โดนรวบแล้ว ปู่มหามุณี หลังไลฟ์สดอยู่กับสาว

โดนรวบแล้ว ปู่มหามุณี หลังไลฟ์สดอยู่กับสาว

Publish 2019-05-15 17:28:05


กลายเป็นเรื่องสุดฮือฮา เมื่อเพจบนเฟซบุ๊ก หนังสือพิมพ์ใต้สันติสุข ได้ออกมาโพสต์ข้อความบรรยายไว้ว่า ปอท.แถลงข่าวจับ ปู่มหามุณี พร้อมสาวนุ่งบิกินี ทำลามกช่วงไลฟ์สด วันที่ 15 พฤษาคม 2562 เวลา 14.30 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

 



ซึ่งทางด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับการจับกุมนายชัยรัตน์ เนื่องจากตามที่ปรากฎคลิปไลฟ์สดเฟซบุ๊กร่วมกับนายโทนี่ บุหรี่ทำเอง และ น.ส.สุนิษา ในชุดบิกินี่ ชักชวนให้สมัครสมาชิกไลน์กลุ่มการพนัน โดยอ้างว่าตนเองสมัครสมาชิกด้วยเงิน 10,000 บาท แต่ได้ผลตอบแทนสูงถึง 250,000 บาท เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเข้าข่ายความผิดตามมาตรา14(4) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นําเข้าข้อมูลลามกอนาจารสู่ระบบฯ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และความผิดฐานชักชวนให้ผู้อื่นเข้าละเล่นการพนันตาม พ.ร.บ.การพนัน ต้องระวางโทษ ปรับสูงสุด 2 พันบาท จำคุกไม่เกิน 2 ปี

 

 

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวอีกว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับ 3 ราย สามารถจับกุมตัวได้แล้ว 2 ราย คือ นายชัยรัตน์ และหญิงสาวที่สวมใส่บิกินี่สีแดง ยังคงเหลืออีก 1 คน คือ ลุงโทนี่ บุหรี่ทำเอง ที่ยังจะต้องติดตามจับกุมตัว อยากฝากเตือนประชาชนว่า แม้จะไม่มีการโชว์ของลับ แต่มีการเต้นยั่วยุทางกามารมณ์เผยแพร่ทางสื่อโซเชียลก็เข้าข่ายความผิดเช่นกัน พร้อมฝากไปถึงผู้ที่ต้องการเป็นเน็ตไอดอล ขอให้เป็นแบบอย่างที่สร้างสรรค์สังคม ไม่ทำผิดกฎหมาย หากจะรับงานควรจะพิจารณาว่างานนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ มิฉะนั้นก็จะมีความผิดเช่นเดียวกัน" โฆษก บก.ปอท. กล่าว



ด้านนายชัยรัตน์ กล่าวว่า คลิปที่ปรากฎดังกล่าว ตนรับงานไลฟ์จากผู้ว่าจ้างมาในราคา 4,000 บาท โดยตนเป็นคนที่อยากรู้อยากลองอะไรจะลงมือทำเอง คดีนี้ตนทำผิดก็ไม่หนี ขอยอมรับผิดในสิ่งที่ทำลงไป ตนก็เรียนจบไม่สูงคิดว่าคลิปดังกล่าวไม่เห็นอวัยวะเพศหรือหน้าอก อาจไม่มีความผิด ที่ทำไปทั้งหมดเพราะคิดว่าสังคมจะได้รับความสนุกสนาน ไม่มีเจตนาอื่นๆ และยืนยันว่าจะไม่ทำอีก เมื่อถามว่า การพนันเป็นสิ่งไม่ดีแต่การที่ชักชวนให้ผู้อื่นสมัครเล่นพนันนั้นถูกต้องหรือไม่ นายชัยรัตน์ กล่าวเปรียบเทียบว่า เยาวชนกระทำผิดใดๆ ก็เลี่ยงจะไม่บอก เช่น แอบผู้ปกครองสูบบุหรี่ ซึ่งตนเชื่อว่า หากยิ่งห้ามจะยิ่งยุ

 

ส่วนชื่อของตนนั้นมาจากการที่ตนเองเรียนกับพระมาโดยตลอด และได้บวชเรียน รวมทั้งเรียนภาษาบาลี ซึ่งชื่อก็ตั้งตามภาษาบาลี ยืนยันว่าตนเองไม่ใช่พระ หรือฤาษีแต่อย่างใด เบื้องต้นทางตำรวจบก.ปอท.จะควบคุมตัว นายชัยรัตน์ ไปฝากขังที่ สน.ทุ่งสองห้อง จากนั้นในวันที่ 16 พ.ค. 62 จะคุมตัวไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดาต่อไป

 

ขอขอบคุณภาพ/ข่าว หนังสือพิมพ์ใต้สันติสุข


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นนทวรรณ บุญฑาทิพย์
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์