สาวขับเก๋งพุ่งเข้าร้านสะดวกซื้อ ทำลูกค้าแตกตื่นหนีอลม่าน

Publish 2019-05-21 10:27:09

จากกรณีที่ได้เกิดเหตุระทึกรถยนต์เสียหลักพุ่งชนเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ 7-11 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดภายในตึกแถวแบ่งให้เช่าซึ่งเปิดเป็นร้านอาหารชาวต่างชาตินานาชนิด ตั้งอยู่ติดกับทางเข้าคอนโดมิเนียมศุภาลัย เวลลิงตัน ถนนเทียนร่วมมิตร แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. โดยมี พ.ต.ท.พงศธร วงศ์ธรรมนันท์ สว.(สอบสวน) สน.ห้วยขวาง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย จนท.มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

 


 



ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถวแบ่งให้เช่าสูง 2 ชั้น ปลูกติดเรียงกันหลายคูหา ภายในร้านสะดวกซื้อ สาขาศุภาลัย เวลลิงตัน พบรถยนต์ ยี่ห้อเอ็มจี รุ่น 5 สีขาว หมายเลขทะเบียน  6 กณ 368 กรุงเทพมหานคร สภาพฝากระโปรงหน้ามีคราบเลือด และมีร่องรอยบุบเสียหายทั้งหมด พุ่งชนเข้าไปในร้านส่งผลให้กระจกแตกร้าวทั้งบาน และทรัพย์สินหลายรายการเสียหาย 

 


จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีลูกค้าที่กำลังเติมเงินออนไลน์อยู่บริเวณหน้าร้านได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือนายศุภกิตติ หาญเสมอ อายุ 19 ปี ชาวบุรีรัมย์ มีบาดแผลถูกของมีคมซึ่งเกิดมาจากถูกเศษกระจกปาดเข้าที่แขนขวาและหัวเข่าทั้ง 2 ข้าง ทางเจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วนกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลปิยะเวท เพื่อรักษาอาการอย่างเร่งด่วน

 

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้สอบสวน น.ส.ลลิตา สีมากุล อายุ 33 ปี (เจ้าของรถ) ให้การว่า รถคันเกิดเหตุเป็นของตน โดยปกติตนขับรถมาซื้อของที่ร้านจุดเกิดเหตุทุกวัน โดยก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังขับรถเพื่อมาซื้อของ ซึ่งระหว่างที่ตนกำลังจะถอยรถเข้าจอด จู่ๆรถก็พุ่งไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วก่อนจะพุ่งชนคนที่ยืนอยู่หน้าร้านและพุ่งเข้าไปในร้านอย่างเร็ว ซึ่งตนยืนยันว่าก่อนที่รถจะพุ่งออกไปตนเหยียบเบรกอยู่และกำลังจะเปลี่ยนเป็นเกียร์ถอยหลังแต่ยังไม่ทันจะเปลี่ยนเหียร์รถก็พุ่งออกไปเองจนเกิดเหตุดังกล่าว
 


นอกจากนี้ พ.ต.ท.พงศธร กล่าวว่าขณะนี้ได้ให้ทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาตกลงเรื่องค่าเสียหายและค่าดูแลรักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งทางผู้ขับขี่รถยนต์ยินดีจะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินได้รับความเสียหายและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

ขอบคุณภาพ ข่าวสาร ชายแดนใต้
 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์