หนูน้อยเด็กกำพร้า โชว์ต่อขวดหาเงินซื้อชุดนัเรียนด้วยตัวเอง

หนูน้อยเด็กกำพร้า โชว์ต่อขวดหาเงินซื้อชุดนัเรียนด้วยตัวเอง

Publish 2019-05-16 12:47:02


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้องเม้าส์ ด.ช.สิทธิโชค อายุ 10 ขวบ เด็กนักเรียนชั้น ป.4 รร.เทศบาลบ้านหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กำลังนั่งต่อเรียงขวดท่าลักษณะต่างๆ ตามความสามารถที่ได้ฝึกฝนมา เพื่อแลกกับเงินน้ำใจที่นักท่องเที่ยวและผู้ที่ผ่านไปมา ประทับใจในความสามารถด้วยการเปิดกล่องรับสินน้ำใจ บริเวณภายในงานมหกรรมของดีเมืองประจวบคีรีขันธ์ ที่เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ จัดขึ้น ณ บริเวณถนนเลียบชายหาดทะเลอ่าวประจวบ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 10-19 พฤษภาคม 2562 เพื่อนำเงินที่ได้ทั้งหมดไปสมทบช่วยยายซื้อชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนในช่วงวันเปิดเทอม



 

น้องเม้าส์ เล่าว่า ในช่วงปิดเทอมจะติดตามยายไปขายน้ำและลูกชิ้นทุกๆ ที่ที่ยายไปขายกับคาราวานสินค้าที่มีการจัดงานประเพณี จากนั้นตนก็จะนำขวดมานั่งต่อเรียงใกล้ๆ กับร้านที่ยายขายของ พอได้เงินก็จะนำไปให้ยายไว้ทั้งหมด เพื่อรวบรวมไปซื้อชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนต่างๆ ในช่วงวันเปิดเทอมนี้

สำหรับในการต่อขวดแต่ละครั้งจะได้เงิน 100-300 บาท เคยได้มากสุดถึง 500 บาทต่อวัน และขณะนี้ตนสามารถเก็บเงินซื้ออุปกรณ์การเรียนได้ครบหมดแล้ว โดยการต่อขวดตนได้ฝึกมาระยะหนึ่งแล้ว แต่จำไม่ได้ว่าประมาณกี่เดือน และสามารถต่อท่าต่างๆ ได้มากสุดถึง 10 ท่า โดยจะพยายามฝึกให้ได้หลายท่า และสูงหลายชั้นขึ้นไปกว่านี้อีกเรื่อยๆ

 



ขณะที่ยายของน้องเม้าส์ เปิดเผยว่า น้องเม้าส์เป็นเด็กน่าสงสารกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่ยังเล็ก ตนเลี้ยงดูเหมือนลูก เวลาไปขายของที่ไหนในช่วงปิดเทอมก็จะพาไปด้วย น้องเม้าท์เป็นเด็กนิสัยดี เด็กขยัน แต่เรียนไม่ค่อยเก่ง น้องเมาส์เองชอบดูการต่อขวดแล้วนำมาฝึกฝนได้ระยะหนึ่ง จากนั้นน้องเม้าส์ก็มาทดลองต่อขวดใกล้ๆ กับร้านที่ตนขายของ เมื่อได้เงินมาก็จะนำมามอบให้เก็บไว้ และส่วนหนึ่งก็นำไปซื้อขนมกิน

ซึ่งเงินที่น้องเมาส์หามาได้ตนก็จะเก็บรวบรวมไว้ซื้ออุปกรณ์การเรียนชุดใหม่ให้กับน้องเม้าส์ เช่น ชุดนักเรียน ถุงเท้า รองเท้า ไม่ได้นำไปใช้อย่างอื่น โดยบางวันได้เงิน 200-300 บาท ก็จะนำมาเก็บรวมไว้ให้เขา ซึ่งก็สามารถช่วยแบ่งเบาภาระยายได้บ้างในส่วนหนึ่ง

 

.

 

CR.INN




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์