ตร.ตามวุ่น โชเฟอร์แท๊กซี่ เก็บเงินชาวจีนได้ 2.8 ล้านไม่นำส่งคืน

ตร.ตามวุ่น โชเฟอร์แท๊กซี่ เก็บเงินชาวจีนได้ 2.8 ล้านไม่นำส่งคืน

Publish 2019-06-19 10:42:50


กลายเป็นเรื่องที่ไม่ควรนำไปเป็นแบบอย่าง อย่างยิ่ง เมื่อ เจ้าหน้าที่ รร.เดอะทวินทาวเวอร์ ถ.รองเมือง ว่ามีชาวจีน (สงวนชื่อ) ลืมถุงหิ้วพลาสติก ภายในมีเงินสดจำนวน 90,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 2,800,000 บาท) บนรถแท็กซี่ เป็นเงินที่เตรียมนำไปซื้อคอนโดมิเนียม โดยเล่าเหตุการณ์ว่า เรียกรถแท็กซี่แล้วขึ้นไปนั่งที่เบาะหน้าแล้ว แต่แท็กซี่ปฏิเสธที่จะไปส่งเพราะต้องคืนรถ จึงรีบลงมาจนลืมหยิบถุงมาด้วย เป็นถุงสีหม่นๆและใส่ไว้ในถุงหิ้วของร้าน 7-11 อีกที
 



จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงแรม เป็นแท็กซี่สีส้ม แต่มองไม่เห็นทะเบียน เพราะชาวจีนข้ามไปเรียกอีกฝั่งของถนน จากนั้นจึงประสานไปยังสำนักงานเขตปทุมวันเพื่อจะขอดูกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงอีกหลายจุด และพบแท็กซี่ที่คาดว่าจะเป็นผู้รับชาวจีน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกมาสอบถามก็กลับไม่ใช่คันดังกล่าว 

 

 

ต่อมา มีข้อมูลจากกล้องวงจรปิดจากบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม พบแท็กซี่สีส้มอีกคันหนึ่งที่แล่นผ่านในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นแท็กซี่ทะเบียน ทห-7445 กทม. จึงตรวจสอบเพิ่มเติมกับกรมการขนส่งทางบก จนได้ติดต่อกับเจ้าของอู่ ให้ข้อมูลว่าคนขับแท็กซี่คันนี้ชื่อนายวรพงษ์ เพิ่งกลับมาขับแท็กซี่ได้ 2-3 วัน ทางด้านนายวรพงษ์ แจ้งว่า "รับชาวจีนทั้ง 2 คน แต่ไม่ได้สังเกตว่าถืออะไรมาด้วย และไม่ได้ไปส่งเพราะใกล้เวลาจะต้องไปส่งรถคืนที่อู่ และจากนั้นได้รับผู้โดยสารบริเวณแยก ถ.รองเมือง เป็นหญิง 3 คน นั่งหน้า 1 คน นั่งหลัง 2 คน ไปส่งยังบริเวณปิ่นเกล้า ซึ่งไม่ทันสังเกตว่าถืออะไรลงไปหรือไม่" 

 

 


ทั้งนี้ทาง JS100 ติดต่อศูนย์วิทยุนครชัย เพื่อขอภาพวงจรปิดภายในรถ เนื่องจากเป็นรถ TAXI OK แต่ยังเห็นภาพไม่ชัดเจนมีการหยิบถุงเงินที่ชาวจีนลืมไว้ลงไปหรือไม่ และได้ส่งต่อข้อมูลและรายละเอียดที่พบทั้งหมด มอบให้ตำรวจ สน.ปทุมวัน ต่อไป 

 



กระทั่ง เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 15 มิ.ย.62 ฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน ติดต่อ JS100 แจ้งว่า ตามที่ได้ข้อมูลจึงได้เข้าไปตรวจสอบที่ศูนย์วิทยุนครชัย เพื่อขอภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งหมด จนเห็นว่า นายวรพงษ์ คนขับแท็กซี่คันดังกล่าว ถือถุงที่มีลักษณะเดียวกันกับถุงที่ชาวจีนถือในโรงแรม รวมทั้งมีภาพนายวรพงษ์แวะเข้าไปบ้านพักก่อนหายไปจากรถประมาณ 49 นาที ก่อนที่จะนำรถมาส่งกะ โดยไม่ได้บอกเจ้าของอู่ ว่าพบอะไรมาในรถแท็กซี่ 

 

 


ตำรวจได้ติดตามไปที่ห้องพักของนายวรพงษ์ ใกล้กับอู่ ซ.กำนันแม้น 16 เมื่อไปตรวจสอบพบว่าข้าวของภายในห้องถูกเก็บไปหมด จึงกระจายกำลังกันค้นหาจนพบตัว นายวรพงษ์ เดินอยู่ใกล้ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง จึงเข้าไปควบคุมตัว นายวรพงษ์ แจ้งว่าย้ายห้องพักไปอีกที่หนึ่ง และสารภาพว่าเก็บถุงเงินไปจริง โดยนำไปฝากไว้กับพี่ชายที่ จ.ราชบุรี 

 

 

ตำรวจได้ติดต่อไปที่พี่ชายทราบว่าเงินยังอยู่ จึงให้ไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.บ้านคา จากนั้นในรุ่งขึ้นมีรายงานว่า ถุงพลาสติกและเงินของกลางมาถึงที่ สน.ปทุมวัน แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจขอใช้เวลาในการสอบสวนเพื่อให้ปราศจากข้อสงสัยก่อน เนื่องจากเงินมีจำนวนมาก ประกอบกับล่ามแจ้งว่า ชาวจีนมีอาการป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล

 

 

จนในที่สุด ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้ส่งมอบเงินคืนให้กับชาวจีนแล้ว โดย ร.ต.ท.ชินดนัย วิลาวัลย์ รองสารวัตรสอบสวน สน.ปทุมวัน เจ้าของคดี ให้ข้อมูลโดยสรุปว่า ชาวจีนพร้อมเพื่อนรวม 6 คน เดินทางมาให้การว่าเงินจำนวน 90,000 ดอลลาร์สหรัฐนั้น เป็นเงินที่ทั้ง 6 คน ถือเงินมาลงขันกันคนละ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปใช้ทำธุรกิจเกี่ยวกับความงาม เริ่มจากการนำไปซื้อคอนโดมิเนียมที่พัทยา มีเอกสารหลักฐานการจะซื้อจะขายถูกต้อง สอดคล้องกับคำให้การ ตำรวจจึงหมดข้อสงสัยที่มาของเงิน

 

 

อย่างไรก็ตามขณะที่เงินอยู่กับนายวรพงษ์นั้น ได้หยิบออกมาใช้เป็นจำนวน 1,100 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 35,000 บาท) ชาวจีนไม่ได้ติดใจอะไร ขอเพียงได้เงินคืนก็พอใจแล้ว จึงขอให้ตำรวจถอนแจ้งความดำเนินคดีแพ่งนายวรพงษ์ฐานยักยอกทรัพย์ ก่อนรับเงินคืน 88,900 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.77 ล้านบาท) และเดินทางกลับ ทั้งนี้ชาวจีนดีใจและฝากเจ้าหน้าที่ไทยทุกคน รวมถึง จส.100 ที่ช่วยติดตามจนได้คืน ส่วนนายวรพงษ์นั้นถูกตำรวจดำเนินคดีปฏิเสธผู้โดยสาร เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท

 

 

 

 


ขอบคุณ JS100



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์