ชายจีนอายุ 256 ปี มีลูกมากกว่า 200 คน พร้อมภรรยากว่า 23 คน

ชายจีนอายุ 256 ปี มีลูกมากกว่า 200 คน พร้อมภรรยากว่า 23 คน

Publish 2019-07-28 14:14:41


เป็นเรื่องราวที่ทั่วโลกฮือฮาเป็นอย่างมากหลี่ ชิงหยุน ได้ถูกอ้างว่าเป็นมนุษย์ที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลกถึง 256 ปี ทำให้หลายคนอาจเกิดความสนใจและเกิดคำถามว่าจะมีมนุษย์ที่มีอายุยืนยาวได้เช่นนั้นจริงหรือ และหากมีเขาดำรงชีวิตอย่างไรจึงได้มีชีวิตยืนยาวเช่นนั้นได้ และผมก็อดคิดตามไปต่อไม่ได้ก็คือ หากมนุษย์มีอายุยืนยาวอย่าง

 



ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมายในช่วงเวลา 256 ปี จึงใช้โอกาสในพื้นที่บทความนี้ไปค้นหาข้อมูลมาเขียนแบ่งปันให้ท่านผู้อ่านที่สนใจเรื่องนี้ได้พิจารณากัน เพื่อหวังว่าจะได้ประโยชน์และแง่คิดในการดำเนินชีวิตต่อไปไม่มากก็น้อย หลี่ ชิงหยุน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร ทานอาหารมังสวิรัติ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการป้องกันตัว และเป็นกุนซือด้านยุทธวิธี ตัวนายหลี่ ชิงหยุน เองได้อ้างว่าเขาได้เกิดในปี พ.ศ. 2279 แต่ในขณะเกิดข้อพิพาทและข้อสงสัยเพราะมีบันทึกหลักฐาน ซึ่งระบุว่าเขาเกิดในปี พ.ศ. 2220

ต่อมานายหลี่ ชิงหยุนได้เสียชีวิตในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2476 ดังนั้น ไม่ว่าอายุขัยที่แท้จริงของนายหลี่ ชิงหยุน จะอยู่ที่ 197 ปี หรือ 256 ปี ก็ถือว่าเป็นมนุษย์ที่มีอายุยืนมากที่สุดในโลก มากกว่านาง ฌานน์ กาลม็อง สตรีชาวฝรั่งเศส ซึ่งมีหลักฐานในการบันทึกวันเกิดว่าเกิดวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2418 และเสียชีวิตวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2540 ซึ่งมีอายุยืนถึง 122 ปี ซึ่งมีข้อสงสัยว่านายหลี่ ชิงหยุน อาจจะจำปีเกิดของตัวเองผิด หรือไม่ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นความจริง หรือไม่หลักฐานที่บันทึกที่พบตามมานั้นอาจผิดก็ได้

ก่อนที่นายหลี่ ชิงหยุนจะเสียชีวิต 3 ปี ปรากฏว่าในปี พ.ศ. 2473 ศาสตราจารย์ วู ชุง-เฉียน ซึ่งเป็นคณะบดีของคณะศึกษาศาตร์แห่งมหาวิทยาลัยหมินกั๋วประเทศจีน ได้ค้นพบหลักฐานแสดงบันทึกว่า นายหลี่ ชิงหยุน ได้เกิดใน ปี พ.ศ. 2220 เพราะมีหลักฐานว่ารัฐบาลแห่งจักรพรรดิ์จีนได้ฉลองยินดีกับนายหลี่ ชิงหยุน เมื่ออายุครบปีที่ 150 และ ต่อมาก็ฉลองอีกครั้งเมื่ออายุครบปีที่ 200 เมื่อย้อนเวลากลับไปจากการเฉลิมฉลอง 2 ครั้ง จึงเชื่อได้ว่านายหลี่ ชิงหยุน น่าจะเกิดในปี พ.ศ.2220

 

 

จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่กว่าที่จะสืบค้นได้ว่านายหลี่ ชิงหยุนที่แท้จริงได้ว่าน่าจะมีอายุขัยยืนยาวถึง 256 ปี เพราะคนที่ร่วมฉลองวันเกิด 150 ปี หรือ 200 ปีต่างก็เสียชีวิตกันไปหมดแล้ว ในปี พ.ศ.2471 หนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทมส์ ได้เคยเขียนบันทึกผู้สูงวัยซึ่งอยู่เป็นเพื่อบ้านกับนายหลี่ ชิงหยุน ต่างก็ได้ยืนยันตรงกันว่าปู่ของพวกเขารู้จักและเคยเห็นนายหลี่ ชิงหยุน ตั้งแต่ปู่ของพวกเขายังเป็นเด็ก และหลังการเสียชีวิตของนายหลี่ ชิงหยุน ในปี พ.ศ. 2479 นิตยสารไทมส์ และนิวยอร์ค ไทมส์ ได้รายงานว่านายหลี่ ชิงหยุน มีภรรยา 23 คน และมีทายาทกว่า 200 คนเรื่อยมาตลอดระยะเวลา 256 ปี

นายหลี่ ชิงหยุน เกิดที่มณฑลเสฉวน อายุ 10 กว่าปี ก็เริ่มเก็บสะสมสมุนไพรบนภูเขา ทานอาหารมังสวัรัติและเรียนรู้วิธีในการทำให้อายุยืนยาว ใช้ชีวิตอยู่กับการรับประทานสมุนไพร เขาใช้ชีวิตอย่างนี้ในช่วงชีวิต 40 ปีแรก ต่อมาเมื่ออายุ 71 ปี จึงย้ายไปอยู่ที่ตำบลไค เมืองฉงชิ่งเพื่อเข้าร่วมกับกองทัพจีนในการสอนวิชาศิลปะป้องกันตัวและในฐานะเป็นกุนซือด้านกลยุทธ์ (ลองคิดดูว่าคนอายุ 71 ปีแล้วมาสอนวิชาศิลปะป้องกันตัวให้กองทัพชายฉกรรจ์ของจีนได้จะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงเพียงใด)

อาจารย์ดา หลิว เป็นอาจารย์สอนมวยไทเก็ก ซึ่งเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของนายหลี่ ชิงหยุน ได้เล่าให้ฟังว่าเมื่ออาจารย์หลี่ ชิงหยุน อายุได้ 130 ปี ได้พบกับฤาษีที่มีอายุมากว่า 500 ปีบนภูเขาและสอนอาจารย์หลี่ ชิงหยุน ด้วยวิชามวย 9 มังกรปา-กว้าจ่าง (ชื่อมวยชนิดหนึ่งของสำนักบู๊ตึ้ง) และแนะนำสอนการหายใจควบคู่กับชี่กง ฝึกสอนการเคลื่อนไหวที่ประสานไปกับเสียงแบบต่างๆ และรวมถึงข้อแนะนำเกี่ยวกับอาหารอาจารย์ดา หลิว ได้ระบุว่าอาจารย์ของเขาพูดว่าความอายุยืนของเขานั้นอยู่บนความจริงคือ "การออกกำลังกายทุกวัน อย่างสม่ำเสมอ อย่างถูกวิธี และ ด้วยความจริงใจและบริสุทธิ์ สำหรับอายุยืนยาว 120 ปี"

 

 



ในปี พ.ศ. 2470 นายหลี่ ชิงหยุน ได้ถูกเชิญโดยนายพลหยาง เซิน เพื่อให้มาพบเขาที่ตำบลวันในมณฑลเสฉวน และได้ถ่ายรูปที่นั่น โดยนายพลหยาง เซินได้สนใจและทึ่งกับความกระฉับกระเฉง ความแข็งแกร่ง และความองอาจของนายหลี่ ชิงหยุน ที่มีอายุมากในขณะนั้นถึง 250 ปีแล้ว เพราะนายลี ชิง ยุน ในเวลานั้นยังเดินได้เป็นปกติ สายตาดีและมีผิวพรรณที่ดี สุขภาพแข็งแรง หลังตรง หนังตึง เส้นผมกับฟันยังเป็นของแท้ตามธรรมชาติ การตอบสนองและการพูดคุยเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม

หลังจากนั้นต่อมาหลังการเสียชีวิตของนายหลี่ ชิงหยุน นายพลหยาง เซิน ได้ให้มีการตรวจสอบความจริงเกี่ยวกับเบื้องหลังความเป็นมาและอายุของเขาและเขียนออกมาเป็นรายงานและได้เผยแพร่ในเวลาต่อมาจนถึงทุกวันนี้ นายหลี่ ชิงหยุน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร ได้สนับสนุนและผลักดันให้ใช้ เห็ดหลินจือป่า, ผลโกจิ เบอร์รี่ (เก๋ากี้), โสมป่า, He Shou Wu (สมุนไพรจีนบำรุงเลือด ชื่อภาษาอังกฤษว่า Polygonum), และใบบัวบก ผสมผสานร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ

ด้วยความที่นายหลี่ ชิงหยุน อยู่ในประเทศจีนและอยู่บนภูเขามีอากาศหนาว ลักษณะของสมุนไพรจึงเน้นหนักในเรื่องสมุนไพรฤทธิ์ร้อน เช่น เห็ดหลินจือ โสมป่า ฯลฯ (ซึ่งบางอย่างอาจไม่เหมาะกับอากาศในเมืองไทย) แต่อย่างไรก็ตามในทางวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบความสำคัญของสมุนไพรเหล่านั้นตามมาในภายหลัง เช่น เห็ดหลินจือป่า พบว่ามีสารโพลีแซคคาไลด์ ซึ่งกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ขจัดสารพิษ เสริมสร้างการทำงานของตับอ่อน ต้านมะเร็ง มีสารเยอร์มาเนียมช่วยเพิ่มออกซิเจนในเลือด ต้านมะเร็ง บำรุงสมอง บำรุงประสาท มีสารไตรเทอร์ปีนอยด์

 

 

ช่วยบำรุงตับ ควบคุมภูมิแพ้ ต้านมะเร็ง รักษาระดับความดันโลหิตสูง เพิ่มประสิทธิภาพระบบการย่อย มีสารนิวคลีโอไทด์ป้องกันการก่อตัวของลิ่มเลือดการอุดตันของลิ่มเลือด มีอาดีโนซีนที่เสริมสร้างฮอร์โมนและเยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดงในร่างกายให้แข็งแรงขึ้น มีอัลคาลอยด์ซึ่งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในหัวใจ ฯลฯ ผลโกจิ เบอร์รี่ (เก๋ากี้) ในวันนี้ก็เริ่มนิยมแพร่หลายกันมากในสหรัฐอเมริกาและยุโรป เพราะเมื่อมีการตรวจพบว่าเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงในระดับต้นๆ ของโลก ทำให้ชะลอการเสื่อมของร่างกายลง อีกทั้งยังมีงานวิจัยของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอบกิ้นส์ ประเทศสหรัฐอเมริกาได้วิจัยโดยการใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูลเซลล์ในเลือด

พบว่าหากดื่ม โกจิ เบอร์รี เป็นน้ำผลไม้สดจะทำให้เลือดมนุษย์เปลี่ยนไปอย่างมากภายใน 10 วัน จะลดความเป็นกรดในเลือดมีออกซิเจนในเลือดมากขึ้น ทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้ดีขึ้นส่งผลต่อการต้านเชื้อโรคและเชื้อราที่ไม่พึงประสงค์ต่อร่างกาย และลดคอร์เลสเตอร์รอล ฯลฯ ใบบัวบก นอกจากการแก้ช้ำในแล้ว การบริโภคใบบัวบกจะช่วยบำรุงสมอง ทั้งช่วยซ่อมแซมสมองส่วนที่ถูกทำลายไปแล้วและช่วยป้องกันไม่ให้สมองส่วนที่ยังปกติดีอยู่นั้นถูกทำลายลง แถมยังช่วยให้ความทรงจำมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยลดความเครียดได้ด้วย

ใบบัวบกยังช่วยกระตุ้นระบบการรับส่งกระแสประสาท ปฏิกิริยารีเฟลกซ์ หรือปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น จึงช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงาน และยังช่วยควบคุมระดับแรงดันโลหิตให้เป็นปกติ ลดภาวะความเป็นหมันได้อีกด้วย ใบบัวบกยังมีสารไกลโคไซด์ ซึ่งจะช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ที่จะทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายเราเสื่อมเร็ว และสารที่ว่านั้นก็ยังช่วยสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้แผลสมานตัวกันเร็วขึ้น สำหรับผู้ที่มีแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ใบบัวบกมีคุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอสูงมาก ช่วยบำรุงสายตาและมีสารแคลเซี่ยมมากเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีวิตามินบี 1 สูงกว่าผักหลายๆ ชนิด

แต่ถึงอย่างไรมนุษย์ทุกคนก็ต้องมีอายุขัยของตัวเอง แม้แต่นายหลี่ ชิงหยุน ก็ไม่สามารถรอดพ้นจากฎเกณฑ์ธรรมชาตินี้ได้ นายหลี่ ชิงหยุน ได้ผ่านโลกมาถึง 256 ปี คงได้ใช้ชีวิตที่หลากหลาย สั่งสมความรู้และประสบการณ์ที่มากมาย ผ่านความอนิจจังและการสูญเสียคนที่ตัวเองรัก เพื่อนฝูงเป็นจำนวนมากรุ่นแล้วรุ่นเล่า

ทั้งนี้ อายุขัยของคนๆหนึ่งจึงไม่สำคัญเท่ากับการตรวจดูตัวเองได้ใช้ชีวิตคุ้มค่ามีประโยชน์ต่อครอบครัว สังคม ประเทศชาติ และมนุษยชาติ ในยามที่มีชีวิตอยู่หรือยัง และมากน้อยเพียงใด ก่อนจะเสียชีวิตนายหลี่ ชิงหยุน ดูเหมือนจะรู้วาระสิ้นอายุขัยของตัวเอง และได้พูดกับเพื่อนๆ ว่า "ฉันได้ทำทุกอย่างที่ต้องทำในโลกใบนี้แล้ว ตอนนี้ฉันจะกลับบ้านแล้ว"

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อำมฤทธิ์ สุระสังข์
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์