝากฝังจากสัตวแพทย์ผู้เป็นเจ้าของแมวอย่างถูกต้องผู้ดูแลจึงมีความเป็น “เจ้าของสัตว์” อย่างถูกต้องตามกฏหมายป้องกันการทารุณกรรมฯ ซึ่งหมายถึง “#เจ้าของกรรมสิทธิ์และให้หมายความรวมถึงผู้ครอบครองสัตว์หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแล #ไม่ว่าจะได้รับมอบหมายจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ให้ดูแลด้วย” อีกทั้ง แมวบางตัว ก็เป็นแมวที่เจ้าของมาฝากเลี้ยงด้วยความยินยอมและความพอใจ เจ้าของแมวตัวจริง จึงเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพนักงานสอบสวนด้วย

 

 

ผู้ดูแลชี้แจง แมวที่ตาย และถูกเก็บไว้ในช่องฟรีซ  มีไม่เกิน 7 ตัว คือลูกแมวที่คลอดออกมาแล้วตายตามธรรมชาติ ลูกแมวบางตัวคลอดตอนดึก ตี 1 ตี 2 คุณหมอไม่สามารถนำออกไปฝังหรือเผาเวลานั้นได้ บริเวณรอบบ้าน ไม่มีที่ฝังเพราะโครงการเทปูนหมด เลยแช่ไว้ก่อนไม่ให้เน่าเพื่อนำไปฝังหรือเผาในคราวเดียว

 

 


ไม่มีแมวถูกนำมาทดลองเพาะพันธุ์ หรือไม่สมประกอบดังที่เป็นข่าว สำนักข่าวบางสำนักถึงกับประโคมว่า มีการเอาไปทำวัตถุมงคล! กลุ่มสัตวแพทย์ที่รู้จักกับสัตวแพทย์เจ้าของแมว ประสงค์ชี้แจงต่อ WDT และประชาชนทั่วไป ในส่วนเรื่องการรับทราบข่าวว่า เมื่อได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการหาบ้าน เนื่องจากสัตวแพทย์เจ้าของแมวต้องคดีอาญาอื่นถูกนำตัวเข้าเรือนจำไปแล้ว จึงได้ประสานงานไปยังคนโพสต์หาบ้านและสอบถามข้อมูลทั้งจากคนโพสต์และน้องผู้ช่วย แต่ในที่สุด ได้ขอความร่วมมือให้ลบโพสต์เพราะเพื่อนๆ เกรงว่าจะทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีและเสื่อมเสียในวงการสัตวแพทย์

 

 

เพื่อนๆ สัตวแพทย์ของคุณหมอผู้ต้องคดี จึงได้รวมกลุ่มกันพร้อมทั้งปรึกษาและสรุปได้ว่าจะนำแมวแบ่งกันไปดูแล เพราะเพื่อนๆก็มีร้าน สามารถให้ที่พักพิงและทำการรักษาได้ อีกทั้งกังวลว่าถ้าหากมีการแจกจ่ายหาบ้านแล้ว หากสัตวแพทย์ผู้เป็นเจ้าของแมว พ้นคดีออกมา จะทำให้เกิดเรื่องไม่สบายใจขึ้น

 

 

จึงมีการประสานกับผู้ดูแลและเจ้าของตึกในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ว่าจะเข้ามาติดต่อหลังสงกรานต์ แต่ก็มาถูกนำแมวออกไปเสียก่อน
เอ้า!ก็สู้กันไปครับ สงสารก็แต่แมว
ตอนนี้เจ้าของผู้ดูแลเค้าไปแจ้งความแล้ว ตั้งแต่ #หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เพราะไปบิดเบือนใส่ความว่าเขาทารุณกรรมสัตว์ เพาะพันธุ์สัตว์ เจ้าของผู้ดูแลแมวและเจ้าของแมวตัวจริง ต้องการติดตามขอรับแมวคืน ถ้าไม่ให้ ก็เจอ #ข้อหายักยอกทรัพย์ ถ้าให้ต่อ หรือขายต่อไปอีก ก็เจอ#รับของโจร  #พรบ.#คอมฯ ก็คงไม่พลาด เหตุโหมประโคมข่าวใหญ่โต สร้างความเสียหายไม่พอใจในวงกว้างแก่วงการสัตวแพทย์ #จะเที่ยวไปบุกยึดแมวของใคร #ดูตาม้าตาเรือและพิจารณาการดำเนินการอย่างถูกต้องกฎหมายให้ถี่ถ้วนดีๆ นะครับ"

 

 


ขณะเดียวกันชาวเน็ตบางคนยังได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกับโพสต์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก บ้างก็เข้ามาคอมเม้นต์เดือดว่า ทำไมเอาแต่รูปดีๆ มาลงหนอ เราเคยเอาไปฝาก 2 ครั้ง มาถามเรามา ไปเห็นของจริงมาแล้ว สภาพ ชั้นล่าง ที่เป็นคาเฟ่แมว รวมทั้งกลิ่นอับๆ ในร้าน สภาพแมวแต่ละตัวที่พบ เอาลูกค้าทั้งหมดที่เคยไปฝาก มาคุยกันไหม สภาพคาเฟ่แมว โรงแรมชั้นบน และอีกอย่างนะ ตอนเราเอาไปฝากอ่ะ กล้องก็เปิดไม่ได้ บอกว่าทำความสะอาด หายไปเป็นวันๆ ดูแมวตัวเองไม่ได้เลย ไปรับกลับมา แมวตาแฉะ มีอาการซึมๆ มาแก้ข่าวตอนนี้ ไม่ทันแล้วมั่ง อย่าเข้าข้างคนผิดเลยได้ป่ะ จะเสียเปล่าๆ

 

 

 

 

 

 

 


ขอบคุณเฟซบุ๊ก : WATCHDOG THAILAND


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์