สาวไทยเที่ยวต่างประเทศ ถูกมิจฉาชีพทุบรถขโมยกระเป๋า บริษัทประกันปัดรับผิดชอบอ้างมันคนละกรณี

สาวไทยเที่ยวต่างประเทศ ถูกมิจฉาชีพทุบรถขโมยกระเป๋า บริษัทประกันปัดรับผิดชอบอ้างมันคนละกรณี

Publish 2019-04-28 12:44:36


เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Sita Kirins" ได้โพสต์ข้อความเล่าเหตุการณ์โดนมิจฉาชีพใน เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ทุบกระจกรถและขโมยกระเป๋าหนีหายไป แต่ทางผู้โพสต์ระบุว่าได้ทำประกันการเดินทางไว้กับบริษัทแห่งหนึ่ง หลังเกิดเรื่องจึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและส่งอีเมลล์ไปหาบริษัทประกันเพื่อแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นและสอบถามถึงการเคลมประกันต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

 



 

แต่ได้รับเมล์ตอบจากบริษัทประกันว่า ประกันจะคุ้มครองต่อเมื่อกระเป๋าหายตอนที่อยู่ในความควบคุมดูแลของพนักงานโรงแรมหรือบริษัทขนส่ง หรือโดนกระชากไปตอนเราถืออยู่

 

 

ซึ่งทำให้ตัวผู้โพสต์รู้สึกคาใจเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นผู้โพสต์มาเปิดอ่านกรรมธรรม์อีกที ตามข้อ 5. เขียนว่าคุ้มครองในกรณีถูกปล้นหรือชิงทรัพย์ และได้มีการติดต่อไปที่ call center ของบริษัทประกัน ว่ารถโดนทุบไม่ใช่การปล้นชิงทรัพย์เหรอ

 



.

 

ทางบริษัทตอบกลับมาว่ากรณีนี้เรียกว่า “ลักทรัพย์” ซึ่งหมายความว่าทางบริษัทประกันภัย จะไม่มีการชดใช้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ตรงกับความคุ้มครองของบริษัทประกัน

 

 

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตเป็นอย่างมาก จนมีการแชร์ออกสู่โลกโซเชียลแล้วกว่า 1,200 ครั้ง นอกจากนี้ยังแนะนำให้ผู้เสียหายเข้าร้องเรียนกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) อีกด้วย
 


 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-โจรบุกงัดร้านลาบชื่อดังลำปาง รื้อค้นทรัพย์สิน ค้นขนม-ลูกอม สูบบุหรี่จนหมดมวนอย่างใจเย็น ก่อนยก ถังแก็ส ขโมยพระพุทธรูปเก่าแก่อายุ 100 ปีหนี
-หนุ่มห้างเซ็ง เลิกงานมารถหาย เปิดวงจรปิดดู พบหัวขโมยขับเก๋งหรู ย่องมาลักหนีลอยนวล
-ตำรวจพญาไท รวบตัว โจ๋ ขโมยอะไหล่ บิ๊กไบค์ดูคาติ (คลิป)
-ลูกชายเจ้าของหอพักเซ็ง จอดบีเอ็มดับเบิลยูข้างถนน ถูกคนร้ายทุบกระจก ขโมยทรัพย์สิน
-หนุ่มสุดทน จอดรถใต้คอนโดหรู โดนขโมยอะไหล่ 2 รอบเจ้าของไม่รับผิดชอบ แก้เผ็ดเข็นขึ้นห้องแม่มซะเลย(คลิป)

 

ขอบคุณ Sita Kirins

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สมิตา ขุมทรัพย์
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์