เด้งแล้ว 3 ดาบตร. นำพวกจับ ส.ต.ท.รีดไถเงิน

เด้งแล้ว 3 ดาบตร. นำพวกจับ ส.ต.ท.รีดไถเงิน

Publish 2019-05-12 17:47:49

จากกรณีที่ ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ ตำแหน่ง ผบ.หมู่ (ป) สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี (ผู้เสียหาย) พร้อมด้วย ร.ต.อ.สยบมาร ไมตรีจร เจ้าหน้าที่ชุด EOD จ.ปัตตานี (ลุง) และครอบครัว ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือและหลักฐาน ต่อพล.ต.ต.โพธ สวยสุวรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อขอความเป็นธรรม กรณีถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว เรียกทรัพย์ เหตุเกิดที่บริเวณซอย 18 รัตนอุทิศ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อ 22.30 น. คืนวันที่ 26 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา

 

 



โดย ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ ได้เล่าว่า "ในวันเกิดเหตุตนกำลังเดินทางขับรถไปส่งเพื่อนๆ หลังเสร็จงานเลี้ยงวันเกิดของตนเอง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ บริเวณซอย 18 รัตนอุทิศ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีรถกระบะวีโก้สีดำมาจอด และมีชายฉกรรจ์ ประมาณ 10 คน ลงมาจากรถ และมุ่งตรงมาที่ตนเอง โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร จากนั้นเพื่อนของตนได้นำปืน M16 ซึ่งเป็นปืนประจำกายที่อยู่ในรถเก๋งออกมาจากรถทำท่าจับแนวเฉียงเพื่อป้องกันตัวเพราะไม่รู้ว่ากลุ่มชายฉกรรจ์เป็นใครและไม่ได้แสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ไม่มีการแขวนบัตรให้เห็น จนกระทั่งมีเสียงตะโกนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่าขัดขืน(ทราบที่หลังว่าเป็นชุดสืบสวน ภาค 9 และมีหัวหน้าชุดยศ ดต.) ตนเห็นเพื่อนเอาปืนดังกล่าวออกมาจึงบอกให้เก็บและตนก็ตะโกนกลับไปว่าตนก็เป็นตำรวจ" 


"ทันใดนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ก็ได้เข้าประชิดตัวจับกุม ตนและเพื่อน จากนั้นได้มีการนำตนและไปกักขังหน่วงเหนี่ยวที่เซฟเฮ้าส์ ในซอยร้านอาหารสุขขำ ใกล้ๆกับสามแยกท่าแซ 1 คืน โดยที่ไม่ได้นำส่งพนักงานสอบสวนท้องที่รับผิดชอบ พร้อมทำการบันทึกการจับกุม แจ้งข้อหามีอาวุธปืนของทางราชการ ออกนอกพื้นที่ ไว้ในครอบครอง และพยามฆ่าเจ้าหน้าที่ในการจับกุม จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ให้ นางสาวเอ (นามสมมุติ) แฟนสาวของเจ้าหน้าที่ในการจับกุม เป็นธุระประสานผู้ปกครองของตนและเพื่อน ให้นำเงิน 500,000 บาท มาให้จึงจะพ้นผิดไม่ต้องดำเนินคดีใดๆ และจะทำการปล่อยตัว ทางผู้ปกครองเมื่อรับทราบเรื่อง มีความกลัว และเกรงว่าลูกจะถูกจับและออกจากตำรวจ จึงเร่งรีบรวบรวมทรัพย์สินไปขายและได้เงินมาจำนวน 120,000 บาท"

 


"จากนั้นรีบเดินทางจาก จ.พัทลุงไปหาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่เซฟเฮ้าที่นัดหมาย โดยที่ผู้ปกครองกับตนและเพื่อนถูกแยกไม่ได้เจอหน้ากัน ซึ่งในการเจรจานั้นตนไม่รู้เรื่องเลย ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงสั่งผ่านนางสาวเอ (นามสมมุติ) ลดให้เหลือ 200,000 บาท ถ้าไม่ได้เงินตามจำนวนจะส่งดำเนินคดีทันที ทางผู้ปกครองของตนจึงตัดสินใจจำนำรถยนต์เก๋ง โตโยต้า หมายเลขทะเบียน ก 2941 กรุงเทพมหานคร ของผู้เสียหาย ได้เงินตกลงทางวาจา จำนวน 80,000 บาท รวมกับ120,000 บาท ครบ 200,000 บาท แต่ฝ่าย นส.เอ บอกว่า คิดดอก ร้อยละสิบจาก 80,000 บาทเป็น 88,000 บาท หากจะมาไถ่ถอน จากนั้นจึงมีการปล่อยตัวผู้เสียหาย พร้อมพวก จำนวนทั้งหมด 6 คน และได้คืนอาวุธปืนประจำกายของตน ในช่วงเที่ยงของวันที่ 27 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา"


"ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ เล่าต่อไปว่า "ผู้ปกครองของตน ได้ติดต่อนางสาวเอ (นามสมมุติ) เพื่อขอไถ่ถอนรถยนต์เก๋ง โตโยต้า หมายเลขทะเบียน ก 2941 กรุงเทพมหานคร ปรากฎว่า นางสาวเอ(นามสมมุติ) พยายามบ่ายเบี่ยง และบอกว่ารถคันดังกล่าวได้ขายต่อให้กับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดไปแล้ว ในราคา 120,000 บาท ทางผู้ปกครองได้ไปปรึกษา ร.ต.อ.สยบมาร ไมตรีจร เจ้าหน้าที่ชุด EOD ปัตตานี มีศักดิ์เป็นลุงและเป็นพี่ชายของผู้ปกครองทำให้ลุงโกรธมาก เพราะไม่คิดว่าตนซึ่งเป็นหลานและเป็นตำรวจจะถูกกระทำแบบนี้ จึงทำบันทึกรายละเอียดข้อเท็จจริงทั้งหมด ยื่นต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อขอความเป็นธรรม"

 


โดยก่อนหน้านี้ ทางพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้ทำการสอบสวน ส.ต.ท.สัญลักษณ์ ในรายละเอียดทุกอย่างของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนานกว่า 4 ชั่วโมง และเร่งสรุปคดีเพื่อเตรียมยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน ส่วนเรื่องรถเก๋งที่ถูกนำไปจำนำต่อให้กับผู้ค้ายาเสพติดตำรวจ สภ.บางกล่ำ ไปยึดเก๋งคันนี้กลับมาแล้ว 

 

ส่วนกลุ่มตำรวจที่ถูกกล่าวหาขณะนี้รู้ตัวแล้ว โดยเป็นตำรวจทั้งชั้นประทวนและสัญญาบัตร รวม 3 ราย และอีกรายเป็นหญิงสาวที่ทำหน้าที่เป็นคนติดต่อประสานงาน (อ้างตัวว่าเป็นภรรยาตำรวจ) คนเหล่านี้อยู่ระหว่างการถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยและเร่งดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงโดยเร็วที่สุดและจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

 

 

 


ล่าสุด บก.สส.ภ.9 มีคำสั่งให้ ด.ต.ธีระยุทธ สุวรรณรัตน์ ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กก.สส.3 บก.สส.ภ.9 ด.ต.สิรภพ หมื่นหนู ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.ภ.9 และ ด.ต.พิรชัช หวั้นเส้ง ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กก.ปฏิบัติการพิเศษ บก.สส.ภ.9 มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.บก.สส.ภ.9 พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว

 

เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และทาง บก.สส.ภ.9 ก็มีการตั้งคณะกรรมตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งหากผลการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็จะดำเนินการทั้งทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่มีการให้ความช่วยเหลือหรือปกป้องผู้ที่กระความผิดอยู่แล้ว 


อีกทั้ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ทำการสืบสวน ขยายผลและจับกุมผู้ที่สนับสนุนหรือที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมา ผบ.ตร. ได้กำชับและสั่งการมาโดยตลอดห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจหน้าที่ ประพฤติผิดในทางมิชอบ แสวงหา หรือปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย สร้างความเดือนร้อนแก่สังคม หากพบว่าตำรวจเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ผบ.ตร. ยอมรับไม่ได้ ต้องเอาผิดให้ถึงที่สุดทั้งทางวินัยและทางอาญา อย่างเด็ดขาด รวมทั้งผู้บังคับบัญชาที่ไม่ใส่ใจ ไม่กำกับดูแลความประพฤติ การปฎิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชา ก็จะถูกพิจารณาโทษด้วยเช่นกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมในการอำนวยความยุติธรรม


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์