ก่อนถึงดีเดย์  16 พ.ย. อยู่ไม่เป็น  คนไทยต้องรู้ก่อน  อนค.ชูแนวคิด Lawfare เพราะห่วงหนัก..ต้านยุบพรรค

ก่อนถึงดีเดย์ 16 พ.ย. อยู่ไม่เป็น คนไทยต้องรู้ก่อน อนค.ชูแนวคิด Lawfare เพราะห่วงหนัก..ต้านยุบพรรค

Publish 2019-11-10 15:33:45


@ ถึงเวลานี้ชัดเจนไม่ต้องอ้อมค้อมอีกต่อไป สำหรับกิจกรรม  16 พฤศจิกายน  2562   "อยู่ไม่เป็น"  ของพรรคอนาคตใหม่   จะเป็นไปในรูปแบบไหน  อย่างไร    เพราะหลักการสำคัญถูกเปิดเผย  ว่า จะไม่ยอมยืนไม่เป็นเป้านิ่งให้ถูกโจมตี  ทั้ง ๆ ที่รับรู้โดยทั่วไปว่าผลแห่งการกระทำทั้งหมด  ไม่ว่าจะผิดหรือถูก  เกิดขึ้นจากแกนนำพรรคอนาคตใหม่เองทั้งสิ้น



ตัวอย่างชัดสุดในการชี้ประเด็น เรื่องการปลุกเร้ากระแส   "อยู่ไม่เป็น"   ว่าเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน กับคดีความของพรรคอนาคตใหม่   คือ   ปิยบุตร  แสงกนกกุล  เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่   ด้วยการพิจารณาจากข้อความโพสต์    วิพากษ์วิจารณ์  ผลที่จะเกิดขึ้นในทางคดี   กับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  และพรรคอนาคตใหม่  ว่า   เป็นลักษณะของการถูกกระทำ  โดยพาดพิงไปถึงกระบวนการยุติธรรม  ว่า  พรรคอนาคตใหม่กำลังเผชิญหน้ากับ  Lawfare หรือการใช้ "กฎหมาย" เป็นอาวุธ  พร้อมขยายความคำว่า  Lawfare เป็นกระบวนทำงาน   โดยอาศัยการผสมผสานกันระหว่าง "ศาล" และ "สื่อ"

 


ไม่เท่านั้นยังปรากฎว่า  ทางด้าน  นางสาว พล.ท.พงศกร  รอดชมภู  รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่   วานิช  โฆษกพรรคอนาคตใหม่   ยังโพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์   ระบุถึงกระแสข่าวการตั้งพรรคสำรอง ว่า    หลายวันมานี้มีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคพลังอนาคต   เป็นพรรคสำรองของอนาคตใหม่  เพราะชูจุดขายเรื่องคนรุ่นใหม่เหมือนกัน   ขอยืนยันว่าเราไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆกับพลังอนาคต   และหัวใจที่แท้จริงของอนาคตใหม่ไม่ใช่เรื่องวัย แต่คือ เจตจำนงทางการเมืองใหม่ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงให้สังคมก้าวหน้าขึ้น



ในทางตรงข้ามพรรคอนาคตใหม่  ไม่มีพรรคสำรอง  แต่ยังคงเดินหน้าทำงานทั้งในและนอกสภา ส่วนคดีความต่างๆ  ซึ่งล้วนเป็นคดีการเมือง  ไม่มีทางจะยุบพรรคอนาคตใหม่ได้   เราเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของเรา   ถ้าจะยุบอนาคตใหม่  ก็เพราะเราขวางทางผู้มีอำนาจ   จนต้องอาศัยอภินิหารทางกฎหมายกำจัดเรา    โดยไม่สนใจหลักนิติรัฐอีกแล้ว

 


สอดรับอย่างไม่ได้นัดหมาย  หลายคนยังจำกันได้  พล.ท.พงศกร  รอดชมภู  รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่   เคยพูดในประโยคที่มีความหมายคล้าย ๆ กับ หัวหน้าทีมแคมเปญ  "อยู่ไม่เป็น" อย่าง ช่อ   พรรณิการ์   ว่า  กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในวันที่  16  พฤศจิกายน  เป็นแนวทางที่มีความจำเป็นที่พรรคอนาคตใหม่   ต้องออกมาตอบโต้   

 


ทั้งเชื่อวิธีการที่จะทำ  คือ  วิธีการหนึ่งเพื่อช่วยไม่ให้มีใครมาใช้อำนาจ  ในทางที่ผิดกับพรรคอนาคตใหม่ได้    และ  แคมเปญนี้ถือเป็นทิศทางของพรรค    จึงไม่เกินเลยที่จะพูดว่าเป็นแคมเปญที่ถูกจุด  เพื่อต่อต้านกระแสข่าวการยุบพรรค   แต่ไม่ใช่ทิศทางหลัก   เพราะเราเชื่้อว่าพรรคอนาคตใหม่จะไม่ถูกยุบแน่นอน   รวมถึงคำร้องต่อกรณีของธนาธรด้วย    

 

@ด้วยแกนหลักความคิดนี้  จึงยิ่งน่าสนใจว่าพรรคอนาคตใหม่  จะดำเนินการอย่างไรกับพลังคนรุ่นใหม่ และแฟนคลับพรรค     ให้มีแนวความคิดไปในทิศทางเดียวกัน    ในลักษณะของการปกป้อง ธนาธร และพรรคอนาคตใหม่    โดยเฉพาะคำร้องว่าด้วยการยุบพรรค  

 


โดยจากการตรวจสอบ ดูเหมือนจะมีชัด ๆ  อย่างน้อย  2 คำร้องที่เกี่ยวเนื่องกับมูลฐานความผิด  ถึงขั้นยุบพรรคได้   นั่นคือ 1.กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติเมื่อวันที่ 19  กรกฎาคม  2562   เสียงข้างมาก 5 ต่อ 4    มีคำสั่งรับคำร้องของ  นายณฐพร โตประยูร  ไว้พิจารณาวินิจฉัย  

 


จากการที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ   วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49  ว่า การกระทำของพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 1. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่   ผู้ถูกร้องที่ 2. นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 3 และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 4 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่

 


เนื่องด้วยเห็นว่า ผู้ร้องได้ใช้สิทธิร้องต่ออัยการสูงสุด    เพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคสองแล้ว แต่อัยการสูงสุดมิได้ดำเนินการภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอกรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคสาม ที่ผู้ร้องจะยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ จึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย 

 


@นอกจากนั้นยังมีอีกบางสำนวนคำร้อง ที่อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของ กกต. ซึ่งหลายคนยังสงสัยในความล่าช้าที่เกิดขึ้น   ว่า กกต.ทำไมจึงไม่มีมติอย่างหนึ่งอย่างใด

 

อาทิเช่น   กรณี นายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์  ทนายความอิสระ   ยื่นคำร้องผ่าน กกต. เมื่อวันที่  8 มีนาคม   2562  ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่   เนื่องจากการกระทำของนายธนาธร และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค มีพฤติการณ์เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย   อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  เพราะมีการใช้วาทกรรมว่าจะสานต่อภารกิจของคณะราษฎร  2475 ให้สำเร็จลุล่วง โดยไม่ได้ขยายความให้ชัดเจนว่าการสานต่อภารกิจนั้นรวมถึงการยังคงซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่หรือไม่

 


หรือ  ประเด็นของ  ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล    ในการเข้ายื่นคำร้องต่อ กกต. เมื่อวันที่  29 มีนาคม  2562   ให้ยุบพรรคการเมือง จากกรณีที่นายธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ  ให้สัมภาษณ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญ ผ่านการนำเสนอข้อมูล   ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดว่าการดำเนินคดีกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  เป็นการกลั่นแกล้ง    

 


รวมถึง กรณี  นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นต่อ กกต. เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2562  ผ   ขอให้ไต่สวน สอบสวน และวินิจฉัย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยอ้างอิงถึงกรณีที่นายธนาธรพูดที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย   ถึงการให้พรรคยืมเงินจำนวน 110 ล้านบาทในช่วงการเลือกตั้ง  

 

และ อ.ชูชาติ ศรีแสง   อดีตหัวหน้าผู้พิพากษาศาลฎีกา   เคยให้ความเห็นในเชิงข้อกฎหมาย  ตามมาตรา 92   พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย พรรคการเมือง พ.ศ. 2560    เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทําการ   อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น ( 3 ) กระทําการฝ่าฝืนฯลฯ มาตรา 72  หรือมาตรา 74

 

โดยเมื่อศาลรัฐธรรมนูญดําเนินการไต่สวนแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองกระทําการตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น  

 

นอกจากนี้บทบัญญัติของพรป.พรรคการเมือง ให้อำนาจ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้มีคำสั่งยุบพรรคการเมือง   และศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจมีคำวินิจฉัย  ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ได้ด้วย

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์