จับได้อีก 1 ราย แก๊งเดินเข้าร้านอัญมณี

จับได้อีก 1 ราย แก๊งเดินเข้าร้านอัญมณี

Publish 2019-05-08 17:40:55

จากกรณีที่เกิดเหตุคนร้าย 3 คน ซึ่งหนึ่งในนั้น สวมหมวกกันน็อคสีแดงเต็มใบอีก 2 ราย สวมแว่นกันแดดและหน้ากากอนามัยปกปิดใบหน้าบุกปล้นร้านเครื่องประดับอัญมณี ศิริชัยบนถนนเพชรเกษมปากซอย 63 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 
 


อ่านข่าว :  ภาพวงจรปิดโจรปล้นเพชร มานั่งรอร้านเปิด 



ก่อนที่หนึ่งในคนร้ายจะใช้ด้ามปืนทุบนายศิริชัยอาศัยพาณิชย์เจ้าของร้านอายุ 60 ปีได้รับบาดเจ็บใบหูฉีก ได้ทรัพย์สินเป็นเครื่องเพชรสร้อยแหวนต่างหูทองคำที่ฝังเพชรและเงินสดรวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาทก่อนใช้รถจักรยานยนต์ไม่ทราบรุ่นและยี่ห้อจำนวน 2 คันจอดไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุหลบหนีไปโดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา


ต่อมามีรายงานว่าเจ้าหน้าที่สามารถ จับกุมคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุได้แล้ว 2 คน ชื่อนายชาย อายุประมาณ 50 ปี เป็นคนสวมหมวกกันน็อคที่เปิดประตูเข้าไปในร้านคนแรก และอีกรายสวมเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ ยังไม่ทราบชื่อซึ่งตำรวจกำลังพาตัวทั้งสองมาจากจ.ชัยภูมิ หลังจากหลบหนีไปซ่อนตัวก่อนเข้า สอบปากคำที่สน. เพชรเกษมโดยจะถึงในช่วงเที่ยงของวันนี้ก่อนนำตัวไปหาจุดที่ซ่อนทรัพย์สินที่ได้ไปจากการปล้น

 

ส่วนคนร้ายที่ยังหลบหนีอีก 1 ราย  เป็นชายสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำตาลสวมแว่นกันแดดและหน้ากากอนามัยปกปิดใบหน้านั้น ซึ่งเป็นบุคคลที่ใช้ด้ามปืนทุบหลังกกหูของผู้เสียหายขณะนี้ตำรวจทราบแล้วว่ากำลังกบดานอยู่ที่ใด

 

 

 

อ่านข่าว :  ถึงเวลาใช้กรรม!! รวบแล้วแก๊งโจรบุกปล้นร้านอัญมณี ชิงทรัพย์กว่า 7 ล้าน (คลิป)

 

และเมื่อวันที่ 5 พ.ค.2562 พนักงานสอบสวนสน.เพชรเกษม ได้ควบคุมตัวนายนพอนันต์ ภูษิตรุ่งโรจน์ อายุ 52 ปี หนึ่งในสามผู้ต้องหาที่ร่วมกันปล้นเพชรและของหลุดจำนำมูลค่าความเสียหายประมาณ 5 ล้านบาท และทำร้ายร่างกายนายศิริชัย อาศัยพาณิชย์ อายุ 61 ปี เจ้าของร้านจนได้รับอาการบาดเจ็บ โดยนายนพอนันต์ กล่าวว่า ตนไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ ไม่มีหนี้สิน ไม่เล่นการพนัน ทำเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าบ้านและซื้อนมให้หลาน รู้จักกับผู้ก่อเหตุอีกสองคนซึ่งอยู่ข้างบ้านได้เพียงวันเดียวจึงตัดสินใจร่วมกันก่อเหตุ ส่วนทรัพย์สินที่ได้ยังไม่ได้นำไปขาย

 


 


ล่าสุดมีรายงานความคืบหน้า เกี่ยวกับคดีดังกล่าว โดยพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. และฝ่ายสืบสวน ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัว นายวุฒิชัย หรือ เจษฎา ล้านเหรียญทอง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 177 หมู่ 13 ต.โคกปี่ฆ้อง อ.เมือง จ.สระแก้ว ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ร้านรับซื้อของหลุดจำนำ ศิริชัย บางแค

 

โดยจับกุมตัวได้ที่หน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ปากทางเข้าวัดสิรินธรเทพรัตนาราม ถนนเพชรเกษม ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พร้อมของกลางแหวนเพชร สร้อยเพชร และนาฬิกา รวม 45 รายการ มูลค่าเกือบ 1 ล้านบาท สิ่งเทียมอาวุธปืนลูกโม่ พร้อมเครื่องกระสุน 6 นัด นำตัวมาสอบสวนที่ สน.เพชรเกษม

อ่านข่าว :   คุมตัวฝากขัง 1 ใน 3 โจรปล้นร้านอัญมณี 

จากการสอบสวน นายวุฒิชัย ให้การอ้างว่า รู้จักกับ นายนพอนันต์ หรือ ชาย ภูษิตรุ่งโรจน์ อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ และนายต้นรัก (ไม่ทราบนามสกุล) ชาวมอญ ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ภายในซอยเพชรเกษม 83 อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เพราะเช่าบ้านอยู่หลังเดียวกัน นั่งดื่มเหล้ากันบ่อยและได้คุยกันว่าต้องการรวมพรรคพวกเพื่อหาเงินก้อนใหญ่ใช้กันจึงแบ่งหน้าที่กัน โดยออกดูสถานที่ ที่จะก่อเหตุ

 

ตอนแรกคิดว่าจะเริ่มที่ร้านสะดวกซื้อ แต่คิดแล้วน่าจะได้ไม่เกิน 3-4 พันบาท จะแบ่งกันคงได้ไม่คุ้ม นายนพอนันต์ จึงเสนอว่าตัวเองมีความถนัดเรื่องดูเพชรและพลอย เนื่องจากพี่สาวเคยค้าขายเพชรพลอยมาก่อน และยังรู้จักกับร้านศิริชัยเป็นอย่างดี เนื่องจากเคยเอาของไปจำนำและเข้าไปซื้อของที่นั่นหลายครั้ง ซี่งร้านศิริชัยไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยอะไรเลย เข้าถึงตัวเจ้าของและตัวทรัพย์ได้ง่าย ส่วนร้านทองที่อยู่ถึงก่อนและโรงรับจำนำที่อยู่เลยร้านศิริชัยไป ต่างก็ติดเหล็กดัด ไม่สามารถที่จะเข้าไปก่อเหตุได้

 

นายวุฒิชัย ให้การต่อไปว่า หลังจากได้ข้อสรุปนายนพอนันต์ก็ไปซื้อสิ่งเทียมอาวุธปืนมาจากย่านคลองถม เอามาให้ตนและเริ่มวางแผนกันที่บ้านเช่า โดยนายนพอนันต์มีหน้าที่ดูและคัดของ ตนใช้อาวุธปืน ส่วนนายต้นรัก มีหน้าที่คอยรับคำสั่งให้ทำทุกอย่าง จนกระทั่งเริ่มงานจริง นายนพอนันต์ใส่หมวกกันน็อกถือมีดเข้าไปก่อน ตนถือกระเป๋าสะพายใส่อาวุธปืนตามมาสมทบ และควักอาวุธปืนออกมาวางขู่ให้นายนพอนันต์และนายต้นรักกวาดของมีค่าใส่เป้ที่พกมา และตนยังล็อกคอนางจารณี แสงสุด อายุ 35 ปี พนักงานในร้านที่นั่งอยู่ตรงตู้เก็บทรัพย์สิน เอาปืนขู่ให้เปิดตู้

 

ส่วนที่ต้องใช้ปืนทำร้ายนายศิริชัย เพราะบันดาลโทสะ หลังจากได้ทรัพย์สินมาแล้วต่างแยกย้ายกันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ตนขี่มาคนเดียว นายนพอนันต์ไปกับนายต้นรัก แล้วกลับไปแบ่งทรัพย์สินกันที่บ้านเช่า โดยที่นายนพอนันต์ได้ไปเยอะสุด นายต้นรักได้เงินสดไปแค่ 2 พันบาท แล้วแยกย้ายกันหลบหนี จนกระทั่งมาถูกจับกุมตัวดังกล่าว

 

สำหรับพฤติกรรมของคนร้ายกลุ่มนี้ นายนพอนันต์ หรือชาย ตั้งตัวเป็นหัวหน้าแก๊ง ให้ทุกคนเรียกตัวเองว่า “สารวัตรชาย” เพราะชอบใส่เสื้อยืดของตำรวจแล้วสวมเสื้อแจ็กเก็ตทับ แม้กระทั่งในเฟซบุ๊กส่วนตัวยังมีรูปที่ใส่เสื้อแนวนี้เกือบทุกรูป จนคนที่เจอคิดว่าเป็นตำรวจจริง มีโทรศัพท์มือถือพร้อมเบอร์โทรกว่า 10 เครื่อง คอยสลับกันใช้เพื่อไม่ให้ตำรวจจับทิศทางได้ ส่วนนายวุฒิชัยก็ชอบแต่งตัวเหมือนทหาร จึงให้เรียกกันว่า “ผู้กองเจษ” คอยรับคำสั่งจากสารวัตรชาย ซึ่งนายนพอนันต์เคยก่อเหตุล้วงกระเป๋าบนรถประจำทางมาหลายครั้ง แต่ก็มีหลักฐานแค่ครั้งเดียวในท้องที่ สน.หลักสอง

 

ซึ่งขณะนี้ฝ่ายสืบสวนกำลังประสานท้องที่ใกล้เคียงและเขตปริมณฑลว่ามีใครเคยถูกก่อเหตุล้วงกระเป๋าให้มาดูตัวและรูปผู้ต้องหาได้ที่ สน.เพชรเกษม

 

ส่วนการติดตามตัวคนร้ายอีกคนที่ยังเหลือ คือ นายต้นรัก มีรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. และฝ่ายสืบสวนของ กก.สส.บกน.9 และ สน.เพชรเกษม สามารถจับกุมตัวนายต้นรัก ได้ที่ชายแดนอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ขณะที่กำลังจะหนีข้ามไปฝั่งบ้านเกิด แต่เงินหมดยังไม่สามารถผ่านด่านไปได้ จนกระทั่งถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ยังมีทรัพย์สินที่สูญหายไปอีก 33 รายการ ซึ่งต้องสอบสวนผู้ต้องหาเพิ่มเติมว่ามีใครเอาไปขาย จำนำหรือซ่อนไว้ที่ใดบ้าง ทั้งนี้ทรัพย์สินทุกรายการทางนายศิริชัยได้เอารูปภาพที่เคยถ่ายไว้ไปมอบให้กับพนักงานสอบสวนแล้ว

 

ขณะที่ทางด้านนายศิริชัย กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ตำรวจสนใจติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิดจนสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ยกแก๊งโดยใช้ระยะเวลาไม่นาน แถมยังได้ของกลางคืนมาได้มากถึงประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ สำหรับนายนพอนันต์นั้น เคยเข้ามาที่ร้านอยู่บ่อยๆ บ่อยครั้งที่เอาโทรศัพท์มือถือมาจำนำ บางครั้งก็เอาแท็บเล็ตมาขาย บางครั้งก็มาซื้อทีวี ครั้งล่าสุดมาวันที่ 25 เม.ย. เอาแท็บเล็ตมาจำนำ มีการพูดคุยกันอยู่นาน แต่ละครั้งที่เข้ามาจะใส่น้ำหอมกลิ่นฉุนจนทุกคนในร้านจำกลิ่นได้

 

และในวันที่ถูกก่อเหตุวันที่ 2 พ.ค. นางจารณี พนักงานในร้านจำกลิ่นน้ำหอมกลิ่นนี้ได้อย่างแม่นยำ จึงสามารถตรวจสอบและให้เบาะแสตำรวจได้อย่างแม่นยำ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายวุฒิชัยไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงเสร็จสิ้นโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์