รองโฆษกอสส.โพสต์ผลตัดสินคดีเปรมชัย พิสูจน์คุกไม่ได้มีไว้ขังแค่คนจน

Publish 2019-06-11 15:56:39



จากกรณีศาลนัดพิพากษาคดี "เปรมชัย กรรณสูต" ประธานบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด พร้อมพวกรวม 4 ราย ฐานร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร รวม 6 ข้อหา  ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มี.ค.2562 ศาลจังหวัดทองผาภูมิ พิพากษาจำคุกนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ เป็นเวลา 16 เดือน ใน 3 ข้อหา ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (ไก่ฟ้าหลังเทา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ โดยหลุดข้อหาครอบครองซากเสือดำ ส่วนพวกอีก 3 คน ถูกลงโทษข้อหาครอบครองซากเสือดำด้วย

 




หลังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 อ่านคำพิพากษานายเปรมชัย กรรณสูตร ในคดีติดสินบนเจ้าพนักงาน มาตรา144 จำคุก1ปี ไม่รอลงอาญา จากกรณีเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมขณะลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี โดยหลังอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น ทนายความได้ยื่นขอประกันตัวนายเปรมชัย ซึ่งศาลอนุญาตให้ประกันตัว ด้วยวงเงินประกัน200,000บาท มีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศก่อนได้รับอนุญาต  และเมื่อได้รับการประกันตัวแล้ว นายเปรมชัยเดินทางกลับทันที พร้อมปฏิเสธการมห้สัมภาษณ์ บอกเพียงสั้นแค่ว่าสุขภาพไม่ดี เจ็บขา และยื่นอุทธรณ์ต่อไป 

 



ล่าสุดบนเฟซบุ๊ก โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กส่วนตัวของรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังล่าวระบุว่า พิพากษาให้จำคุกนายเปรมชัย หนึ่งปี โดยไม่รอลงอาญา ข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน  ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 นัดฟังคำพิพากษา นายเปรมชัย กรรณสูต และ นายยงค์ โดดเครือ ในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 7 ยื่นฟ้องทั้ง 2 คนในข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน สืบเนื่องจากเหตุเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 ที่มีการลักลอบเข้าไปล่าเสือดำ 
 

 

คดีตัวอย่างที่ยืนยันได้ว่า กฎหมายไม่ได้เลือกปฏิบัติ คำกล่าวที่เป็นอคติต่อกระบวนการยุติธรรม ที่ว่า “ คุกมีไว้ขังแต่คนจนคนรวยไม่ติดคุก” ควรเลิกคิดกันได้แล้ว เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ปฏิบัติงานตามกฏหมาย จะต้องปฏิบัติงานโดยยึดหลักนิติธรรม กล่าวคือไม่มีการเลือกปฏิบัติ ทุกคนไม่ว่าจะมีฐานะทางสังคมเช่นไร ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน มีสิทธิ์ และเสมอภาคเท่าเทียมกันตามกฏหมาย  สังคมไทยคงได้บทเรียนอีกบทหนึ่ง ที่ลบคำกล่าวหากระบวนการยุติธรรม ว่าเลือกปฏิบัติระหว่างฐานะ จน รวย ขอให้คนที่ยังมีอคติเรื่องฐานะ กับกระบวนการยุติธรรม

 

 

 

เลิกคิดและ มาช่วยกันตรวจสอบ สอดส่อง ดูแล ชี้เบาะแสแจ้งหลักฐานให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์และมีประสิทธิภาพจริง ดังเช่นคดีนี้ มาช่วยกันรักษาหลักนิติธรรม ให้สังคมไทยมีมาตรฐานเดียวเท่านั้น “กฎหมายจะไม่เลือกปฏิบัติ”ชีวิตราชการผมอยู่กับคนจนมามาก ผมทราบดีว่า คนจนมีความอดทนต่อความทุกข์ยาก มากกว่าคนฐานะดีแน่ สิทธิตามกฏหมายของคดีนี้ ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ ต่อศาลอุทธรณ์แผนกคดีประพฤติมิชอบได้ภายใน 1 เดือน 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

มนันยา ไตรแก้ว
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์