สาวสวมบทคุณแม่ได้รับประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงแล้ว

สาวสวมบทคุณแม่ได้รับประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงแล้ว

Publish 2019-06-12 17:49:00


จากกรณีที่ศูนย์วิทยุ 191 สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกวางยาแล้วลักตัวเด็กทารกไป เหตุเกิดบนถนนชนเกษมขาออกเมือง ใกล้ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี และผู้เสียหายรอพบเจ้าหน้าที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุที่บริเวณปากซอยเสม็ดเรียง 22 ไป ประมาณ 1 กิโลเมตร จึงแจ้งให้ ร.ต.อ.อรรถพล สุวรรณมณี ร้อยเวรป้องกันปราบปราม สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เข้าตรวจสอบ



โดยน.ส.ศศิธร ชูจิต เปิดเผยว่าตนได้เข้ารับอบรมงาน ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ริมถนนบายพาส โดยได้พาลูกชายไปด้วย และหลังจากเลิกงานอบรม ได้ฝากลูกชาย อายุ 1 เดือน 8 วัน ไว้กับหัวหน้างาน เพื่อออกไปเอารถยนต์จากสามีซึ่งทำงานเป็นพนักงานขายโทรศัพท์มือถือในตัวเมือง โดยมีเพื่อนร่วมงานขับรถจักรยานยนต์มาส่ง ภายหลังจากรับรถจากสามีแล้ว

 

 

หัวหน้างาน ได้โทรมาบอกว่า จะออกไปทำธุระข้างนอกโดยพาลูกของตนไปด้วยและได้นัดให้ตนมารับลูกที่ริมถนนชนเกษม บริเวณหน้าห้างแม็คโคร หลังจากที่ตนรับลูกมาแล้ว และกำลังเอาไปวางที่เบาะนั่งด้านหน้า ก็ได้มีผู้หญิงคนหนึ่งรูปร่างท้วมมาขออุ้มลูก ซึ่งตนก็ให้อุ้ม โดยระหว่างนั้นรู้สึกว่าผู้หญิงคนดังกล่าวมาแตะที่ตัว ก่อนส่งตัวบุตรชายให้คืน

 

 

ขณะที่ทางด้านน.ส.อิงอร กลิ่นชื่น อายุ 18 ปี ชาว จ.ตรัง ได้อุ้มเด็กชายวัย 1 ขวบ 8 เดือนนั่งรถแท็กซี่เดินทางจากจ.ตรัง มาถึงสภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำตามที่ตำรวจ สภ.กันตัง จ.ตรัง ประสานส่งตัวมา โดยมีเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมรับฟังด้วยและน.ส.อิงอรได้นำหลักฐานใบสูติบัตรแจ้งเกิดมายืนยันความเป็นมารดาและบุตรชาย

 

 


กระทั่งมีความคืบหน้าว่า มีความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีดังกล่าว โดย พ.ต.อ.วิรุฬห์ สุวรรณวงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ฝ่ายสืบสวนสอบสวน เปิดเผยว่าจากการสอบสวนยังทราบอีกว่า น.ส.อิงอร ได้เกิดตั้งครรภ์ในขณะเรียนหนังสืออยู่จึงทำให้มีปัญหากับทางครอบครัว เมื่อเลี้ยงลูกได้ระยะหนึ่งจึงได้ นำลูกมามอบให้กับ น.ส.ศศิธร เลี้ยงที่ จ.สุราษฎร์ธานี

 

 



ล่าสุดพ.ต.ท.สมชาย พุทธรักษา รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า หลังเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์สอบปากคำ น.ส.อิงอร  แม่ที่แท้จริงของเด็กร่วมกับพนักงานอัยการและพนักงานสอบสวนแล้ว มีความเห็นร่วมกันว่าการประกาศหาผู้เลี้ยงบุตรของ น.ส.อิงอร  ไม่เข้าข่ายความผิดฐานละทิ้งบุตร แต่เป็นไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ รวมทั้งมีความยากลำบากในการเลี้ยงบุตร ซึ่งต่อมาภายหลังมารดาของ น.ส.อิงอร เป็นผู้เดินทางมารับตัวหลาน และยืนยันว่าจะเป็นผู้อุปการะหลานด้วยตนเอง จึงมอบเด็กไปอยู่ในครอบครองแล้วปล่อยตัวไปโดยไม่มีความผิดใดๆ

 

 

 

ขณะที่การสอบสวนปากคำ น.ส.ศศิธร  นอกจากจะมีความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานตำรวจ กรณีอ้างถูกคนร้ายป้ายยาแล้วลักบุตรชายแล้ว ยังพบการกระทำผิดปลอมเอกสารการรับรองการคลอดบุตรของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลแห่งหนึ่ง และนำไปขึ้นทะเบียนแจ้งเกิดยังที่ว่าการอำเภอ จึงได้แจ้งข้อหาปลอมแปลงเอกสารทางราชการ และข้อหาใช้เอกสารทางราชการปลอม รวม 3ข้อหา โดยการกระทำของ น.ส.ศศิธร ไม่พบบุคคลอื่นเกี่ยวข้องด้วย

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์