เข้าขั้นวิกฤต ถึงจุดที่ หมอที่อิตาลีจะต้องเลือกว่าจะใส่เครื่องช่วยหายใจให้ คนแก่ หรือ คนหนุ่มสาว หนุ่มเตือน ทางออกที่ดีที่สุดของประเทศไทย

เข้าขั้นวิกฤต ถึงจุดที่ หมอที่อิตาลีจะต้องเลือกว่าจะใส่เครื่องช่วยหายใจให้ "คนแก่ หรือ คนหนุ่มสาว" หนุ่มเตือน ทางออกที่ดีที่สุดของประเทศไทย

Publish 2020-03-12 15:01:48


 

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‎Mahapolheran Noppasit‎  ได้โพสต์ข้อความ และเนื้อหาดังนี้

 

ถึงจุดที่ หมอที่อิตาลีจะต้องเลือกว่าจะใส่เครื่องช่วยหายใจให้ "คนแก่ หรือ คนหนุ่มสาว".....เพราะอย่างที่ผมเคยโพสเมื่ออาทิตย์ก่อน ช่วงที่ผมโพสอิตาลีน่าจะมีเคสแค่ 400-500 เคส..ผมเคยเดาไว้ว่าพอช่วงระบาดจริงๆ เคสของโควิด19 เองจะเพิ่มขึ้นมหาศาลจนลุกลามไป ทำให้เครื่องมือแพทย์ที่มีอยู่ไม่เพียงพอต้องอย่าลืมนะครับว่าปัจจุบันเครื่องมือพวกนี้มันไม่ได้อยู่เฉยๆ มันมีอัตราการใช้งานกับคนไข้โรคอื่นๆอยู่แล้วกับโรคทั่วๆไป โดยเฉพาะเครื่อง ECMO คือเครื่องช่วยหายใจเป็นปอดและหัวใจเทียม...เริ่มมีการตั้งคำถามว่าจะช่วยชีวิตคนที่ยังมีโอกาสหรือจะช่วยคนที่มีโอกาสน้อยกว่า.....อันนี้เป็นคำถามเชิงศีลธรรมที่น่าหดหู่มากๆครับ....--------



 

ไหนๆเพจจ่า ก็แชร์โพสผมไปละ......ขอส่งข้อคิดเห็นเล็กๆน้อยๆไปยังผู้เกี่ยวข้อง

1. ให้เริ่มปฏิบัติการเชิงรุก ตั้งแต่วันนี้ ตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้น ดึงเอาผู้เกี่ยวข้อง ทุกฝ่ายมาทำงานประชุมประเมินสถาณการณ์ร่วมกันทุกชั่วโมง (ไม่ใช่ทุกวันนะ...ทุกชั่วโมง) เพื่อคัดกรองข่าวจริงและไม่จริงออก ไม่งั้นข่าวลือทั้งบวกและลบจะทำให้เกิดความเสี่ยงมาก

2. เริ่มประชุมวางแผนงานหาพื้นที่กักกัน(หรือจีนเรียกกว่าพื้นที่คัดแยกผู้ป่วย) แล้วสร้างโรงเรือนชั่วคราวขึ้นทันที สเปคโรงเรือนถอดประกอบได้ยกเลิกหรือทำความสะอาดได้ง่าย มีระบบกรองอากาศแยกแต่ละห้อง ที่ต้องให้ทำก่อนเพราะส่วนนี้ใช้เวลานานที่สุดเราไม่มีความสามารถระดับจีนที่จะสร้างได้ไวขนาดนั้น....

3. จัดหาสต๊อคชุดตรวจเชื้อให้มากที่สุดเท่าที่หาได้ เพราะตอนนี้คงแย่งกันจัดซื้อแทบทุกประเทศ ถ้าเหลือค่อยเอาไปช่วยประเทศอื่นที่ขาดก็ยังสร้างบารมีทางการเมืองระดับประเทศได้ส่วนนึง...

4. จัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ครบ ถ้าไม่พอไปขอบริจาคอะไรก็ว่าไป โดยเฉพาะอุปกรณ์ป้องกันชุดป้องกันเชื้อแบบเต็มตัว...พยายามติดต่อหาโรงงานที่ผลิตในไทยก่อนเพราะแน่นอนว่าสินค้าคงขาดทั้งโลก (ชุดกันเชื้อใช้เม็ดพลาสติกผลิต เรามีโรงกลั่นน้ำมันอยู่ในประเทศสบายใจได้อย่างนึง)



 

5. สุดท้ายคือจัดหาอาสาสมัคร เพื่อเข้ามาจัดการศูนย์คัดแยกโรคแห่งนี้ เพราะว่าคนที่เข้ามาอยู่ในศูนย์อาจจะต้องตัดขาดจากโลกภายนอกราว 1-2 เดือน แถมมีโอกาสติดเชื้อสูง ตั้งหัวหน้าศูนย์มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ขึ้นตรงกับนายก...เพราะอาจต้องการใช้คำสั่งเฉพาะอาสาสมัครจะต้องเป็นผู้มีความรู้ทางการแพทย์และได้รับการอบรมการป้องกันเชื้อมาอย่างดี

6. นายกประกาศให้พื้นที่คัดกรองโรคเป็นพื้นที่พิเศษ ..มี กม.พิเศษในการจัดการ (ไม่งั้นได้ฟ้องกันระนาวแน่ๆ)

ปล. แนะนำว่าให้เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เพราะระบบราชการไทยจะทำให้ทุกอย่างเลวร้ายไปหมด...

ปล2. ถ้าอยากจะรู้ว่าเคสในไทยมีเท่าไหร่...ลองประกาศให้ไปตรวจเชื้อ"ฟรี"ดูสิครับ....จะได้เดินออกจากทุ่งดอกลาเวนเดอร์สักที...



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน