ครูพี่ณัฐ อุปโลกน์วันล้างบาป ให้เพื่อนเข้าใจผิดน้องชายแดน

ครูพี่ณัฐ อุปโลกน์วันล้างบาป ให้เพื่อนเข้าใจผิดน้องชายแดน

Publish 2019-06-20 16:33:52


จากกรณีที่ นายพิษณุ อายุ 47 ปี ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อขอให้สอบสวนหาความจริง กับเจ้าของสถาบันกวดวิชาเตรียมทหารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เมืองนครสวรรค์ เนื่องจาก ด.ช.ฐปกร หรือน้องชายแดน อายุ 15 ปี เข้าไปพักอยู่อาศัยเพื่อศึกษาเตรียมตัวสอบนักเรียนเตรียมทหาร จู่ๆ ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสและมีอาการช็อกหมดสติ อุจจาระ-ปัสวะเรี่ยราด จนต้องส่งเข้าห้องไอซียูรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ เบื้องต้นแพทย์ระบุว่า ด.ช.ฐปกร ได้รับความบอบช้ำอย่างมาก ทั้งจากอวัยวะภายในและภายนอก รวมถึงมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด อาการเป็นตายเท่ากันนั้น

 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ขอแสดงความเสียใจ น้องชายแดน เสียชีวิตแล้วหลังเข้ากวดวิชาเตรียมทหาร
 



ต่อมา นายพิษณุ พ่อของน้อง ได้บอกว่า ลูกชายได้เสียชีวิตแล้ว ตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก โดยขณะนี้ยังอยู่ การชันสูตรตรวจสอบศพอย่างละเอียดก่อนจะออกใบมรณบัตรระบุสาเหตุการตาย จากนั้นจะมีการเคลื่อนย้ายศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ จ.ตาก ส่วนการสืบค้นหาความจริง ก่อนหน้านี้ตนได้รับโทรศัพท์จากหญิงรายหนึ่ง ได้บอกว่าเป็นแม่ของเด็กชายที่เคยไปศึกษาและเก็บตัวอยู่ที่สถาบันกวดวิชาดังกล่าว แต่ได้ถอนตัวออกมาแล้ว


ทั้งนี้ พ.ต.อ.สุทธินันท์ คงแช่มดี ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้เรียกประชุมทีมชุดสอบสวนสืบสวนเพื่อติดตามความคืบหน้า โดยที่ผ่านมาได้มีการเชิญตัวเพื่อนของน้องชายแดนที่เคยศึกษาอยู่ในสถาบันกวดวิชาเดียวกัน มาซักถามในทุกประเด็นความสงสัยและมีการเชิญตัวเจ้าของสถาบัน รวมถึง คนที่พักอาศัยอยู่ทั้งหมดมาสอบปากคำอย่างละเอียด 

 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ผบก.นครสรรค์สอบชัดเหตุ น้องชายแดน เข้าเรียนกวดวิชา 


โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมตำรวจกองปราบปราม ได้สนธิกำลังนำหมายจับเข้าจับกุมตัว นายณัฐพล ถาวรพิบูลย์ อายุ 27 ปี (เจ้าของสถาบันกวดเตรียมทหาร) ได้ที่กวดวิชาบ้านพี่ณัฐ ในข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ไปถึงพี่ชายของ นายณัฐพลได้ออกมารับหมายจับ ส่วนนายณัฐพล (เจ้าของสถาบันกวดเตรียมทหาร)  ได้เดินมาพบตำรวจที่หน้าบ้านและถูกควบคุมตัวไปสภ.เมืองนครสวรรค์เพื่อทำการสอบปากคำ
 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : รวบแล้วเจ้าของรร.กวดวิชา เค้นสอบทำน้องชายแดนเสียชีวิต


หลังจากการค้นหาไม้เบสบอลที่เป็นวัตถุพยานสำคัญ ขณะนี้ทางทีมเจ้าหน้าที่ค้นหาพบเจอไม้เบสบอลแล้ว จำนวน 4 อัน โดยพบจากเด็กชายวัย 12 ขวบ ชาวพื้นที่ ต.ตะเคียนเลือน อ.เมืองนครสวรรค์ ที่ได้นำเบ็ดไปตกปลาที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำดังกล่าวแล้วเกี่ยวเอาถุงที่ห่อหุ้มไม้เบสบอลอลูมิเนียม จำนวน 4 อันขึ้นมาจากฝั่ง

 

 



ล่าสุด เด็กนักเรียนหลายราย ได้ออกมาเล่าว่า "เมื่อเข้ามาเรียนที่นี่ นักเรียนทั้งหมดจะถูกยึดโทรศัพท์ทั้งหมด แม้แต่ผู้ปกครองจะมาเยี่ยมก็ต้องให้เจ้าของสถาบันกำหนดวันการพบเจอ ที่ผ่านมามีการใช้ความรุนแรงกับนักเรียนที่มาเก็บตัวเพื่อศึกษาอยู่ตลอด ทุกสัปดาห์เจ้าของสถาบันจะจัดให้มีวันล้างบาป โดยให้นักเรียนแต่ละคนถือไม้เบสบอลรวมตัวกัน หากเด็กกลุ่มไหนทำความผิดหรือในกลุ่มไม่ชอบใคร ก็จะให้เด็กใช้ไม้รุมทุบตีเด็กรายนั้นเพื่อชำระบาป" 


"แค้นมากเด็กที่โดนก็จะยิ่งเจ็บมาก ซึ่งน้องชายแดน ถูกรุมตีในวันล้างบาปหลายครั้ง ทั้งหัวแตก แขนหัก ก่อนจะเสียชีวิตได้มีการรุมตีอีก เพียงเพราะไปขอโทรศัพท์จากแม่ยายของครูณัฐเพื่อติดต่อกับทางบ้าน ทำให้น้องชายแดนหลุดคำหยาบออกมา จนนำไปสู่การร่วมทำร้ายถึงขั้นเสียชีวิต"

 


สำหรับเรื่องนี้ นายณัฐพลยอมรับเองว่า ได้ใช้ไม้เบสบอลตีน้องชายแดนกว่า 20 ครั้งโทษฐานเถียงและว่าแม่ยาย และที่ผ่านมานักเรียนต่างๆ มักจะถูก ครูณัฐ ข่มขู่จะทำร้าย หากนำเรื่องที่เกิดขึ้นภายในสถาบันไปบอกให้คนนอกรู้ อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดแล้วทุกคนยอมบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจและนำมาสู่การออกหมายจับ ขณะที่หัวโจกและนักเรียนถูกกันเป็นพยานในคดีนี้อีกด้วย 

 

นอกจากนี้ ถ้าพูดถึงประวัติ นายณัฐพล อายุ 27 ปี หรือครูพี่ณัฐ จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนชื่อดังของ จ.นครสวรรค์ หลังจากนั้น ได้สอบติดเป็นนักเรียนนายเรืออากาศ แต่เรียนไม่จบหลักสูตร เพราะเจ้าตัวขอลาออกขณะกำลังศึกษาปีที่ 2 โดยหลังจากลาออกมาแล้ว เมื่อปี 2560 นายณัฐพลจึงผันตัวเองมาเปิดสถาบันกวดวิชาทหาร


โดยเริ่มแรกได้มีการตั้งสถาบันอยู่ภายในเขตเศรษฐกิจปากน้ำโพก่อนจะมีการย้ายไปตั้งสถานที่ใหม่ ภายในหมู่บ้านดังกล่าว เมื่อเดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงที่เปิดสถาบันนี้นายณัฐพล ได้สร้างความน่าเชื่อถือ ทั้งการแต่งกายที่มักจะแต่งกายให้คล้ายทหาร ควบคู่ไปกับหลักสูตรการสอน ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ รวมถึงป้ายโฆษณาที่มีการติดประกาศไว้ทั่วหมู่บ้าน จึงทำให้ผู้ปกครองหลายรายเกิดความสนใจพาบุตรหลานมาสมัครเรียน แต่จากการตรวจสอบพบว่าเด็กที่มาเรียนกับสถาบันแห่งนี้ มีสอบติดโรงเรียนเตรียมทหารแค่ 2 รายเท่านั้น และเด็กทั้ง 2 คนนี้ เป็นคนที่เรียนดีอยู่แล้ว 


 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์