ศาลอุทธรณ์ตัดสิน เสียเจนภพ ขับรถเบนซ์

ศาลอุทธรณ์ตัดสิน เสียเจนภพ ขับรถเบนซ์

Publish 2019-05-08 12:29:16

จากกรณีของคดี นายเจนภพ วีรพร ขับรถเบนซ์สีดำ ทะเบียน ษง 3333 กทม. ชนรถยนต์ฟอร์ด ทะเบียน ฆย 6911 กทม. จนเกิดไฟลุกไหม้ ส่งผลให้ นายกฤษณะ ถาวร หรือ โต้ง และนางสาวธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย หรือ เบนซ์ 2 นักศึกษาปริญญาโท เสียชีวิตพร้อมกันในซากรถ เหตุเกิดบนถนนพหลโยธิน มุ่งหน้า จ.สระบุรี หมู่ 8 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ใกล้สะพานต่างระดับบางปะอิน เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 59 
 

อ่านข่าว :  เสี่ยเบนซ์เมาขับพุ่งชนรองผกก.กองปราบเสียชีวิตเริ่มสร่างแล้ว คำพูดแรกทำจุกอกไม่รู้เกิดอะไรขึ้น (คลิป) 



โดยคดีนี้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับสำนวนการสอบสวนคดีจากพนักงานสอบสวน สภ.พระอินทร์ราชา เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 60 และสั่งฟ้อง นายเจนภพ วีรพร ผู้ต้องหา ในวันที่ 28 พ.ค. 60 ในฐานความผิด รวมทั้งสิ้น 8 ข้อหา ประกอบด้วย 

 

 

1. ขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลและทรัพย์สิน เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 
2. ขับรถด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 
3. ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
4. เป็นผู้ขับรถเสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 
5. ขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ 
6. ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของบุคคลอื่น 
7. ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานสอบสวนที่สั่งให้มีการทดสอบและตรวจสอบผู้ขับรถตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 
และ 8. ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงาน ซึ่งสั่งการตามอำนาจที่มีกฎหมายกำหนด โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร

อ่านข่าว :  เสี่ยเบนซ์ก้มกราบเท้า ขอขมาแม่รองผกก. (คลิป)

 

 


นอกจากนี้ ยังมีคำขอท้ายฟ้องเพิ่มดังนี้ 1. ขอให้ศาลเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลฉบับที่ 41006330 ของนายเจนภพ 2. ขอให้ศาลใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยกับ นายเจนภพ วีรพร ดังนี้ 2.1 ขอศาลสั่งให้ส่ง นายเจนภพ ไปคุมตัวไว้สถานพยาบาลเพราะการปล่อยตัวนายเจนภพ ซึ่งมีจิตบกพร่อง โรคจิตฟั่นเฟือน และไม่ต้องรับโทษหรือได้รับการลดโทษจะเป็นการไม่ปลอดภัยแก่ประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 48 

 

 

 

 

2.2 ขอศาลกำหนดในคำพิพากษาว่า นายเจนภพ จะต้องไม่ดื่มสุราและเสพยาเสพติดให้โทษภายในเวลากำหนดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 49 และแจ้งสิทธิแก่ญาติของ นายกฤษณะ ถาวร และ นางสาวธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย ผู้ตายทั้งสอง 1. สิทธิค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 2. สิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1

 

 

 


ในเวลาต่อมาที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในคดีอาญา หมายเลขคดีดำที่ อ.1528/2559 คดีหมายเลขแดงที่ อ.2443/2560 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโจทก์ นายเจนภพ วีรพร จำเลย

 

 

 

คดีนี้ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือนและไม่รอลงอาญา โจทก์และโจทก์ร่วมที่ 3 และที่ 4 ได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้เพิ่มโทษจำคุกจำเลย

 

 

 

วันนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย (เสี่ยรถเบนซ์) โดยแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้เพิ่มโทษตามที่โจทก์และโจทก์ร่วมที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์โดยศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยฐานเสพแอมเฟตามีนขับรถเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ด้วยการลงโทษจำคุก 6 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้บางส่วน เหลือลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี และไม่รอลงอาญา

 

 


สำหรับกรณีนี้ทนายวิเชียร ชุบไธสง ในฐานะทนายของนายทิวากร ฮ้อแสงชัย และนางกมลรัตน์ ฮ้อแสงชัย โจทก์ร่วมที่ 3 และที่ 4 ผู้เป็นบิดามารดาของ น้องเบนซ์-นางสาวธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย ผู้ตาย ต้องการทำคดีนี้เป็นบรรทัดฐานทางสังคมต่อไป

 

 

 


ย้อนไปเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 นายเจนภพ วีรพร (จำเลย) ได้ขับรถเบนซ์พุ่งชนท้ายรถฟอร์ด เป็นเหตุให้นายกฤษณะ ถาวร และนางสาวธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย นิสิตปริญญาโทจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เสียชีวิตในรถ เหตุเกิดบนถนนพหลโยธิน กม.53 หมู่ 8 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นเวลา 3 ปี 1 เดือน ที่คดี เบนซ์ชนฟอร์ด อันเป็นคดีที่สะเทือนความรู้สึกของประชาชน เดินทางมาถึงวันแห่งการพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์ ท่ามกลางความคาดหวังของครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ที่เฝ้าติดตามข่าวว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร และวันนี้ก็ได้ทราบผลคำพิพากษาของศาล
 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์