ย้อนโพสต์แรกทนายตั้มตอนตัดสินใจช่วยลุงจรูญ ยืนยันครูปรีชาไม่มีทางชนะ

ย้อนโพสต์แรกทนายตั้มตอนตัดสินใจช่วยลุงจรูญ ยืนยันครูปรีชาไม่มีทางชนะ

Publish 2019-06-04 15:34:21


จากกรณีวันที่ 4 มิถุนายน 2562 ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้นัดฟังคำพิพากษา ในคดีที่ครูปรีชา ใคร่ครวญ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์และรับของโจรกับคดีหวย 30 ล้านอลเวงที่คาราคาซังมากว่า 1 ปีกับอีกหลายเดือน โดยเมื่อช่วงที่ผ่านมา ร.ต.ท.จรูญ พร้อมด้วยภรรยา และทนายตั้ม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดกาญจนบุรี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตำรวจรู้แล้ว !!! หวย 30 ล้าน เป็นของใคร ??? "ลุงจรูญ-ครูปรีชา" ใครพูดโกหก !!! 

 



 

ต่อจากนั้นครูปรีชา ใคร่ครวญเดินทางมาพร้อมทนายวรยุทธ์ บุญวงศ์ใส ทนายความส่วนตัวเดินทางมาเพื่อมาฟังคำพิพากษาคดีหวย30ล้าน ณ ศาลจังหวัดกาญจนบุรีโดยมีเจ้เกียวและเจ้บ้าบิ่นรวมถึงแฟนคลับเดินทางให้กำลังใจ

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องชัดกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!! นิติวิทยาศาสตร์ ยัน พบรอยนิ้วโป้ง-ก้อย ลุงจรูญ ไร้รอยนิ้วมือครูปรีชา!! 

ต่อมาบนเฟซบุ๊กทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ได้โพสต์แจ้งข่าวดีระบุ "ด่วนหวย 30 ล้าน ศาลยกฟ้อง!! พวกเราทำสำเร็จ #ลุงจรูญชนะคดี!!"

 



 

ทั้งนี้หากย้อนไปเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2560 ทนายตั้ม หรือ ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด  เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้โพสต์เรื่องราวคดีความของนายตำรวจเกษียณคนหนึ่ง ซึ่งก็คือร.ต.ท.จรูญ ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่1 งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวนเงิน30ล้านบาท ทว่าจู่ๆผ่านไปเกือบ1เดือนคุณลุงกลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวเข้าพบและอายัดเงินรางวัลโดยอ้างว่ามีผู้เสียหายแจ้งความว่าคุณลุงท่านนี้ขโมยลอตเตอรี่ของตนไป แต่ทว่าจากการสืบสวนข้อหลักฐานต่างๆพบพิรุธจำนวนมากและยังได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่การเงินระดับสูงว่าอาจเป็นขบวนการสมอ้างที่มีนายตำรวจระดับสูงอยู่เบื้องหลัง

 


#ทุกขลาภถูกหวย30ล้านกลับจะต้องมาเป็นผู้ต้องหา

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา มีคุณลุงซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจเกษียณคนนึงถูกหวย 30 ล้านบาท ได้เอาเงินฝากเข้าบัญชี แล้วแบ่งส่วนนึงใช้หนี้บ้าน หนี้รถ เงินที่เหลือตั้งใจเก็บไว้ให้ลูกและใช้ในบั้นปลายชีวิต แต่แล้ววันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 ได้มีตำรวจเชิญไปพบ แล้วแจ้งว่า คุณลุงเป็นผู้ต้องสงสัยว่าขโมยล็อตเตอรี่ของคุณครูท่านนึงไป เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการอายัดเงิน 20 กว่าล้าน ของคุณลุงไป คุณลุงพยายามบอกแล้วว่าตนซื้อมาเองด้วยเงินสุจริต แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อ อ้างว่ามีหลักฐานว่าคุณครูไปซื้อเพราะมีแม่ค้าล็อตเตอรี่มายืนยันว่าขายให้ครูจริง!!

คุณลุงทุกข์ใจมากที่จู่ๆก็จะต้องเป็นผู้ต้องหา ต้องติดคุกเพราะมีคนมาอ้างว่าตนขโมยล็อตเตอรี่ไป มีเจ้าหน้าที่ธนาคารระดับสูงท่านหนึ่งเห็นถึงความไม่ชอบมาพากล ว่าน่าจะเป็นขบวนการสมอ้างมาเป็นคนถูกหวย จึงแนะนำให้คุณลุงมาหาทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ จนวันที่ 3 ธันวาคม 2560 คุณลุงได้เดินทางจากกาญจนบุรีมาหาผม เพื่อมาขอความเป็นธรรม อยากจะให้ช่วยสืบหาความจริง และ อยากจะให้สื่อมวลชนรับรู้เรื่องนี้

วันที่ลุงมาหา ผมก็พยายามค้นหาความจริง โดยขู่คุณลุงว่าหากโกหก ผมจะไม่ช่วย และเรื่องอาจจะเลวร้ายกว่าเดิม คุณลุงอาจต้องติดคุก แต่คุณลุงก็ยืนยันว่าสิ่งที่ตนพูดเป็นความจริง ผมจึงต้องไปหาหลักฐานถึงกาญจนบุรีและฟังความอีกครั้งหนึ่งเพื่อพิจารณา ว่าเรื่องที่คุณลุงเล่ามาเป็นความจริงหรือไม่?

วันที่ 3-4 ธันวาคม ผมจึงต้องลงพื้นที่ เพื่อสอบถาม บุคคลข้างเคียงซึ่งรู้จักกับทั้งสองฝ่าย ว่าลักษณะนิสัยของทั้งคู่เป็นอย่างไร และมีโอกาส ได้ไปคุยกับคุณครูซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ซื้อลอตเตอรี่ตัวจริง!! คุณครูกล่าวว่า ตนเป็นผู้ซื้อรางวัล โดยมีหลักฐานแน่นหนา เพราะว่าเคยคุยไลน์กับทางคนขายลอตเตอรี่ว่าจะซื้อเลข 26 และคนขายลอตเตอรี่ก็ยืนยันว่าตนได้ซื้อเลข ที่ถูกรางวัลที่ 1 จริง โดยสามารถจำเลขที่ขายให้คุณครูได้ทุกตัวทุกฉบับ แต่ถ้าคุณลุงจะเจรจา ตนยินดีที่จะแบ่งเงินให้ คุณลุงจำนวน 15 ล้าน เพราะถือว่าเคยทำบุญร่วมกันมา ประกอบกับตนเป็นผู้โอบอ้อมอารีและชอบแบ่งปัน จึงอยากจะให้จบเรื่องราว

เมื่อผมถามว่ายินดีจะออกสื่อเพื่อให้สังคมตัดสินไหม คุณครูบอกว่าไม่สะดวกเพราะตอนนี้เรื่องอยู่ในชั้นตำรวจแล้ว เมื่อผมขอดูไลน์ ว่าในวันที่ 31 ตุลาคม 2560 ได้มีการคุยกับแม่ค้าขายลอตเตอรี่ว่าจะเอาเลขนี้จริงหรือไม่ คุณครูก็เอาโทรศัพท์มาให้ผมดู แต่เมื่อย้อนกลับไปในวันนั้น กลับไม่มีข้อความดังกล่าว ผมจึงถามคุณครูว่าข้อความดังกล่าวหายไปไหน คุณครูอ้างกับผมว่า ตำรวจไม่ต้องการให้เผยแพร่ จึงเก็บข้อความนั้นไว้ เป็นหลักฐานหมดแล้ว ผมจึงถามต่อไปว่า แล้วทำไมต้องลบออก คุณครูตอบกับผมเพียงว่า ตำรวจบอกว่าไม่อยากให้คนเห็นข้อความนี้เยอะ จึงกลัวคุณครูจะเอาไปให้ใครดูจึงลบออกเฉพาะวันที่ 31 ตุลาคม

จากการคุย กับทั้งสองฝ่าย ทำให้ผม เห็นข้อพิรุธ หลายๆอย่างในคดีนี้ แล้วจึงตัดสินใจ เป็นทนายให้กับคุณลุงและครอบครัว วันที่ผมลงพื้นที่ หาข้อมูล ผมได้คุยกับเจ้าหน้าที่การเงินระดับสูงคนหนึ่งซึ่งเขาได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับผม เราทั้งสองฝ่ายได้ข้อมูลมาเหมือนกันว่าขบวนการนี้ มีนายตำรวจระดับสูงรับงานมาหากว่าสำเร็จ จะมีค่าดำเนินการ 15 ล้านบาท ซึ่งผมจะเปิดโปงขบวนการนี้ ให้สังคมได้รับรู้ในเวลาต่อไปครับ

 

 

และคำตัดสินในวันนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่ทนายตั้มเชื่อมั่นมาตลอดว่าลุงจรูญเป็นผู้บริสุทธิ์มาตั้งแต่ต้นนั้นเป็นความจริง

 

ขอบคุณ ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์