อัพเดทล่าสุด บอย AF 3 รอดนอนคุก ตร.แจงผิดร่วมแก๊งบัตรเครดิตปลอม แยกรายคดี ดูตามค่าเสียหายรูดปรื๊ดรร.อุดรฯ (คลิป)

Publish 2019-09-02 10:14:43


จากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนายสิทธิชัย ผาบชมพู หรือ บอย AF3 อายุ 33 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 846/2562 ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2562 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกง , ร่วมกันทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใดๆในบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน 
 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง รวบตัว บอย AF3 ตำรวจบุกจับคาวัดหลังหนีไปบวช


อัพเดทล่าสุด บอย AF 3 รอดนอนคุก ตร.แจงผิดร่วมแก๊งบัตรเครดิตปลอม แยกรายคดี ดูตามค่าเสียหายรูดปรื๊ดรร.อุดรฯ

ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริงหรือเพื่อใช้ประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใด ,ร่วมกันใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม อันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น,ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่ผู้อื่นหรือประชาชน ,ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ โดยจับกุมได้ที่ บริเวณวัดถ้ำเขาวง หมู่ 3 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

 

 

 

เนื่องจากพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ว่ามีการใช้บัตรเครดิตปลอมซื้อสินค้าและบริการที่โรงแรมในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ทำรายการช่วงเดือนธันวาคม 2561 ถึงเดือนมกราคม 2562 โดยทำรายการผ่านเครื่องรูดบัตรเครดิตในระบบคีย์อิน คือกดรหัสบัตร 16 หลัก วันหมดอายุ และรหัส ccv ที่เครื่องโดยไม่ต้องรูดบัตร เป็นจำนวน 144 รายการ เป็นเงิน 13,276,107 บาท 

 

 

บอย AF 3 รอดนอนคุก ตร.แจงผิดร่วมแก๊งบัตรเครดิตปลอม



ต่อมาชุดสืบสวนได้ทำการขยายผลจนพบว่ามีการทำเป็นขบวนการ ซึ่งในคดีนี้มีผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด 11 ราย หนึ่งในนั้นคือนายสิทธิชัย ผาบชมพู หรือ บอยAF3 และมีผู้ร่วมขบวนการถูกจับกุมไปแล้วบางส่วน กระทั่งวันนี้ชุดสืบสวนได้สืบทราบว่าหลังเกิดเหตุนายบอยได้หลบหนีไปบวชที่วัดดังกล่าว จึงนำกำลังจับกุม

 


ล่าสุด พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. เปิดเผยว่า บอย AF ได้รับการประกันตัว แต่ไม่สามารถบอกวงเงินได้ เนื่องจากเกรงว่าจะมีปัญหาทางคดีความ ทั้งนี้ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าการประกันตัวขึ้นอยู่กับ การพิจารณา ความเสียหายของแต่ละคน ซึ่งในกรณีของบอย AF นั้นอยู่ที่แสนกว่าบาท เนื่องจากไม่ใช่ตัวหัวหน้าเครื่อข่าย เฉพาะส่วนของบอยความเสียหายไม่เยอะ


 

โดย พ.ต.ท.เพชรชุมพร ศรีวะรมย์ รอง ผกก. สอบสวน กก.5 บก.ปอศพันตำรวจโทเพชรชุมพร ศรีวะรมย์ รองผู้กำกับสอบสวน กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. เปิดเผย กรณีการจับกุมนายสิทธิชัย ผาบชมพู หรือ บอย AF3 ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง , ร่วมกันทำและใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยไม่ชอบ โดยจับกุมได้ที่ บริเวณวัดถ้ำเขาวง หมู่ 3 ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาว่า สืบเนื่องจากมีหารซัดทอดของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ 9 คน ให้การว่า เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2561 นายสิทธิชัย กับเพื่อนเข้ามาจองห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี โดยทำรายการผ่านเครื่องรูดบัตรเครดิตในระบบคีย์อิน คือกดรหัสบัตร 16 หลัก วันหมดอายุ และรหัส ccv ที่เครื่องโดยไม่ต้องรูดบัตร จำนวน 3 ครั้ง เป็นเงินกว่า 4 แสนบาท แต่ธนาคารมีการแจ้งว่าธนาคารเจ้าของบัตรไม่อนุญาตให้ใช้บัตรได้ 

 

 

จากการสอบปากคำนายสิทธิชัย ระบุว่า มีผู้หญิงชื่อ “โอ๋” ซึ่งเป็นคนไทยที่ทำทัวน์อยู่ใน สปป.ลาว ที่ตนเองเพิ่งรู้จัก ให้ช่วยจองโรงแรมเพื่อที่จะพากรุ๊ปทัวน์มาลง โดยบอกว่าจะส่วเลขบัตรเครดิตพร้อมพาสปอร์ตเจ้าของบัตรมาให้เพื่อทำการจอง โดยเพื่อนของเขาเป็นคนแนะนำมาว่าในจังหวัดอุดรธานีมีโรงแรมแห่งนี้ที่สามารถจ่ายค่าห้องพักโดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิตตัวจริงรูดจ่าย 

 

 

ซึ่งพนักงานสอบสวนสอบปากคำเรียบร้อยแล้วจึงอนุญาตให้ประกันตัวด้วยเงินสด 3 แสนบาท พร้อมให้วางเงินมัดจำอีก 2 แสนบาท ตามที่กลุ่มผู้ต้องหาระบุว่านายสิทธิชัย ได้รับผลประโยชน์จากการกระทำดังกล่าว เพื่อเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์

 

 

สำหรับคดีดังกล่าวได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ว่ามีการใช้บัตรเครดิตปลอมซื้อสินค้าและบริการที่โรงแรมในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ทำรายการช่วงเดือนธันวาคม 2561 ถึงเดือนมกราคม 2562 โดยทำรายการผ่านเครื่องรูดบัตรเครดิตในระบบคีย์อิน คือกดรหัสบัตร 16 หลัก วันหมดอายุ และรหัส ccv ที่เครื่องโดยไม่ต้องรูดบัตร เป็นจำนวน 144 รายการ เป็นเงินกว่า 13,276,107 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จำนวน 9 คน

 

 

ประกอบไปด้วย เจ้าของโรงแรมและผู้จัดการโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี 3 คน คนไทยซึ่งเป็นผู้ดำเนินการใช้เลขบัตรเครดิตเข้ามาเปิดห้องอีก 3 คน และผู้ทำหน้าที่แฮกข้อมูลบัตรเครดิตของต่างประเทศ คือชาวจีน 1 คน และชาวไต้หวัน 2 คน ที่ยังถูกคุมขังในเรือนจำ

 

 

โดยตำรวจเชื่อว่ากลุ่มขบวนการนี้จะใช้วิธีนำบัตรเครดิตของต่างประเทศที่มีการแฮกมา และนำบัตรมาทำรายการผ่านเครื่องรูดบัตรเครดิตในระบบคีย์อิน โดยไม่ต้องใช้บัตรตัวจริงรูดที่โรงแรมจังหวัดอุดรธานีที่เจ้าของมีส่วนรู้เห็นมีเมื่อธนาคารยินยอมให้ผ่านและได้เงินมาก็จะแบ่งเปอร์เซ็นต์กัน


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์