สารวัตรพิเชษฐ โวย แม่ถูกรวบ เซ็นรับพัสดุเสร็จถูกจับเลย

สารวัตรพิเชษฐ โวย แม่ถูกรวบ เซ็นรับพัสดุเสร็จถูกจับเลย

Publish 2019-06-23 20:07:13


จากกรณี รายงานว่าตำรวจปราบปรามยาเสพติดภาค 6 บุกจับ นางประชุม อายุ 61 ปี มารดาของนายตำรวจ ระดับสารวัตรคนดังเมืองปากน้ำ ขณะออกจากหน้าบ้านมารับกล่องพัสดุของไปรษณีย์อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีต้นทางส่งมาจากภาคอีสาน ระบุชื่อผู้รับ นายพิเชษฐ เสาแบน ต้นทางระบุส่งมาจากพนมทวน แซ่หวาง 769/1 รหัสไปรษณีย์ 31150  



นายพิเชษฐ เสาแบน

โดย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดดูพัสดุภายในกล่อง พบว่าเป็นยาไอซ์ 50 กรัมและยาอีสีขาว จำนวนกว่า 50 เม็ด จึงควบคุมตัวผู้ต้องหามาตรวจค้นภายในบ้านพักชั้นเดียว ซึ่งระบุว่าเป็นบ้านของนายพิเชษฐ เสาแบน ตามที่ระบุไว้ในพัสดุ จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนขยายผล ยังกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดทันที

เบื้องต้นตำรวจได้สอบสวนขยายผล ทราบว่าผู้เดินทางไปรับพัสดุไม่ทราบเรื่อง จึงควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผล เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวมีชื่อ พ.ต.ท.พิเชษฐ เสาแบน สว.กก.2 บก.ทท. กองกับกับการ บช.ทท. ซึ่งเป็นลูกชายของบุคคลที่ถูกควบคุมตัวไปสอบสวนเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งรายงานข่าวแจ้งว่า ยาเสพติดดังกล่าวที่ส่งมาจากจังหวัดทางภาคอีสาน ระบุปลายทางบ้านของนายพิเชษฐ เสาแบน อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งตำรวจ ปส.ได้สืบสวนและติดตามมานานหลายเดือนแล้ว

ด้าน พ.ต.ท.พิเชษฐ เสาแบน หรือ สารวัตรแย้ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริง แม่ได้โทรศัพท์มาแจ้ง ถูกตำรวจจับกุมหลังจากออกมารับพัสดุจากไปรษณีย์ แล้วพบยาไอซ์ และยาอีบรรจุอยู่ภายในกล่องพัสดุ ซึ่งขอชี้แจงว่า เรื่องนี้ตนถูกกลั่นแกล้งจากกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดมาจ้องทำร้าย เพราะก่อนหน้านี้ ตนรับราชการกวาดล้างจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาค 6 มานาน จับกุมผู้กระทำความผิดมาหลายราย และเคยมีการจับตัวการใหญ่ติดคุกตลอดชีวิตมาแล้ว จนครั้งหนึ่งเคยถูกร้องเรียนจนตนโดนขังไป 7 วัน ซึ่งก็หอบหลักฐานมาสู้คดีแก้ต่างอยู่เรื่อยมานานกว่า 3 ปี แต่กลุ่มขบวนการพวกนี้ ก็ยังไม่หยุด ยังคงหาวิธีสารพัดมาเล่นงานตน

“ล่าสุด ผมผันตัวเองมาค้าพระเครื่อง และเปิดเพจเฟซบุ๊กเป็นแอดมินเอง กลุ่มขบวนการนี้ ก็ยังมีการปลอมเฟซบุ๊ก ชื่อ-นามสกุลผม หรือแม้กระทั่ง ก่อนการจับกุมแม่ตนในครั้งนี้ ผมได้รับโทรศัพท์ขณะกำลังตัดผมอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ว่าจะมีการโอนเงิน และขอเลขบัญชี เพื่อรับรองของ ผมก็ยังแปลกใจ เพราะว่าการซื้อขายพระสำหรับเพจตนนั้น จะไม่มีการโอนเงินก่อนส่งของ จึงได้โทรศัพท์ติดต่อกลับไปเพื่อสอบถาม แต่ปลายสายก็บอกว่าจะส่งของให้กับแย้ ให้รอรับของปลายทางแล้วกัน โดยที่ไม่พูดชื่อจริงกับนามสกุลแต่อย่างใด หลังจากนั้น ผมก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จนมาทราบเรื่องว่าแม่ถูกจับกุม”



พ.ต.ท.พิเชษฐ ระบุด้วยว่า บ้านที่ถูกส่งพัสดุบรรจุยาเสพติดไปนั้น มีพ่อวัย 71 ปี ป่วยอยู่ โดยมีแม่ตนอายุ 61 ปี คอยดูแล และตนจะเดินทางไปหานานๆ ครั้งเท่านั้น ตนเป็นนายตำรวจระดับสารวัตร จบนักเรียนนายร้อยมา คงไม่บ้องตื้นให้ส่งยาเสพติดมาที่บ้าน โดยใช้ชื่อ-สกุลจริงของตนแน่ ซึ่งพวกนี้ยังคงจ้องจองเวรตนอยู่ และทราบว่า ยาเสพติดดังกล่าวเป็นการจับมาจาก จ.บุรีรัมย์ แต่ขยายผลมาส่งยามาที่บ้านตนได้อย่างไร และหลังจากมีการจับกุมแม่ของตน ก็ได้มีการนำตัวไปสอบปากคำ และปล่อยตัวมาแล้ว ซึ่งตนก็คงต้องรอหมายเรียกให้ตนไปสอบปากคำเช่นกัน ตนรู้สึกยอมรับว่าเหนื่อยเหลือเกินกับการที่ต้องมาหอบหาหลักฐานต่างๆ มาต่อสู้ให้ตัวเองพ้นผิดอยู่คนเดียว โดยไม่มีใครมาช่วย จึงขอสื่อมวลชนให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย

นอกจากนี้ พ.ต.ท.พิเชษฐ ยังโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กแสดงความผิดหวังที่ตนเองทำงานมา 12 ปี แต่มาพลาดตายน้ำตื้นทั้งๆที่ระวังมาตลอด และรบกวนพี่ๆในวงการพระเครื่องที่เคยส่งพระให้ตนทางไปรษณีย์ ส่งหลักฐานการส่งให้ทางอินบ็อกซ์หน่อย เพื่อยืนยันว่า ที่อยู่ที่ส่งให้ตนปกติส่งไปที่ไหน ใช่หลังเดียวกันหรือไม่ ทั้งที่ตนไม่เคยให้ใครส่งพัสดุตามบัตรประชาชนไปที่บ้านแม่ แล้วจ่าหน้าซองชื่อนายพิเชษฐ เสาแบน เลย

ด้าน 

นางประชุม มารดา พ.ต.ท.พิเชษฐ และเป็นผู้ถูกจับในคดีนี้ พบว่าเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในไม่ค่อยมีเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งของตกแต่งมากนัก โดยได้พบ นางประชุม เปิดเผยให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า วันที่ถูกจับตนกำลังอยู่ดูแลสามี ซึ่งป่วยไม่สามารถเดินได้ เนื่องจากเข้ารับรักษาผ่าตัดสมอง เพราะประสบอุบัติเหตุรถคว่ำเมื่อหลายปีก่อน โดยขณะนั้น จู่ๆ ก็มีบุรุษไปรษณีย์มาที่หน้าบ้าน บอกมีจดหมายพัสดุส่งมา ตนจึงได้ออกมารับ และก็ทราบว่าเป็นพัสดุใช้ชื่อส่งถึงบุตรชายตน ก็ไม่ได้เอะใจอะไร

แต่เมื่อเซ็นชื่อรับของ ตนยังไม่ทันจะได้เดินเข้าไปในบ้าน ก็มีกลุ่มบุคคลอ้างตัวเป็นตำรวจนับ 10 คน โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ เข้ามารุมล้อมตน พร้อมกับถามว่าพัสดุอะไร รู้หรือเปล่าว่ามียาบ้าอยู่ในนั้น ตนก็รู้สึกงง จึงได้พยายามที่จะโทรไปหาผู้ใหญ่บ้านให้มาช่วยกันตรวจสอบ เพราะตนก็ตกใจ ที่อยู่ดีๆ ก็มีตำรวจเข้ามารุมล้อม แต่ปรากฏว่า ไม่สามารถติดต่อผู้ใหญ่บ้านได้ เนิ่องจากถูกกลุ่มเจ้าหน้าที่ยึดโทรศัพท์ไป พร้อมกับให้ตนเปิดกล่องพัสดุออกมาให้ดู จึงได้เห็นว่ามียาเสพติดบรรจุอยู่ในกล่อง แต่ตนก็ไม่รู้ว่าเป็นยาอะไรเช่นกัน

 

ขอบคุณภาพจาก 

พิเชษฐ เสาแบน 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์