อดีตพนักงานร้านสะดวกซื้อรับสารภาพเป็นคนนำเงิน 2.3 ล้านไปหวังใช้หนี

อดีตพนักงานร้านสะดวกซื้อรับสารภาพเป็นคนนำเงิน 2.3 ล้านไปหวังใช้หนี

Publish 2019-07-02 16:52:39


จากกรณีที่มีคนร้ายใช้มีดสปาต้าบุกจี้พนักงานร้านสะดวกซื้อ สาขาชุมชนบ้านโพธิ์ ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา เปิดตู้เซฟชิงเงินสด 2.3 ล้านบาท ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา  พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี รอง ผบช.ภาค 3 พร้อมทีมพนักงานสอบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบร้านสะดวกซื้อดังกล่าว ที่เกิดเหตุเพื่อหาร่องรอยหลักฐานเพิ่มเติมและให้กำลังใจพนักงานในร้าน 



จากแนวทางการสอบสวนพบว่า คนร้ายก่อเหตุเพียงลำพังคนเดียว รู้จักพื้นที่และเส้นทางหลบหนีเป็นอย่างดี ที่สำคัญคนร้ายรู้จุดโฟกัสของเคาน์เตอร์ในร้านว่ามีตู้เซฟวางอยู่และมีกุญแจไขรวมทั้งรู้วิธีไขกุญแจเพื่อเปิดตู้เซฟนำเงินออกมาและใช้เวลาก่อเหตุอย่างใจเย็นนาน 5 นาที ไม่มีอาการตื่นกลัวสะทกสะท้าน ตำรวจจึงพุ่งเป้าคนร้ายน่าจะเป็นคนภายใน หรือรู้จักคุ้นเคยกับกลุ่มพนักงานในร้านเป็นอย่างดี ตอนนี้ชุดสืบสวนกำจัดวงแคบเจาะจงตัวบุคคลผู้ต้องสงสัยแล้วอยู่ระหว่างตามประกบดูความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

 

 

ขณะเดียวกันตำรวจได้ประสานร้านสะดวกซื้อทั่วไปที่ตั้งอยู่พื้นที่ห่างไกลเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ทั้งระบบเตือนภัยกล้องวงจรปิดและมาตรการเฝ้าระวังบุคคลผิดสังเกต เช่น สวมเสื้อแจ็กเก็ต สวมหมวกกันน็อคเข้ามาในร้าน เพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อนอีก นอกจากนี้มีรายงานว่า ฝ่ายบริหารร้านสะดวกซื้อได้มีบทลงโทษสั่งพักงานผู้จัดการสาขา 1 คน และพนักงานอีก 3 คน ที่อยู่ในเหตุการรณ์โดยไม่มีกำหนดเนื่องจากปล่อยให้คนร้ายจี้ชิงเงินจำนวนมากอย่างง่ายดาย

 

 

ปล้นร้านสะดวกซื้อ



ล่าสุดชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ระดมทีมสายสืบเร่งแกะรอยหาเบาะแสคนร้ายใช้เวลา 36 ชั่วโมง จึงสามารถจับกุมตัว น.ส.รจนา ช่องกลาง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 138/1 หมู่ 7 ต.ด้านคล้า อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ โดยไล่ติดตามจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่ผู้ต้องหาหลบหนี รวมทั้งข้อมูลจากคำให้การของพยานแวดล้อมที่อยู่ในร้านก่อนติดตามไปจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก 

 

ร้านสะดวกซื้อโดนปล้น

 

ขณะเจอทีมตำรวจสืบสวนน.ส.รจนา ถึงกลับหน้าถอดสีเพราะกลัวความผิด จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.จอหอ หลังเค้นสอบอยู่นาน 2 ชั่วโมง ทีแรกผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าคนร้ายที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดมีลักษณะคล้ายรูปร่างตนเอง กระทั่งยอมเปิดปากรับสารภาพแต่โดยดีในเวลาต่อมา

 

 

 

จากการสอบสวน น.ส.รจนา ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า เคยเป็นอดีตพนักงานประจำร้านแต่ถูกไล่ออกเมื่อปลายปีที่แล้ว เนื่องจากมีพฤติกรรมขโมยเงินของทางร้านก่อนถูกจับได้แล้วถูกไล่ออกจากงาน ครอบครัวติดหนี้สินจำนวนมาก เมื่อตนตกงานก็เป็นภาระให้สามีทำงานเลี้ยงดูแต่เพียงฝ่ายเดียว และต้องดูแลลูกชายอายุ 1 ขวบเศษ 

 

 

 

ประกอบกับแค้นใจที่เคยถูกไล่ออกจากงานจึงวางแผนลงมือก่อเหตุเพราะรู้ความเคลื่อนไหวภายในร้านเป็นอย่างดีว่าช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก่อนสิ้นเดือนทางร้านจะเก็บเงินไว้ในตู้เซฟเป็นจำนวนมาก ก่อนตัดสินใจขับขี่รถจักรยานยนต์มาจากบ้านพักที่บ้านด่านคล้า ต.ด่านคล้า อ.โนนสูง มาที่ร้านซึ่งอยู่ห่างกัน 15 กิโลเมตร แล้วลงมือก่อเหตุแต่เพียงลำพังผู้เดียว โดยไม่มีผู้ใดรู้เห็นด้วย 

 

 

 


หลังก่อเหตุสำเร็จได้โยนหมวกกันน็อกทิ้งลงป่าข้างทางก่อนนำเงินที่ใส่กระเป๋าสะพายมา ทำการเปลี่ยนถ่ายใส่ถุงพลาสติกนำไปซุกซ่อนไว้ในถังส้วมหลังบ้านพัก โดยยังไม่ได้ใช้เงินแม้แต่บาทเดียว เตรียมวางแผนจะนำเงินไปใช้หนี้ และหนีไปทำงานที่ประเทศเกาหลีแต่ถูกตำรวจจับกุมได้เสียก่อน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การทั้งหมด โดยจะได้ทำการสืบสวนขยายผลดำเนินคดีต่อไป

 

โจรปล้นร้านสะดวกซื้อ

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

- โจรปล้นร้านสะดวกซื้อ

โจรบุกเดี่ยว อาศัยจังหวะปลอดคน ปล้นร้านสะดวกซื้อ (คลิป)

ลุงวัย 70 ปี บุกปล้นธนาคาร เพราะเบื่อภรรยา อยากติดคุก

รวบแล้ว หนุ่มผมบ็อบ ปล้นร้านทอง

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์