หนุ่มโจ๋โพสต์คลิปตีมึน ร้องเห็นใจไม่ผิดแต่โดนตำรวจจับ

หนุ่มโจ๋โพสต์คลิปตีมึน ร้องเห็นใจไม่ผิดแต่โดนตำรวจจับ

Publish 2019-07-22 13:27:19


จากกรณีมีผู้ใช้โปรแกรมเฟสบุ๊คชื่อ Tanapat Ks ได้ทำการโพสข้อความพร้อมกับคลิปวิโอในเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาเรียกร้องให้ช่วยกันแชร์ เพราะโดนตำรวจจับทั้งๆที่กินแอลกอฮอล์ไม่เกินตามกฏหมายกำหนด โดยได้บอกว่า "ช่วยกันแชร์หน่อย สน.ปากเกร็ดไม่ได้ตั้งด่านจับได้เหรอ เป่าแอลกอฮอล์ขึ้น 37 จับได้เหรอ เหตุการณ์ นี้คือผมขับรถกันมาแล้วตำรวจตามมาสั่งให้จอดเป่าแอลกอฮอล์สรุป ได้ 37 แต่โดนจับดูจากในเว็บกฏหมายกำหนด 50 แค่ถามไม่ได้ยุ่งกับคนโดนจับเห็นตำรวจล็อคแล้วพยายามทำร้ายบอกขัดขวางการทำงาน"

 

 



ล่าสุด เฟซบุ๊ก สภ.ปากเกร็ด ได้ออกมาขอชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวระบุข้อความว่า "พฤติการณ์คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด พร้อมกำลังได้เดินทางเพื่อที่จะไปตั้งจุดตรวจจุดสกัด ขณะกลับรถบริเวณ แยกแมกไม้ ได้พบกับกลุ่มวัยรุ่น ขับขี่ รถจักรยานยนต์มากันจำนวน 6 คัน มีบางคันไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับขี่มาโดยลักษณะเป็นกลุ่ม มีลักษณะอันควรต้องสงสัยประกอบกับนโยบายของรัฐบาลให้ทำการกวดขันการแข่งรถในทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวเพื่อที่จะขอทำการตรวจสอบ"


"จากการตรวจสอบพบว่าผู้ขับขี่มีอาการมึนเมา จึงได้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายโดยวิธีการเป่า ผลการตรวจสอบ นายเอ นามสมมติ อายุ 21 ปี มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย 62 มิลกรัมเปอร์เซน ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งเป็นการกระทำความผิดฐาน ขับรถในขณะเมาสุรา และขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ นายบี นามสมมติ อายุ 25 ปี มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย 37 มิลลิกรัมเปอร์เซน มีใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งเป็นการกระทำความผิดฐาน ขับรถในขณะเมาสุรา และขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนั้นได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 เพื่อนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด" 

 


"และได้มีนายซี นามสมมติ อายุ 22 ปี ซึ่งมีลักษณะเมาสุรา ได้มีพฤติการณ์โวยวาย ด่าทอ ขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปรากฎตามคลิปดังกล่าว จึงเกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้น ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการจับกุมแจ้งข้อกล่าวหาและควบคุม นายซี นามสมมติ ในฐานความผิด เสพสุรามึนเมาประพฤติตนวุ่นวายในที่สาธารณะทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจโดยขู่เข็นและกระทำการด้วยประการใดๆเป็นการรังแกข่มเหงผู้อื่นจนได้รับความเดือดร้อนรำคาญและขัดคำสั่งเจ้าพนักงานและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติหน้าที่"


"ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการจับกุม นายเอ โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ขับรถในขณะเมาสุราและขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถได้ทำการจับกุมนายบี โดยแจ้งข้อหาว่า ขับรถในขณะเมาสุรา และจับกุมนายซีโดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า อีกทั้งยังได้ยึดรถจักรยานยนต์คันที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเพื่อทำการตรวจสอบ (ปรากฏตามภาพ)
ชี้แจงข้อขัดข้องใจพร้อมอธิบายข้อกฎหมาย"


1.การจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สามารถทำการจับกุมได้แม้ไม่ได้ตั้งจุดตรวจหรือจุดสกัด เนื่ิองจากว่าการจับกุมดังกล่าวเป็นการตรวจพบการกระทำความผิดซึ้งหน้า จึงสามารถทำการจับกุมการได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 80 
2.การขับขี่รถในขณะมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย เกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซนถือว่าเป็นการกระทำความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น
และ หากผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย ต่ำกว่า 50 มิลกรัมเปอร์เซนแต่มากกว่า 20 มิลลิกรัมเปอร์เซน และเข้าข้อกำหนดกฎหมายดังนี้ ถือว่ากระทำความผิดฐาน ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นเช่นกันเช่นกัน

 

"พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 87/2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมผู้รักษาการ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอํานาจหน้าที่ของเจ้า พนักงานตํารวจ ลงวันที่ 10 กรกฎาคม พุทธศักราช 2557 และมาตรา 142 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระ ราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2557 นายกรัฐมนตรี ออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้ ให้ยกเลิกความใน (1) ของข้อ 3 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 16 (พ.ศ. 2537) ออกตามความใน พระราช บัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 และให้ใช้ความต่อ ไปนี้แทน"

 

 

"(1) กรณีตรวจวัดจากเลือด เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เว้นแต่ผู้ขับขี่ในกรณี ดังต่อไปนี้ มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด เกิน 20 มิลลิกรัม เปอร์เซ็นต์ (ก) ผู้ขับขี่ซึ่งมีอายุต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ (ข) ผู้ขับขี่ซึ่งได้รับใบอนุญาตขับรถชั่วคราวตาม(ค) ผู้ขับขี่ซึ่งมีใบอนุญาตขับขี่สําหรับรถประเภทอื่น ที่ใช้แทนกันไม่ได้ (ง) ผู้ขับขี่ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับขี่ หรืออยู่ระหว่างถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ขับขี่ ให้ไว้ ณ วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.2560 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี"

 

"และท้ายประกาศระบุเหตุผลใน การประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ว่า โดยที่การขับ รถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นเป็นสาเหตุ หลักประการหนึ่งที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน เนื่องจากปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดมีผลทําให้ ประสิทธิภาพในการควบคุมยานพาหนะลดลงอย่าง มีนัยสําคัญ ซึ่งผู้ขับขี่ที่มีอายุน้อยหรือมีประสบการณ์ ในการขับขี่ไม่เพียงพอ แม้จะมีปริมาณแอลกอฮอล์ ในเลือดเพียงเล็กน้อยก็มีผลทําให้ความสามารถใน การควบคุมยานพาหนะลดลงได้ สมควรกําหนด ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดให้เหมาะสําหรับผู้ขับขี่ ดังกล่าวเพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนจากผู้ ขับขี่ยานพาหนะที่เมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น จึงจําเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ทั้งนี้ หรับข้อ 3 ของ กฎกระทรวงฉบับที่ 16 นั้นระบุว่า ถ้ามีปริมาณ แอลกอฮอล์ในเลือดดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเมาสุรา"


"อนึ่ง : การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ดังกล่าวได้ปฏิบัติไปตามข้อกำหนดหรือตัวบทของกฎหมายซึ่งบัญญัติไว้โดยถูกต้องเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคมมากที่สุด หากมีผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือเจตนาทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จะขอสงวนสิทธิ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป #พี่ก็เคยเป็นวัยรุ่นมาก่อน พี่เข้าใจ"

 


 



ขณะเดียวกัน มีเฟซบุ๊ก รายหนึ่งได้ออกมาแชร์เรื่องราวดังกล่าวในกลุ่ม เพื่อนตํารวจ แฟนคลับ พร้อมบอกว่า "น้องเขาอยากให้แชร์" ซึ่งบอกเลยว่าหลังจากเรื่องราวดังกล่าวนี้ถูกแชร์ออกไปชาวโซเชียลต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์ วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก 

 


บ้างก็บอกว่า หลายกระทงไปจ้า 1.ขัดขืนเจ้าพนักงาน 2.เมาแล้วขับ 3.ทำร้ายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ฟ้องให้หมดประมวลไป แต่สุดท้ายแม่-ก็เข้าแค่สถานพินิจ  ถือว่าขัดขืนต่อสู้ขัดขวางแล้วละ...จนท.ก็จำเป็นต้องใช้กำลังเท่าที่จำเป็นในการจับกุม กินเหล้าไม่ถึง50เป็นไปไม่ได้ ตำรวจคงเห็นมึงขับรถส่ายไปมาเขาถึงได้เอาตัวไปโรงพักไม่งั้นคนใช้ถนนคนอื่นจะเดือดร้อนเพราะพวกมึง


บ้างก็บอกว่า น่าเศร้าใจ นะสังคมโซเชียลทุกวันนี้ ที่คนในสังคมบางกลุ่มบางคนยังไม่เข้าใจในหลักการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จงจำไว้เลยว่าการทำงานของตำรวจ ไม่จำเป็นต้องมีการตั้งด่านเสมอไป เพราะ กฎหมาย ป.วิอาญา ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ได้ให้อำนาจไว้อยู่แล้ว โดยเฉพาะ ความผิดซึ่งหน้า และเหตุของการค้นการจับ ก็มีอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องตั้งด่านทุกครั้งไป

 

 

 

ขอบคุณ  เฟซบุ๊ก สภ.ปากเกร็ด


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์