เตือนใจ เผยคำพูดปู่คออี้  หลังดีเอสไอแถลงผลตรวจกระดูกเป็นของบิลลี่

เตือนใจ เผยคำพูดปู่คออี้ หลังดีเอสไอแถลงผลตรวจกระดูกเป็นของบิลลี่

Publish 2019-09-04 10:05:49


จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงความคืบหน้าคดีการหายตัวไปของ นายพอละจี หรือ บิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำกะเหรี่ยงโป่งลึก-บางกลอย ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2557 จนนำมาซึ่งการตรวจสอบกระดูกปริศนาที่เจ้าหน้าที่พบในถังน้ำมัน 200 ลิตร และ เศษฝาถังน้ำมัน โดยผลตรวจจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์พบว่ากระดูกดังกล่าวเป็นของ นายพอละจี หรือ บิลลี่ รักจงเจริญ

ทั้งนี้เมื่อผลออกไปเฟซบุ๊ก Tuenjai Deetes หรือ นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงข่าวนี้ว่า...ข่าวที่ DSI พบหลักฐานกระดูกของ #บิลลี่ ผู้ถูกบังคับสูญหายเมื่อ 5 ปี ก่อน ถูกเผาในถัง ทิ้งลงน้ำในเขตอุทยานแก่งกระจาน ทำให้สังคมมีความหวังว่าจะสาวไปถึงตัวผู้ทำผิดได้บิลลี่ เป็นลูกของลูกชายของ “ปู่คออี้” ผู้นำจิตวิญญานของชาวกะเหรี่ยง บิลลี่พยายามจะสื่อสารเรื่องราวของชาวกะเหรี่ยงแห่งป่าแก่งกระจาน โดยหลายช่องทาง รวมทั้งผลิตสารคดี เพื่อให้สังคมเข้าใจว่า ปู่คออี้และลูกหลาน ชาวบางกลอยบน “ใจแผ่นดิน” จำนวน 30-40 ครอบครัว ถูกบังคับโดยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ให้อพยพลงมาจาก บ้านเดิม ด้วยการเผาบ้านและยุ้งฉาง แล้วอุ้มปู่ใส่ ฮ. ลงมาอยู่ที่บ้านโป่งลึก ซึ่งห่างจากไกลบ้านใจแผ่นดิน ซึ่งเป็นบ้านเกิด

 




เฟซบุ๊ก Tuenjai Deetes

 

ปู่คออี้เคยพูดประโยคสะเทือนใจ ว่า น้ำนมหยดแรกของแม่ที่ปู่ได้ดูดกิน และก้าวแรกที่ปู่เดินคือที่บ้านใจแผ่นดิน ซึ่งปู่และเพื่อนบ้านมีพื้นที่ปลูกข้าวไร่ที่อุดมสมบูรณ์ ได้ปลูกไม้ยืนต้น คือทุเรียน หมาก มะขาม ฯลฯ เอาไว้กิน เป็นที่อยู่ที่ทำกินอันสงบสุขของปู่และลูกหลานผู้ใช้ชีวีตพอเพียง พึ่งพาธรรมชาติด้วยความเคารพในมิติทางจิตวิญาน ในรอบ 5 ปีนี้ ดิฉันได้ไปบ้านบางกลอยล่าง (โป่งลึก) ไปดูสภาพความเป็นอยู่และที่ทำกินของชาวบ้านที่ถูกอพยพลงมาในช่วงแรกๆ เห็นว่าพื้นที่ทำกินที่จัดให้ชาวบ้านเป็นที่ไม่เหมาะสม จึงเพาะปลูกไม่ได้ผล ข้าวและอาหารขาดแคลน ขาวบ้านหลายคนหน้าตาซูบซีด เครือข่ายกะเหรี่ยงจึงจัดผ้าผ่าระดมทุนหาข้าวและอาหารมาช่วยเป็นประจำ

 

เฟซบุ๊ก Tuenjai Deetes



 

ทุกๆ ครั้งจะไปกราบคารวะ สนทนาเรียนรู้ภูมิปัญญาอันเปี่ยมด้วยธรรมะกับปู่ ปู่พูดเสมอว่า อยากกลับไปอยู่ที่บ้านใจแผ่นดินการถูกอพยพลงมาที่บางกลอย ต้องมาพึ่งพา มาขอแบ่งพื้นที่ทำกินของคนที่ เค้าอยู่เดิม อากาศก็ร้อน อยู่แล้วไม่สบาย ได้เยี่ยมภรรยาของบิลลี่ คือมือนอ กับลูกทั้ง 5 คน ผู้สูญเสียสามีและพ่อไปโดยไม่มีร่องรอยให้สืบค้นได้ มือนอเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง ได้ปลูกฝังลูกทั้ง 5 คนให้อภัยต่อคนที่ทำร้ายพ่อลูก ให้กฎแห่งกรรมได้ทำหน้าที่ ลูกๆจึงทำใจได้ บิลลี่ได้ทำหน้าที่เป็นนักสื่อสารสังคม เพื่อปกป้องสิทธิของคนที่อยู่กับป่า ชี้ให้เห็นว่าชาวกะเหรี่ยงที่อยู่กับป่าได้ทำหน้าที่อนุรักษ์ป่าและใช้ประโยชน์จากป่าอย่างสมดุลและยั่งยืนผืนป่าที่มีชาวกะเหรี่ยง หรือปกาเกอญอ ตั้งถิ่นฐานอยู่จึงมีความอุดมสมบูรณ์จนประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าได้ทั้งทางภาคเหนือและตะวันตกขอให้สังคมช่วยกันเป็นกำลังใจให้ DSI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสืบหาคนที่ทำร้ายบิลลี่มาลงโทษได้โดยเร็วค่ะ

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก Tuenjai Deetes

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-เปิดข้อความในฎีกา บิลลี่ เขียนถึง "ในหลวง รัชกาลที่ 9" ยังไม่ทันได้ส่ง เพราะหายตัวก่อน
-ดีเอสไอ เผยผลตรวจดีเอ็นเอ บิลลี่
-เปิดคลิปกลุ่มนักอนุรักษ์ปีนยอดผานกเค้า ภูกระดึง เปลี่ยนธงไตรรงค์ไทยผืนใหม่
-"นาก" ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ชี้เป็นสัตว์คุ้มครอง
 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;